
จีนเป็นประเทศที่ทั่วโลกคาดว่าจะสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตการเงินโลกได้เร็วกว่าประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจอื่นๆ เนื่องจากมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันภาคการเงินของจีนยังไม่เปิดเสรีเต็มที่ จึงได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับประเทศในซีกโลกตะวันตก อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจของจีนในปี 2552 ก็ชะลอตัวลงจนขยายตัวในอัตราเพียงเลขหลักเดียวเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งเป็นผลจากความพยายามลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปี 2551 และการเริ่มรับรู้ผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี นอกจากนี้ ธนาคารโลก (World Bank) ยังปรับลดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2552 ลงตามลำดับ เหลือเพียงประมาณร้อยละ 6.5 เมื่อเดือนมี.ค. 2552
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ปี 2551 รัฐบาลจีนประกาศนโยบายสวนทางกับนโยบายเศรษฐกิจมหภาคแต่เดิมที่เน้นการชะลอตัวของอัตราเศรษฐกิจ และควบคุมเงินเฟ้อ รวมถึงนโยบายการเงินการคลังที่เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยหันมากระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความต้องการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการจ้างงาน โดยการทุ่มงบประมาณเป็นมูลค่าสูงถึง 4 ล้านล้านหยวน เพื่อใช้จ่ายภายในปี 2553 ซึ่งเป็นที่สนใจของทั่วโลกว่าจะมีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด
|
|
แหล่งที่มาของงบประมาณมูลค่า 4 ล้านล้านหยวนดังกล่าวจะมาจากการสนับสนุนของภาครัฐ 1.18 ล้านล้านหยวน ส่วนที่เหลือจะมาจากรัฐบาลท้องถิ่น เงินกู้ของรัฐบาล และการออกพันธบัตรของวิสาหกิจท้องถิ่น โดยจะจัดสรรเพื่อใช้ใน 7 ด้านหลักๆ ดังนี้
1. โครงการก่อสร้างพื้นฐาน จำนวน 1.5 ล้านล้านหยวน
2. การฟื้นฟูพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหว จำนวน 1 ล้านล้านหยวน
3. โครงการก่อสร้างบ้านราคาประหยัดจำนวน 400,000 ล้านหยวน
4. การปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตชนบท จำนวน 370,000 ล้านหยวน
5. การปรับปรุงและพัฒนาด้านเทคโนโลยี จำนวน 370,000 ล้านหยวน
6. โครงการเพื่อการประหยัดพลังงาน จำนวน 210,000 ล้านหยวน
7. สวัสดิการสังคมด้านสุขภาพและการศึกษา จำนวน 150,000 ล้านหยวน
รัฐบาลจีน คาดว่า งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนได้ร้อยละ 1.5-1.9
นครเซี่ยงไฮ้
หลังจากที่คณะรัฐมนตรีของจีนประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 4 ล้านล้านหยวน ในสัปดาห์ต่อมา รัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้ได้ประกาศการจัดสรรงบประมาณ 500,000 ล้านหยวน (ประมาณ 73,220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อใช้จ่ายจนถึงปี 2553 เพื่อการกระตุ้นความต้องการบริโภคภายในนครเซี่ยงไฮ้ และรักษาอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ อีกทั้งได้อนุมัติงบประมาณเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก 160,000 ล้านหยวน ในอีก 1 สัปดาห์ต่อมา
อย่างไรก็ดี รัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้มิได้เปิดเผยถึงรายละเอียดของการจัดสรรงบประมาณจำนวน 500,000 ล้านหยวนดังกล่าวในแต่ละโครงการ โดยระบุเพียงว่าจะจัดสรรเพื่อโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคของนครเซี่ยงไฮ้ที่มีกำหนดก่อสร้างเสร็จภายในปี 2553 ใน 5 ด้านหลัก ดังนี้
- โครงการก่อสร้างบ้านราคาประหยัด และโครงการปรับปรุง / ซ่อมแซมแหล่งที่อยู่อาศัยเก่าในเขตเมือง
- โครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในเขตชานเมือง
- สานต่อโครงการก่อสร้างศูนย์การเดินเรือระหว่างประเทศ
- โครงการปรับปรุงระบบการคมนาคมขนส่งของนครเซี่ยงไฮ้ อาทิ การขยายเส้นทางรถไฟใต้ดิน การก่อสร้างอุโมงค์เดินรถ และช่องทางเดินรถจักรยาน การขยายเส้นทางรถไฟ และทางด่วนเพื่อเชื่อมต่อกับมณฑลอื่นในพื้นที่เขตลุ่มแม่น้ำแยงซี เป็นต้น
- โครงการก่อสร้างเพื่อการประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม อาทิ โรงบำบัดน้ำเสีย และโรงงานทำลายขยะ เป็นต้น โดยรัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้ระบุว่าจะจัดสรรงบประมาณจำนวน 30,000 ล้านหยวน หรือประมาณกึ่งหนึ่งของงบประมาณด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้ในด้านการควบคุมมลพิษทางน้ำ ในระยะ 3 ปีข้างหน้า
สำหรับงบประมาณที่อนุมัติเพิ่มเติมจำนวน 160,000 ล้านหยวน นั้น รัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้จะจัดสรรในด้านต่างๆ ดังนี้
- โครงการก่อสร้างระบบการคมนาคม
- การยกระดับอุตสาหกรรม
- การรักษาสิ่งแวดล้อม
- โครงการอื่นๆ เพื่อการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดงาน World Expo 2010
ทั้งนี้ ในปี 2551 มีโครงการที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว หรือดำเนินการแล้วเสร็จ ได้แก่ การก่อสร้างบ้านราคาประหยัดเพื่อครอบครัวที่มีรายได้ต่ำ โครงการเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบการจราจร และการก่อสร้างเส้นทางรถไฟใต้ดิน และอุโมงค์เดินรถยนต์บางเส้นทาง เพื่อเตรียมสำหรับการจัดงาน World Expo 2010
นครเซี่ยงไฮ้ ไตรมาสแรกปี 2552 : การส่งออก และภาคอุตสาหกรรมฉุด GDP ขยายตัวเพียงร้อยละ 3.1
ไตรมาสแรกของปี 2552 เศรษฐกิจนครเซี่ยงไฮ้ขยายตัวเพียงร้อยละ 3.1 จากที่ขยายตัวร้อยละ 11.53 ในช่วงเดียวกันของปี 2551 นอกจากนี้ อัตราดังกล่าวยังต่ำกว่าอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจของทั้งประเทศจีนในช่วงเดียวกันที่ขยายตัวร้อยละ 6.1ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึีงการได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินในระดับที่ลึกยิ่งขึ้น
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของนครเซี่ยงไฮ้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2552
มูลค่า : ล้านหยวน
|
รายการ |
Q1 ปี 2552 |
Q1 ปี 2551 | ||
|
มูลค่า |
ขยายตัว (%) |
มูลค่า |
ขยายตัว (%) | |
|
GDP - ภาคเกษตร
|
315,407 1,325
|
3.1 -1.3
|
304,076 1,355
|
11.53 -3.4
|
|
ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม |
494,620 |
-9.8 |
584,972 |
15.50 |
|
การค้าระหว่างประเทศ (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
|
55,210
|
-26.3
|
74,938
|
20.2
|
|
ยอดค้าปลีก |
124,480 |
14.1 |
109,125 |
16.9 |
|
การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร |
90,229 |
1.7 |
88,703 |
5.8 |
|
การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่มีการลงทุนจริง (ล้านดอลลาร์สหรัฐ) |
2,320 |
2.3 |
2,267 |
12.5 |
|
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) |
- |
0.4 |
6.8 | |
ตัวเลขสถิติจาก : www.stats-sh.gov.cn
จากตารางข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ภาคอุตสาหกรรมของนครเซี่ยงไฮ้ชะลอตัวอย่างมาก ซึ่งเป็นผลมาจากภาคการส่งออก ที่ยังชะลอตัว จากความต้องการในตลาดโลกที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมของนครเซี่ยงไฮ้ซึ่งพึ่งพาการส่งออกในสัดส่วนที่สูงมีผลผลิตลดลง และฉุดให้ GDP ของนครเซี่ยงไฮ้ในไตรมาสแรกปี 2552 ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 3.1 นอกจากนี้ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงดังกล่าวยังส่งผลให้สัดส่วนของภาคอุตสาหกรรมต่อผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของนครเซี่ยงไฮ้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2552 ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 39.5 จากอัตราส่วนร้อยละ 45.5 ในปี 2551 ขณะที่สัดส่วนของภาคบริการต่อ GDP เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 60.1 จากที่เคยมีสัดส่วนต่อจีดีพีในระดับใกล้เคียงกับภาคอุตสาหกรรมที่ร้อยละ 50 ต่อ 50 ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา
อุตสาหกรรมในนครเซี่ยงไฮ้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ คือ อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ และของเด็กเล่น ขณะที่อุตสาหกรรมที่ลงทุนในด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) สูง อาทิ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับเครื่องมือและอุปกรณ์ มีแนวโน้มที่จะฝ่าพ้นวิกฤตเศรษฐกิจได้ดีกว่า
ขณะที่ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2552 ภาคบริการของนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจสถาบันการเงิน ธุรกิจจัดเลี้ยง และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขยายตัว ถึง ร้อยละ 13.1 จากที่ขยายตัวร้อยละ 10.01 ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2551 ซึ่งเป็นผลมาจากภาคการเงินของนครเซี่ยงไฮ้ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 26 รวมมูลค่าเศรษฐกิจเท่ากับ 39,790 ล้านหยวน
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของนครเซี่ยงไฮ้
ผลจากวิกฤตการเงินโลกและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวต่อเศรษฐกิจนครเซี่ยงไฮ้ข้างต้น เป็นคำถามว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของนครเซี่ยงไฮ้ในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไร รัฐบาลเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจในแนวทางใด และจะปรับทิศทางต่อไปอย่างไร
ความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจของนครเซี่ยงไฮ้ในไตรมาสที่ผ่านมา
1. นครเซี่ยงไฮ้เร่งผลักดันโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ และขยับกำหนดการเริ่มก่อสร้างของโครงการหลังปี 2553 ให้เร็วขึ้น อาทิ การก่อสร้างเส้นทางรถไฟใต้ดินสาย 12 เพื่อหวังกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และการจ้างงาน
โครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของนครเซี่ยงไฮ้ในปี 2552 มีมูลค่ารวม 12,000 ล้านหยวน (ประมาณ 1,760 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และจะเพิ่มงบประมาณในโครงการดังกล่าวอีกในปี 2553
2. การส่งออกของนครเซี่ยงไฮ้ในเดือนมี.ค. 2552 ได้รับอานิสงค์จากนโยบายการเพิ่มอัตราขอคืนภาษีส่งออกของสินค้าส่งออกรวมกว่า 3,800 รายการตั้งแต่เดือนส.ค. 2551 ของรัฐบาลจีนเพื่อช่วยเหลือภาคส่งออก ส่งผลให้การส่งออกเดือนมี.ค. ขยายตัวลดลงร้อยละ 19 ซึ่งเป็นอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก.พ. 2552 ที่มีขยายตัวลดลงร้อยละ 27.5 แต่ในภาพรวมของไตรมาสแรกของปี 2552 การส่งออกของนครเซี่ยงไฮ้ยังคงชะลอตัวมาก โดยมีมูลค่าลดลงร้อยละ 20.8
|
|
3. นครเซี่ยงไฮ้ออกมาตรการกระตุ้นยอดขายรถยนต์ โดยการเพิ่มโควต้าป้ายทะเบียนรถยนต์ประมูลจาก 5,200 ป้าย ในเดือนม.ค. และก.พ. เป็น 6,000 ป้าย ในเดือนมี.ค. และเพิ่มเป็น 6,500 ป้าย ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นนโยบายที่สวนทางจากอดีตที่นครเซี่ยงไฮ้จำกัดการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถยนต์บนท้องถนน ผ่านระบบการจำกัดโควต้าป้ายทะเบียนรถยนต์ที่เปิดให้ประมูลในแต่ละเดือนที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2543
ทั้งนี้ จีนมีนโยบายกระตุ้นอุตสาหกรรมรถยนต์และยอดซื้อรถยนต์ในจีน โดยการลดภาษีซื้อรถยนต์ส่วนบุคคลสำหรับรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์เล็กกว่า 1.6 ลิตร เหลือร้อยละ 5 ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีนในเดือนมี.ค. 2552 เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 รวมเป็น 1.1 ล้านคัน จากที่ยอดขายมีอัตราเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 6.7 ในปี 2551
4. อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ รัฐบาลจีนสนับสนุนให้มีการควบรวมกิจการภายในอตุสาหกรรม โลจิสติกส์เพื่อสร้างศักยภาพทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมดังกล่าว โดยเมื่อเดือนมี.ค. 52 บริษัท Grand China Logistics Group ซึ่งเป็นธุรกิจภายใต้กลุ่มธุรกิจการบินใหญ่อันดับ 4 ของจีน จัดตั้งขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้เพื่อเป็นบริษัทโลจิสติกส์รายแรกของจีนที่จะทำธุรกิจครอบคลุมทั้งด้านการขนส่งทางเรือ ทางบก และทางอากาศ ภายใต้นโยบายการสนับสนุนการพัฒนาของธุรกิจโลจิสติกส์ของรัฐบาลจีน
5. รัฐบาลท้องถิ่นของนครเซี่ยงไฮ้เร่งดำเนินโครงการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงและการบริการ อาทิ อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ยานยนต์ ลิฟต์ วิศวกรรมเครื่องจักร วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และโครงการพัฒนาย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD)
6. การช่วยเหลือภาคธุรกิจของนครเซี่ยงไฮ้
- สนับสนุนสินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME โดยการระดมการปล่อยกู้จากสถาบันการเงินท้องถิ่นเพื่อปล่อยสินเชื่อวงเงินต่ำให้กับธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาระบบตลาดเงินตลาดทุน เพื่อสนับสนุนแหล่งการเงินสำหรับภาคธุรกิจผ่านการระดมทุนในรูปแบบอื่น อาทิ Private Equity หรือการลงทุนในหุ้นของธุรกิจที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และ Venture Capital หรือการลงทุนผ่านกองทุนร่วมลงทุน
- มีนโยบายกระตุ้นให้สถาบันการเงินในจีนปล่อยสินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME ด้านไฮเทคเป็นมูลค่ามากกว่า 800 ล้านหยวน ภายในปี 2552
- สนับสนุนเงินช่วยเหลือธุรกิจทั้งที่เป็นรัฐวิสาหกิจ บริษัทเอกชนจีน และบริษัทต่างชาติ ที่ได้รับการพิจารณาว่าเป็นบริษัทที่ประสบปัญหาทางธุรกิจอย่างหนักจากวิกฤตการเงินโลก โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้1. รัฐบาลจะสนับสนุนเงินกองทุนประกันสังคมเพื่อพนักงาน ซึ่งรวมถึงเงินประกันสุขภาพ เกษียณอายุ การว่างงาน และที่อยู่อาศัย
2. จะได้รับเงินอุดหนุนจำนวน 384 หยวน (ประมาณ 56.22 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อจำนวนพนักงาน 1 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำของนครเซี่ยงไฮ้
3. จะได้รับเงินช่วยเหลือเพื่อการฝึกอบรมพนักงานเป็นเวลา 6 เดือน
บทสรุป
ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ คาดว่า รัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้จะยังคงเน้นการลงทุนในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ และดำเนินมาตรการกระตุ้นและช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาคส่งออกที่ชะลอตัวอันเป็นปัจจัยภายนอกประเทศที่ควบคุมไม่ได้ อีกทั้งจะเร่งส่งเสริมการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมที่เน้นการใช้เทคโนโลยี และกระตุ้นความต้องการภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกในระยะยาวhttp://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=441&ELEMENT_ID=15175
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน


