โลกมองจีน (บทความแปล) : ค่าแรงไต่ระดับผลักวิสาหกิจจีนสู่ภาคตะวันตก
โลกมองจีน (บทความแปล) : ค่าแรงไต่ระดับผลักวิสาหกิจจีนสู่ภาคตะวันตก

จากบทความ “Rising salaries drives firms west”

โดย Yang Ling

ที่มา เว็บไซต์ China Daily

ภาพ หญิงชาย 2 คนกำลังอ่านประวัติส่วนตัวแรงงานอพยพที่แปะไว้บนกำแพงในเมืองชิงเต่า มณฑลซานตง ปัจจุบัน เกือบ ¾ ของผู้ประกอบการจีนเห็นว่าค่าแรงที่กำลังไต่ระดับขึ้นเป็นอุปสรรคที่ฝ่าฟันยากที่สุดต่อการดำเนินธุรกิจทั้งปัจจุบันและในอนาคต (จากการสำรวจโดย China Entrepreneurs Survey System)

ค่าแรงเฉลี่ยในอุตสาหกรรมหลักเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.4 ในปี 2553

รายงานจาก Aon Hewitt บริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจและจัดหางานระดับโลกชี้ว่า วิสาหกิจจีนที่ย้ายกิจการไปสู่ภาคตะวันตกนับวันยิ่งจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยต้นทุนค่าแรงที่พุ่งสูงขึ้นทุกหัวระแหง ทั้งนี้ ค่าเฉลี่ยเงินเดือนในภาคอุตสาหกรรมหลักเพิ่มขึ้นที่อัตราร้อยละ 8.4 ในปี 2553 สูงกว่าในปี 52 ถึง 2.6 จุด

นาย Peter Zhang รองประธานบริษัท Aon Hewitt Greater China กล่าวว่า ในปีนี้ เราคาดการณ์ว่า อัตราการเพิ่มขึ้นของค่าแรงทั่วประเทศจีนจะอยู่ที่ร้อยละ 9.1 โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะมีการปรับเงินเดือนขึ้นสูงสุดได้แก่ ด้านเภสัชกรรม ร้อยละ 9.6 เครื่องจักร ร้อยละ 9.3 และสินค้าอุปโภคบริโภค ร้อยละ 9.1

ปัจจัยที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญเบื้องหลังการขึ้นค่าแรงของประเทศจีนคือนโยบายจากรัฐบาลที่นับวันยิ่งค่อนข้างเอื้อประโยชน์และให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แก่แรงงานเพิ่มมากขึ้น อันเป็นความพยายามที่จะจัดสรรและลดความแตกต่างระหว่างรายได้ในสังคม ซึ่งสอดคล้องกับส่วนหนึ่งจากบทความ 2011 China Labor Outlook” ที่นาย Auret Van Heerden ประธานสมาคมแรงงานเท่าเทียม (Fair Labor Association) กล่าวไว้ว่า การขึ้นค่าแรงจะเป็นความจริงที่จะเกิดขึ้นต่อไปในระหนึ่งของเศรษฐกิจจีนเนื่องจากรัฐบาลให้การสนับสนุน เพราะเป็นหนทางในการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางสังคม ในขณะเดียวกันการยกระดับการอุปโภคบริโภคภายในและปรับความสมดุลให้แก่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งมีความสำคัญเท่า ๆ กัน

รัฐบาลท้องถิ่นทั่วจีนตอบรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

ข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการประกันสังคมจีน รัฐบาลท้องถิ่นกว่า 30 มณฑล เขต และนครทั่วจีนพร้อมใจกันปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในท้องถิ่นเป็นอัตราเฉลี่ยร้อยละ 22.5 ในปี 2553 อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเตือนถึงการขึ้นค่าแรงว่าจะกลายเป็น ดาบสองคม ในภายภาคหน้า

นาย Li Shi ผอ. ศูนย์วิจัยความยากจนและการกระจายรายได้แห่งมหาวิทยาลัยครูปักกิ่งกล่าวว่า การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของค่าแรงแม้จะเป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะยกระดับมาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนธรรมดา แต่อาจส่งผลด้านลบเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มธุรกิจ SMEs ที่ไม่ได้มีมูลค่ากำไรสูง

¾ ผู้ประกอบการจีนมองต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินธุรกิจ

นาย Li Jintong ผจก.ทั่วไปบริษัทสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในนครกว่างโจวกล่าวถึงค่าแรงที่เพิ่มขึ้นว่าส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิของบริษัท

ผมได้ขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยร้อยละ 20 ให้กับคนงานประมาณกว่า 230 คนในบริษัทตั้งแต่ปี 2552 บอกตามตรง ทั้งค่าแรงที่เพิ่มขึ้นและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้บีบผลกำไรสุทธิของบริษัทให้เหลือเพียงร้อยละ 5 และผมคงไม่สามารถเพิ่มเงินเดือนให้ใครได้อีกแล้วในปีนี้

นอกจากนี้ นาย Zhang จาก Aon Hewitt กล่าวเพิ่มเติมถึงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นของจำนวนบริษัทวิสาหกิจต่าง ๆ ที่พากันขยายฐานธุรกิจการผลิตไปสู่ภาคกลางงหรือภาคตะวันตกเพื่อลดความหนักหน่วงของต้นทุนด้านแรงงานที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นว่า หนึ่งในแนวโน้มใหญ่ทางธุรกิจที่เราพบในปี 2553 คือการย้ายตัวของภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่พื้นที่ในเขตตะวันตกที่มีค่าแรงต่ำกว่ามณฑลต่าง ๆ ในชายฝั่งภาคตะวันออก แต่นอกจากปัจจัยด้านค่าแรงถูกแล้ว บริษัทต่าง ๆ เหล่านี้ต่างก็ตระหนักดีถึงศักยภาพการเติบโตอันมหาศาลของพื้นที่ดังกล่าว ซึ่ง ณ ปัจจุบัน เงินเดือนหรือค่าตอบแทนรายปีของแรงงานมีฝีมือหรือทักษะ (Skilled Workers) ในนครซีอาน เมืองหลวงของมณฑลส่านซีและนครเฉิงตู เมืองหลวงของมณฑลเสฉวนอยู่ที่ราว 20,000 หยวน (3,030 ดอลล่าร์สหรัฐ) ขณะที่เมืองท่าในภาคตะวันออกเช่น นครกว่างโจว มีค่าตอบแทนรายปีขั้นต่ำที่ 24,000 หยวน

DELL ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่จากอเมริกาประกาศในเดือนกันยายนปี 53 ว่าบริษัทจะเปิดสาขาดำเนินการผลิต การขาย และบริการแห่งที่ 2 ในจีนที่นครเฉิงตูในปี 2554 เพื่อตอบรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในเขตภาคตะวันตก เช่นเดียวกัน บริษัท Hon Hai Precision Industry ผู้รับเหมาผลิตชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิคส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (จัดอันดับตามมูลค่ารายรับ) ที่ตั้งเป้าขยายการลงทุนเพิ่มหลายโครงการหลักในพื้นที่ตอนในของจีนอย่างนครเฉิงตู นครเจิ้งโจว (มณฑลเหอหนาน) เมืองหลางฝาง (มณฑลเหอเป่ย) ในเร็ว ๆ นี้ เป็นต้น

พร้อมกันนี้ บริษัทต่าง ๆ จะได้รับผลประโยชน์จากความพยายามของรัฐบาลจีนที่จะส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ในเขตภาคตะวันตกตามโครงการ “Go – West” ที่เริ่มรณรงค์มาตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งทำให้ในระยะไม่กี่ปีให้หลังมานี้ รัฐบาลท้องถิ่นในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตกใช้ความพยายามเป็นอย่างสูงเพื่อดึงดูดการลงทุนด้วยการการดำเนินนโยบายเพิ่มสิทธิพิเศษด้านภาษี หรือแม้กระทั่งการปรับปรุงความสะดวกด้านการจราจรโดยการเร่งก่อสร้างรางรถไฟและทางด่วนเพื่อเชื่อมพื้นที่ตอนในกับท่าเรือต่าง ๆ ในเขตชายฝั่งภาคตะวันออก

อนึ่ง การที่บริษัทที่มีชื่อเสียงโด่งดังต่าง ๆ พากันขยายกิจการเข้าสู่ภาคกลางและตะวันตกมากขึ้น บรรดานักศึกษาจบใหม่จากสถาบันต่าง ๆ จำนวนไม่น้อยจึงเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ใกล้ ๆ บ้านมากกว่าการเข้าไปทำงานในเมืองใหญ่ ๆ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือกว่างโจว

นาย Tang He นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากมหาวิทยาลัยไปรษณีย์และโทรคมนาคมปักกิ่งให้สัมภาษณ์ว่า เขาจะเดินทางกลับไปทำงานที่นครฉงชิ่งบ้านเกิด ภายหลังสำเร็จการศึกษาในเดือนมิถุนายนนี้

ผมเรียนสาขาวิศวกรรมอิเล็คทรอนิคส์ และผมสังเกตพบว่า บริษัทไฮเทคใหญ่ ๆ เช่น Hewlett - Packard (HP) ผู้ผลิตตอมพิวเตอร์จากอเมริกา หรือแม้กระทั่งบริษัทคอมพิวเตอร์ Quanta ของไต้หวัน ต่างก็เริ่มขยายกิจการเข้าสู่นครฉงชิ่งแล้ว ดังนั้นผมจึงตัดสินใจที่จะกลับไปหางานทำที่บ้าน เนื่องจากค่าครองชีพถูกกว่าปักกิ่งมาก

อย่างไรก็ดี รายงานจากบริษัท Accenture ผู้ให้คำปรึกษาด้านการจัดการระดับโลกชี้ว่า บรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่กำลังใช้บริการเอาท์ซอส (Outsource) ในประเทศจีนหลายแห่งกลับไม่ได้มีแนวคิดขยายฐานสู่แผ่นดินตอนใน หากแต่กลับมองหาประเทศต้นทุนถูกอื่น ๆ เช่น เวียดนาม ไทย มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย เพื่อเป็นทางเลือกในการผลิตสินค้าป้อนสู่ตลาดโลก ซึ่งก็ต้องเผชิญความท้าทายอื่น ๆ เช่น ท่าเรือขนส่ง ถนนหนทาง เครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ไม่พัฒนาเท่าจีน การขาดทักษะของแรงงาน และความมั่นคงทางการเมือง โดยรายงานจาก Accenture ทิ้งข้อเสนอแนะว่า ในขณะนี้ที่รัฐบาลจีนกำลังทุ่มเทความสำคัญอย่างมากให้กับการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศแสดงให้เห็นถึงโอกาสสำคัญสำหรับบริษัทข้ามชาติต่าง ๆ ที่ควรปรับมุมมองเกี่ยวกับจีนสำหรับทัศนคติ ฐานผลิต มาเป็น ฐานขายและกระจายสินค้าสู่ตลาดที่มีผู้บริโภคมหาศาลภายในประเทศจีนนั่นเอง

...............................................

18 มีนาคม 2554
แหล่งข้อมูล: (18/03/2011)
โดย: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ