
ผู้ที่อยู่ในวงการธุรกิจนำเข้า-ส่งออกกับประเทศจีนคงจะทราบข่าวที่ทางการจีนทดลองใช้เงินหยวนเป็นสกุลเงินในการชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศ โดยเริ่มทดลองใช้นโยบายดังกล่าวในการทำการค้าระหว่าง 5 เมืองของจีน ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ นครกวางโจว เมืองเซินเจิ้น เมืองจูไห่ และเมืองตงกว่น กับเมืองฮ่องกง และมาเก๊า รวมถึงการค้าระหว่างมณฑลกวางสีและมณฑลยูนยานกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งรวมถึงไทย แต่เนื่องจากนโยบายดังกล่าวเพิ่งเริ่มประกาศใช้ จึงยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ ได้รวบรวมข้อมูลจากผู้ที่อยู่ในวงการสถาบันการเงินทั้งไทยและจีนเกี่ยวกับการใช้มาตรการดังกล่าว ทั้งในเชิงนโยบาย แนวทางปฏิบัติ และความคืบหน้าทั้งในไทยและในจีน เพื่อให้ผู้ที่ยังไม่เข้าใจนโยบายดังกล่าวได้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการทำการค้ากับจีนของผู้ประกอบการไทย
ความเป็นมาของนโยบายการใช้เงินหยวนเป็นสกุลเงินทำการค้าระหว่างประเทศ
จีนประกาศให้มีการใช้เงินหยวนเป็นสกุลเงินในการชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศ โดยนำร่องโครงการใน 5 เมืองการค้าหลักข้างต้น เมื่อเดือนเมษายน ปี 2552 หลังจากที่จีนได้ลงนามในข้อตกลงสวอปเงินตรากับประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ ฮ่องกง อาร์เจนตินา และเบลารุส รวมเป็นมูลค่า 650,000 ล้านหยวน เมื่อเดือนธันวาคม 2551 เพื่อส่งเสริมให้เงินหยวนของจีนมีการหมุนเวียนและมีความสามารถในการแลกเปลี่ยนกับสกุลเงินอื่นๆ ได้มากขึ้น โดยเป็นหนึ่งในความพยายามที่จะผลักดันบทบาทของเงินหยวนให้เป็นสกุลเงินหลักในเวทีการค้าระหว่างประเทศ และเดินไปสู่เป้าหมายการสร้างศูนย์กลางการเงินโลกที่นครเซี่ยงไฮ้ สำหรับโครงการใช้เงินหยวนเป็นสกุลเงินในการชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศนั้น ธนาคารประชาชนแห่งชาติจีน (People Bank of China : PBC) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักในเรื่องดังกล่าวได้กล่าวถึงที่มาของนโยบายว่า
- จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกแก่ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกของจีนที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเงินสกุลหลักอื่นๆ โดยเฉพาะดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังการเกิดวิกฤตการเงินโลก เนื่องจากผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้า-ส่งออกจะสามารถติดต่อซื้อขายกันโดยคำนวณราคาระหว่างสกุลเงินของประเทศคู่ค้าและเงินหยวนโดยตรง โดยไม่ต้องคำนวณผ่านสกุลดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและต้นทุนในการทำการค้าได้ส่วนหนึ่ง
- ปัจจุบันจีนมีการทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับหลายประเทศในภูมิภาค ซึ่งการใช้สกุลเงินประจำภูมิภาคในการค้าแทนสกุลเงินหลักทางตะวันตกจะช่วยสร้างเสถียรภาพทางการเงินในภูมิภาคได้ และเงินหยวน (RMB) ก็น่าที่จะได้รับการผลักดันเป็นสกุลเงินของภูมิภาคได้
- ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศให้กับธุรกิจจีนและประเทศคู่ค้า เนื่องจากช่วยลดขั้นตอน / ต้นทุน และความเสี่ยงในการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยน
|
|
แนวทางปฏิบัติการชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศด้วยเงินสกุลหยวน
สิ่งที่ผู้ประกอบการควรทราบคือ ไม่ใช่ธนาคารทุกแห่งในจีน และธุรกิจจีนทุกรายที่สามารถใช้เงินหยวนในการชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากธนาคารพาณิชย์จีนและวิสาหกิจจีนที่สามารถใช้เงินหยวนในการชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศได้ต้องเป็นรายที่ได้รับการอนุมัติจากทางการจีนเท่านั้น ธนาคารพาณิชย์จีนที่ได้รับอนุมัติดังกล่าว อาทิ Bank of China (BoC), Industrial and Commercial Bank (ICBC), Bank of Communications (BC) China Construction Bank (CCB) ธนาคาร HSBC และธนาคาร Standard Chartered (SC) เป็นต้น
ส่วนวิสาหกิจจีนที่ได้รับอนุมัติทำการค้าระหว่างประเทศด้วยเงินสกุลหยวน ณ ปัจจุบันมีจำนวน 375 บริษัท โดยเป็นบริษัทที่อยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ 92 ราย และจะมีการอนุมัติเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบคือ วิสาหกิจจีนที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าวก็สามารถยื่นขอชำระบัญชีระหว่างประเทศด้วยเงินสกุลหยวนจาก PBC เพิ่มเติมได้ หากมีความพร้อมด้านระบบการค้าและการชำระเงิน นอกจากนี้ แม้จะเป็นธุรกิจรายที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าวก็ยังอาจทำการค้ากับต่างประเทศโดยใช้เงินสกุลหยวนได้ โดยใช้วิสาหกิจจีนรายที่ได้รับอนุมัติร่วมโครงการเป็นบริษัทตัวกลางในการชำระบัญชี เนื่องจากทางการจีนไม่ได้จำกัดสิทธิ์ในวิธีการดังกล่าว
สำหรับธนาคารพาณิชย์ไทยที่เปิดทำธุรกรรมชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศด้วยเงินสกุลหยวนแล้ว ณ ปัจจุบัน ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกสิกรไทย นอกจากนี้ ยังมีธนาคารต่างชาติในไทย คือ HSBC โดยธนาคารเหล่านี้จะเป็นธนาคารคู่ค้าที่เปิดบัญชีเงินหยวนกับธนาคารจีนที่ได้รับอนุมัติจากทางการจีนดังกล่าว ซึ่งผู้ประกอบการสามารถขอคำปรึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนปฎิบัติ และตรวจสอบรายชื่อวิสาหกิจจีนที่ได้รับอนุมัติจากธนาคารพาณิชย์ไทยที่ท่านเลือกใช้บริการชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศได้ เนื่องจากธนาคารพาณิชย์จีนจะแจ้งให้ธนาคารคู่ค้าในต่างประเทศทราบบัญชีรายชื่อที่ปรับปรุงใหม่อยู่เป็นประจำ หรืออาจตรวจสอบรายชื่อจากเว็บไซต์ของธนาคารประชาชนแห่งชาติจีน (PBC) ที่ www.pbc.go.cn
ความคืบหน้าของโครงการดังกล่าวในจีน
โครงการดังกล่าวมีผู้ประกอบการเลือกใช้บริการมากที่สุดในเมืองเซินเจิ้น ซึ่งเป็นเมืองที่มีการติดต่อการค้ากับฮ่องกงมากที่สุด ขณะที่ยังไม่แพร่หลายในส่วนอื่นๆ ของประเทศจีนมากนัก เนื่องจากคู่ค้าในต่างประเทศยังไม่เลือกใช้
ตัวเลข ณ เดือนพฤศจิกายน แสดงว่ามีจำนวนธุรกรรมการชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศตามโครงการดังกล่าวแล้ว 173 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 230 ล้านหยวน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกรรมจากเมืองเซินเจิ้น โดยธุรกรรมแรกเป็นการชำระผ่านธนาคาร Bank of China เมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 ขณะที่ธนาคาร China Construction Bank เป็นธนาคารจีนที่ครองสัดส่วนการทำธุรกรรมดังกล่าวสูงสุด
|
|
ความคืบหน้าของโครงการดังกล่าวในไทย
จากการสอบถามข้อมูลจากธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยและผู้ประกอบการส่งออกจากไทยไปจีนได้รับทราบว่า การชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศด้วยสกุลเงินหยวนในประเทศไทย ยังไม่ได้รับความนิยมแพร่หลายนัก มีสาเหตุมาจากวิสาหกิจจีนที่ได้รับอนุมัติร่วมโครงการดังกล่าวทั้ง 375 ราย ไม่ใช่คู่ค้าหลักของผู้ประกอบการไทย และผู้ประกอบการไทยยังเคยชินและมั่นใจกับการใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐในการทำการค้าระหว่างประเทศ และยังไม่คิดเปลี่ยนแปลงมาใช้สกุลหยวนในทันที นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยบางส่วนยังเห็นประโยชน์จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนตัวลงในสภาพปัจจุบัน ซึ่งทำให้ต้นทุนการทำการค้าระหว่างประเทศลดลง จึงยังไม่มีแรงจูงใจในการเปลี่ยนมาใช้เงินสกุลหยวน ประกอบกับระบบยังไม่มีความชัดเจนในหลายๆ ด้าน อาทิ การโอนเงินเข้า-ออก และระบบภาษี เป็นต้น เนื่องจากยังเป็นช่วงเริ่มต้นโครงการ
ปัจจุบันมีเพียงธนาคาร HSBC สาขาประเทศไทยที่ระบุว่าเป็นธนาคารรายแรกที่ให้บริการชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศแก่ผู้ประกอบการไทยแล้ว เมื่อเดือนต.ค. 52 โดยให้บริการรับชำระแก่บริษัท ชีร์โร่ เมดิคอล จำกัด ซึ่งนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์จากบริษัทคู่ค้าในเมืองเซินเจิ้น
บทสรุป
โครงการดังกล่าวเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งของผู้ประกอบการส่งออกไทยไปจีนที่มีข้อดีในการช่วยลดความเสี่ยงบางส่วนจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน และช่วยลดต้นทุนการค้าส่วนที่เดิมผู้ประกอบการต้องสำรองความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังไม่ใช่ประเทศคู่ค้าหลักตามโครงการนำร่องดังกล่าว เนื่องจากคู่ค้าหลักของเมืองที่เปิดทดลองตามโครงการดังกล่าวยังคงเป็นเมืองฮ่องกง นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบในด้านขนาดแล้ว ตลาดเงินหยวนในประเทศไทยยังมีขนาดเล็ก และมีความคล่องตัวน้อยกว่าเงินสกุลหลักอื่น จึงทำให้โครงการดังกล่าวไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายสำหรับผู้ประกอบการไทยทั่วไป แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจติดตามสำหรับผู้ทำธุรกิจระหว่างไทย-จีน ทั้งในด้านทิศทางการขยายขอบเขตโครงการ ซึ่ง PBC กล่าวว่าจะมีการเพิ่มจำนวนเมืองที่เปิดให้ชำระบัญชีการค้าเป็นเงินสกุลหยวนในอนาคตอย่างแน่นอน รวมถึงการติดตามนโยบายการผลักดันเงินหยวนให้เป็นเงินสกุลหลักของภูมิภาคต่อไป ซึ่งศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ จะคอยติดตามและรายงานความคืบหน้าที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องต่อไป.
|
|
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=465&ELEMENT_ID=15160
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน


