
ในโอกาสครบรอบ 30 ปี การเปิดประเทศของจีน ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ ขอนำเสนอบทความพิเศษ เรื่อง “นครเซี่ยงไฮ้ ภายหลังการเปิดประเทศและปฎิรูปเศรษฐกิจของจีนตั้งแต่ปี 2521” ตอนที่ 1 (พัฒนาการทางเศรษฐกิจและการลงทุน)
ภายหลังที่จีนเปิดประเทศและปฎิรูปเศรษฐกิจ ในปี 2521 เศรษฐกิจของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด และกลายเป็นประเทศที่มีเงินสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดในโลก นครเซี่ยงไฮ้ แม้จะไม่ได้เป็น 1 ใน 4 เมืองแรก (เซินเจิ้น จูไห่ ซัวเถา และเซียะเหมิน) ที่จีนเปิดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อทดลองการเปิดรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในช่วงเริ่มเปิดประเทศ แต่ในปัจจุบันมีพัฒนาการทางเซี่ยงไฮ้ การค้า และการลงทุนในระดับแนวหน้าของจีน ดังจะเห็นได้จาก...
1. ชาวนครเซี่ยงไฮ้ มีระดับคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น กลายเป็นพลเมืองที่เริ่มมีกำลังซื้อที่อยู่อาศัย และรถยนต์ส่วนตัว จากการมีรูปแบบและโอกาสการหารายได้ที่พัฒนาและมีความหลากหลายขึ้น คือ มีการเปลี่ยนสถานะจากการทำงานให้หน่วยงานของภาครัฐสู่การเป็นเจ้าของกิจการ / การลงทุนในธุรกิจร่วมทุน / การทำงานกับบริษัทต่างชาติ เป็นต้น โดยรายได้สุทธิเฉลี่ยต่อหัวประชากร (disposable income) ของชาวนครเซี่ยงไฮ้ ในปี 2550 ได้เพิ่มขึ้นจากปี 2523 ถึง 36.1 เท่า คือ จากปีละ 637 หยวน เป็น 23,623 หยวน
2. นครเซี่ยงไฮ้ กลายเป็นแหล่งรวมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจภาคการบริการ อาทิ ภาคการเงิน และโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนานครเซี่ยงไฮ้ ให้เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การเงิน การค้า และการเดินเรือ จากการเป็นเพียงแรงงานในภาคการผลิตที่ไม่ต้องใช้ทักษะระดับสูงในอดีต
พัฒนาการทาง เศรษฐกิจ พัฒนาการทางเศรษฐกิจของนครเซี่ยงไฮ้สะท้อนผ่านอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ผลผลิตทาง เศรษฐกิจ (economic output) หลังคำนวณร่วมกับอัตราเงินเฟ้อและปัจจัยทางเศรษฐกิจ อื่นๆ ของนครเซี่ยงไฮ้ ในระยะ 30 ปีที่ผ่านมา ขยายตัวในอัตราเฉลี่ยต่อปีที่ร้อยละ 10.3 ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าทั้งประเทศที่ร้อยละ 9.8 ขณะเดียวกัน มูลค่าผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ ( GDP) เพิ่มจากเพียง 27,300 ล้านหยวน (ประมาณ 3,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2521 เป็น 1,220,000 ล้านหยวน ในปี 2550 และมีการเติบโตในอัตราเลขสองหลักติดต่อกันตลอด 16 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2535 GDP เฉลี่ยต่อหัวต่อปี (Per Capita GDP) เพิ่มจากเพียง 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเปิดประเทศ (คำนวณจากจำนวนประชากร และอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น) เป็น 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2538 และเพิ่มเป็น 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2542 และได้เพิ่มสูงขึ้นจนอยู่ในระดับเดียวกับอัตราเฉลี่ยของประเทศมั่งคั่งที่ 8,728 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2550 เช่นเดียวกับรายได้การคลัง (fiscal income) ที่เพิ่มจาก 19,000 ล้านหยวน ในปี 2521 เป็น 731,000 ล้านหยวน ในปี 2550 ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 13.4 ต่อปี
ธุรกิจการเงินในย่านศูนย์กลางการเงิน นครเซี่ยงไฮ้
พัฒนาการด้านโครงสร้างทาง เศรษฐกิจ
นอกจากตัวเลขดัชนีเศรษฐกิจที่สำคัญแล้ว การเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างทางเศรษฐกิจยังเป็นตัวแปรหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของเซี่ยงไฮ้ในระยะ 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนผ่านโครงสร้าง GDP และโครงสร้างภาคการผลิต
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของนครเซี่ยงไฮ้มีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนจากภาคบริการเป็นภาค อุตสาหกรรมตามลำดับ กล่าวคือ ในปี 2521 โครงสร้าง GDP ของนครเซี่ยงไฮ้ เน้นที่ภาคอุตสาหกรรม คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 77.4 ของมูลค่า GDP ทั้งหมดของนครเซี่ยงไฮ้ ขณะที่ GDP ของภาคบริการ มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 18.6 ต่อมาในปี 2546 สัดส่วน GDP ของภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ เปลี่ยนเป็นร้อยละ 63.8 และ 31.9 ตามลำดับ
ปัจจุบัน มูลค่า GDP ของภาคบริการได้สูงแซงหน้าภาคอุตสาหกรรมแล้ว โดยในปี 2550 มีสัดส่วนเป็นร้อยละ 52.6 ของมูลค่า GDP ทั้งหมดของนครเซี่ยงไฮ้ และขยายตัวในอัตราร้อยละ 15.2 ขณะที่ GDP ของภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 46.6 และขยายตัวในอัตราร้อยละ 11.5
ด้านโครงสร้างภาคการผลิต นครเซี่ยงไฮ้ ได้ยกระดับโครงสร้างการผลิต จากอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพต่ำ (low-end goods) และไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง และสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยเน้นที่อุตสาหกรรมหลัก 6 ประเภท ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เหล็ก ปิโตรเคมี อุปกรณ์และชิ้นส่วน และยาชีวภาพ ซึ่งทั้ง 6 อุตสาหกรรมข้างต้นมีผลผลิตรวมคิดเป็นร้อยละ 65.2 ของมูลค่าผลผลิตในภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดของนครเซี่ยงไฮ้ รวมทั้งทุ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เป็นมูลค่า 30,700 ล้านหยวน (ประมาณ 4,480 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2550 คิดเป็นร้อยละ 2.52 ของมูลค่า GDP ของนครเซี่ยงไฮ้
พัฒนาการด้านสิ่งแวดล้อมการลงทุน
สิ่งที่นครเซี่ยงไฮ้ดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ คือ การปรับปรุงสิ่งแวดล้อมด้านการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เซี่ยงไฮ้เป็นแหล่งดึงดูดธุรกิจต่างชาติ และเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนที่สำคัญของจีนและภูมิภาค
ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา นครเซี่ยงไฮ้ มีนโยบายปรับปรุงสิ่งแวดล้อมด้านการลงทุน เพื่อดึงดูดบริษัทต่างชาติให้เข้ามาจัดตั้งสำนักงานใหญ่ สาขาธุรกิจ ศูนย์วิจัยและพัฒนา ศูนย์กลางการเงิน และศูนย์จัดซื้อและกระจายสินค้า และอีกเหตุผลหนึ่งคือ เพื่อรองรับการจัดงาน World Expo ที่นครเซี่ยงไฮ้ จะเป็นเจ้าภาพในปี 2553 รวมทั้งออกสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดทรัพยากรบุคคลและผู้เชี่ยวชาญในสาขาธุรกิจบริการ อาทิ การเงิน การธนาคาร และโลจิสติกส์ โดยมีพัฒนาการด้านสิ่งแวดล้อมและการลงทุนที่น่าสนใจ และควรค่าแก่การศึกษา คือ
1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งตลอดระยะ 30 ปีที่ผ่านมา นครเซี่ยงไฮ้ ได้ทุ่มงบประมาณเพื่อโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ในเขตเมืองแล้วคิดเป็นมูลค่า 919,800 ล้านหยวน (ประมาณ 134,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยแต่ละปีมีการเพิ่มงบประมาณเฉลี่ยร้อยละ 22.3 ทำให้นคร เซี่ยงไฮ้ เป็นเมืองที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานสมบูรณ์แบบที่สุดเมืองหนึ่งของจีน และเป็นต้นแบบการพัฒนาของมณฑลในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแยงซี กล่าวคือ
- เป็นเมืองแรกของจีนที่มีท่าอากาศยานถึง 2 แห่ง
- มีท่าเรือสำคัญหลายแห่ง รวมถึงท่าเรือน้ำลึกหยางซาน เพื่อรองรับการขนส่งทางเรือและการค้าระหว่างประเทศ โดยในปี 2550 ท่าเรือเซี่ยงไฮ้มีปริมาณขนถ่ายสินค้าสูงเป็นอันดับ 1 ของโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 3 และมีปริมาณการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสิงคโปร์
- มีเครือข่ายการคมนาคมที่ทันสมัยและครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวาง เชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอื่นทั่วจีนได้อย่างสะดวก ทั้งระบบรถไฟ รถไฟใต้ดิน รถไฟ Maglev ทางด่วน สะพาน และอุโมงค์เดินรถ
2. การปรับปรุงสิ่งแวดล้อมของเมือง เช่น การปรับปรุงภูมิทัศน์ในย่าน The Bund ซึ่งเป็นย่านธุรกิจและการท่องเที่ยวหลักของนครเซี่ยงไฮ้ โดยในปี 2550 นคร ซฮ. ทุ่มงบประมาณเพื่อโครงการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมรวมเป็นมูลค่า 36,600 ล้านหยวน
|
|
|
3. การพัฒนาระบบตลาดเงินและตลาดทุน เพื่อบรรลุเป้าหมายการสร้างให้นครเซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคและของโลก ทั้งระบบการธนาคาร การแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ และการประกันภัย โดยปัจจุบัน นครเซี่ยงไฮ้ เป็นที่ตั้งของทั้งตลาดหุ้น ตลาดซื้อขายล่วงหน้า และตลาดตราสาร โดยตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค
4. มาตรการส่งเสริมด้านการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งนครเซี่ยงไฮ้ เป็นเมืองแรกที่ดำเนินการลดขั้นตอน ณ ด่านศุลกากร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก และกระตุ้นการค้าระหว่างประเทศของนครเซี่ยงไฮ้ ในปี 2550 นครเซี่ยงไฮ้ มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ รวม 282,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
พัฒนาการทางเศรษฐกิจและการลงทุนของนครเซี่ยงไฮ้ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งของการนำไปสู่นโยบายการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง 4 ด้านของเซี่ยงไฮ้ในจีน คือ ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และการเดินเรือ ซึ่งรัฐบาลเซี่ยงไฮ้ยังคงเดินหน้าการพัฒนาทุกด้าน โดยมีการวางนโยบายที่สอดรับกันอย่างต่อเนื่องตลอดระยะ 30 ปีที่ผ่าน สู่ปัจจุบัน และอนาคต ในตอนต่อไปจะนำเสนอพัฒนาการในด้านอื่นๆ ที่ทำให้ท่านผู้อ่านได้มองเห็นภาพการพัฒนาที่วางต่อกันเป็น “เซี่ยงไฮ้ในอนาคต” ของรัฐบาลจีน โปรดติดตามhttp://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=441&ELEMENT_ID=15177
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
