การปรับตัวและทิศทางการพัฒนา : อุตสาหกรรมเสื้อผ้าและแฟชั่นจีน ณ ฐานผลิตเมืองหนิงโป
การปรับตัวและทิศทางการพัฒนา : อุตสาหกรรมเสื้อผ้าและแฟชั่นจีน ณ ฐานผลิตเมืองหนิงโป

อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นอุตสาหกรรมหลักของไทย ซึ่งจีนเป็นทั้งประเทศคู่ค้าหลักและคู่แข่งสำคัญของไทย ทั้งนี้ ภายใต้กรอบความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ไทยและจีนจะลดภาษีสิ่งทอและเสื้อผ้าระหว่างกันเป็นร้อยละ 0 ในปี 2553 ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ มีข้อมูลเกาะติดอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและแฟชั่นจีนที่น่าสนใจที่สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมเสื้อผ้าในประเทศจีนมีลักษณะอย่างไร มีระดับการพัฒนาถึงขั้นไหน และกำลังพัฒนาไปในทิศทางใด ภายใต้ภาวะวิกฤตการเงินโลกและบริบทการทำ FTA อาเซียน-จีนขณะนี้ จากการได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าเสื้อผ้าและแฟชั่น ครั้งที่ 13 (The 13th Ningbo International Fashion Fair) ที่เมืองหนิงโป ซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมเสื้อผ้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีน

จีนมีการจัดงานแสดงสินค้าในเมืองต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยแต่ละเมืองจะมีงานแสดงสินค้าเด่นของตนเองเพื่อแสดงศักยภาพและจุดยืนของการพัฒนาอุตสหกรรม / ธุรกิจที่เมืองของตนมีขีดความสามารถ สำหรับเมืองหนิงโปมีการจัดงานแสดงสินค้าถึง 192 งานแล้วในช่วงเวลาเพียง 6 เดือนแรกของปี 2552 สำหรับงานแสดงสินค้าเสื้อผ้าและแฟชั่นดังกล่าวนับเป็นงานแสดงสินค้าที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งของหนิงโป จัดเป็นประจำในเดือนตุลาคมของทุกปี โดยปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม 2552 มีบูธที่จัดแสดงทั้งหมด 2,200 บูธ และมีผู้เข้าชมประมาณ 8,000-9,000 คน

เมืองหนิงโป ตั้งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียง ด้านชายฝั่งตะวันออกของจีน เป็นฐานการผลิตเสื้อผ้าที่สำคัญแต่ดั้งเดิมของจีน มีธุรกิจเสื้อผ้าทั้งหมดกว่า 3,000 ราย ซึ่งจำนวนกว่า 80 รายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มียอดขายต่อปีมากกว่า 10 ล้านหยวน เมืองหนิงโปเป็นแหล่งกำเนิดของธุรกิจเสื้อผ้าขนาดใหญ่ติด 10 อันดับแรกของธุรกิจยักษ์ใหญ่ในประเทศ เสื้อผ้าแบรนด์ดังระดับประเทศหลายแบรนด์ที่ชาวจีนนิยมและคุ้นเคยดีล้วนเป็นธุรกิจของเมืองหนิงโป อาทิ Youngor(雅戈尔)Shanshan (杉杉) Tonlion (唐狮)และ Romon (罗蒙)เป็นต้น ปริมาณการผลิตเสื้อผ้าของธุรกิจเสื้อผ้าขนาดใหญ่ในเมืองหนิงโปปี 2551 มีจำนวนกว่า 1,500 ล้านชุด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 12 ของยอดการผลิตของทั้งประเทศ ในปี 2551 ธุรกิจเสื้อผ้าขนาดใหญ่ของหนิงโปมีมูลค่าการขายสูงถึง 30,199.33 ล้านหยวน เติบโตร้อยละ 7.92 อุตสาหกรรมเสื้อผ้าของเมืองหนิงโปแต่เดิมมาพึ่งพาการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ เป้าหมายในการจัดงานแสดงสินค้าเสื้อผ้าและแฟชั่นที่ผ่านมาจึงเน้นที่การสร้างความรู้จักแก่ผู้จัดซื้อต่างชาติและเพิ่มยอดสั่งซื้อจากบริษัทสั่งซื้อข้ามชาติ แต่จุดเน้นของการจัดงานในปีนี้มีความแตกต่างจากเดิมบ้าง เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของธุรกิจเสื้อผ้าและแฟชั่นของจีน ภายหลังที่ธุรกิจส่งออกประสบปัญหาอย่างหนักหลังภาวะวิกฤตการเงินโลก กล่าวคือ การเปลี่ยนมาเน้นการสร้างแบรนด์ของตนเองให้แข็งแกร่งเพื่อทำตลาดในประเทศแทนการเน้นที่ธุรกิจผลิตเพื่อส่งออก หรือผลิตเพื่อติดแบรนด์ของต่างชาติเหมือนในอดีต และการสร้างภาพลักษณ์ความเป็นสากลและทันสมัยของธุรกิจแฟชั่นและการยกระดับธุรกิจเสื้อผ้าของหนิงโป

บูธเสื้อผ้าแบรนด์ดังระดับประเทศของจีนที่เป็นธุรกิจเมืองหนิงโป

เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่จัดแสดงในงานแสดงสินค้าและแฟชั่นครั้งนี้ กว่าร้อยละ 75 เป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนมของจีน โดยร้อยละ 50 ของจำนวนดังกล่าวเป็นแบรนด์ของธุรกิจเสื้อผ้าในเมืองหนิงโป บูธต่างๆ ล้วนเน้นการตกแต่งที่ทันสมัย และมีบางแห่งที่ใช้นายแบบนางแบบชาวตะวันตกในการสร้างภาพลักษณ์ตราสินค้า นอกจากนี้ แบรนด์ส่วนใหญ่ล้วนมีความร่วมมือกับแบรนด์หรือธุรกิจต่างชาติ โดยเฉพาะประเทศที่เป็นผู้นำด้านเสื้อผ้าและแฟชั่น เช่น แบรนด์ STEVE & VIVION ที่ธุรกิจเมืองหนิงโปเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ดังกล่าวของอิตาลีในประเทศจีน โดยการนำเข้าผ้าที่เป็นวัตถุดิบเพื่อมาผลิตในจีน และการนำเข้าชุดสำเร็จรูป นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์สากลที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่าง dunhill / le coq sortif / Smalto paris / Renoma paris / QUA เป็นต้น ที่ล้วนเป็นแบรนด์ภายใต้ความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัท Shanshan(杉杉) ของหนิงโป ผู้เข้าชมงานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของการจัดงานครั้งนี้นอกเหนือจากผู้จัดซื้อภาคธุรกิจ คือ กลุ่มผู้บริหารของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายทั่วประเทศกว่า 120 แห่ง เพราะ“ตลาด” รองรับเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นที่สำคัญที่สุดในประเทศจีนวันนี้ ไม่ใช่ตลาดของลอกเลียนแบบ หรือแหล่ง ช้อปปิ้งแบบต่อรองราคาได้อย่างในอดีต แต่เป็นห้างสรรพสินค้า High-end ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วในเมืองธุรกิจต่างๆ ทั่วจีน ซึ่งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในจีนในปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 แห่ง

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เมืองต่างๆ ของจีนพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วตามอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ผู้บริโภคในจีนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดในประเทศมีความแข็งแกร่งขึ้นตามลำดับ ธุรกิจเสื้อผ้าขนาดใหญ่หลายรายเริ่มตระหนักถึงศักยภาพของตลาดในประเทศจึงได้หันมารุกทำตลาดในประเทศมากขึ้น เสื้อผ้าแบรนด์จีนที่จำหน่ายในประเทศวันนี้เป็นเสื้อผ้าที่มีการออกแบบที่ทันสมัยเป็นสากล มีการทำการตลาดอย่างเป็นระบบและโปรโมทแบรนด์ผ่านสื่อต่างๆ วางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าด้วยราคาสูงลิบไม่แพ้เสื้อผ้าแบรนด์ต่างประเทศทีเดียว จึงไม่ใช่เสื้อผ้าคุณภาพต่ำที่ผลิตกันเป็น mass product อย่างในอดีต พัฒนาการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการปรับตัวของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าของจีนที่ถูกรุมเร้าทั้งปัจจัยภายในที่รัฐบาลจีนเร่งกระตุ้นการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูง และการปรับตัวรับปัจจัยภายนอกจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อความต้องการในต่างประเทศลดลง รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือทางการค้าและเทคโนโลยีกับธุรกิจต่างชาติมากขึ้น ก่อให้เกิดการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการสร้างสรรค์แบรนด์อีกระดับหนึ่ง

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประมวลทิศทางและกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นของจีนในระยะต่อไป ดังนี้

1). ธุรกิจเสื้อผ้ารายใหญ่ของจีนมีแนวโน้มเปลี่ยนทิศทางมาใช้ตลาดในประเทศเป็นตลาดหลัก จากเดิมที่เน้นตลาดส่งออก โดยมีกลยุทธ์การทำตลาดเชิงรุก กล่าวคือ การรุกขยายเปิดร้าน/สาขา หรือการเพิ่มจุดวางขายในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ทั่วจีน อาทิ Tonlion (唐狮)ตั้งเป้าขยายจำนวนร้านจาก 1,000 ร้านเป็น 2,000 ร้านทั่วประเทศภายในเวลา 3 ปี ทั้งนี้ สัดส่วนการจำหน่ายในประเทศต่อการส่งออกของธุรกิจเสื้อผ้าในเมืองหนิงโปในปี 2551 เท่ากับ 3 ต่อ 7 ขณะที่ยอดขายจริงของการจำหน่ายในประเทศต่อการส่งออกเท่ากับ 5.5 ต่อ 4.5 แสดงให้เห็นว่า ยอดจำหน่ายเสื้อผ้าของตลาดในประเทศยังสูงกว่าการส่งออก แม้ปสัดส่วนที่จำหน่ายในประเทศจะน้อยกว่าส่วนที่ส่งออกก็ตาม
2) การแข่งขันของตลาดในประเทศทำให้ธุรกิจเสื้อผ้ารายใหม่หันมาเน้นการสร้างสรรค์และยกระดับแบรนด์ของตนเอง ขณะที่แบรนด์ในประเทศที่เป็นที่รู้จักดีแล้วจะเร่งทำการตลาดและประชาสัมพันธ์แบรนด์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจัยความสำเร็จหลักของการแย่งชิงส่วนแบ่งยอดขายของตลาดในประเทศในระยะต่อไป คือ โอกาสในการเข้าวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายทั่วจีน
3) ธุรกิจเสื้อผ้าแบรนด์เนมของจีนหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับธุรกิจเสื้อผ้าต่างชาติ ทั้งด้านการทำวิจัยและพัฒนา และการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาในการยกระดับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันกับแบรนด์ทั้งในและต่างประเทศที่นับวันจะแข่งขันกันอย่างดุเดือดยิ่งขึ้น
4) ธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าในจีนมีแนวโน้มที่จะใช้ประโยชน์จากการลดภาษี FTA อาเซียน-จีน ในการขยายตลาดส่งออกใหม่ผ่านประเทศอาเซียนมากขึ้น อาทิ การใช้ประเทศมาเลเซียเป็นช่องทางการขยายตลาดไปยังประเทศในกลุ่มมุสลิม และการใช้เวียดนามเป็นช่องทางการส่งออก เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีในตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

**ข้อมูลเมืองหนิงโป**
ที่ตั้ง
ตั้งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียง ห่างจากนครเซี่ยงไฮ้ประมาณ 230 กิโลเมตร
พื้นที่ 9,672 ตารางกิโลเมตร ( กรุงเทพมหานครมีพื้นที่ 1,569 ตารางกิโลเมตร)
ประชากร ประมาณ 5.604 ล้านคน
GDP 394,410 ล้านหยวน (ปี 2551)
GDP Growth ขยายตัวร้อยละ 10.1 (ปี 2551)
GDP Per Capita 10 , 079 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2551)
รายได้สุทธิประชากรเขตเมือง 25,304 หยวน (ปี 2551)
การเดินทางจากเซี่ยงไฮ้ ทางรถยนต์ ใช้เวลา 2 ช.ม. (ใช้สะพานข้ามอ่าวหางโจว) และทางรถไฟด่วน ใช้เวลา 3 ช.ม.
จุดเด่น - เป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี ตั้งอยู่ใกล้กับนครเซี่ยงไฮ้ที่เป็นนครศูนย์กลางธุรกิจของจีน และเมืองหางโจวที่เป็นเมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียง
- เป็นเมืองท่าที่สำคัญของจีน มีท่าเรือหนิงโปซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึกระดับ 18 เมตร มีปริมาณขนถ่ายสินค้าสูงเป็นอันดับที่ 2 ของจีน (360 ล้านตัน ในปี 2551) (รองจากท่าเรือเซี่ยงไฮ้ และเป็นอันดับที่ 4 ของโลก

21 ตุลาคม 2552
แหล่งข้อมูล: การเข้าร่วมชมงานแสดงสินค้าเสื้อผ้าและแฟชั่น ครั้งที่ 13 (The 13th Ningbo International Fashion Fair) ณ เมืองหนิงโป ระหว่างวันที่ 21-22 ต.ค. 2553, วารสาร The 13th Ningbo International Fashion Fair ปี 2009, http://news.eastday.com เรื่อง第13届宁波服博会:四大重要平台进行时และ เรื่อง服装业企稳回升看宁波:订单回流 销量提升(21/10/2009)
โดย: แสนดี สีสุทธิโพธิ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ