เช่นที่เราตระหนักกันดี จีนเป็นประเทศผู้บริโภคพลังงานขนาดใหญ่ของโลกที่ถูกคาดการณ์ว่าเมื่อถึงปี พ.ศ. 2573 หากจีนยังไม่ดำเนินนโยบายควบคุมปริมาณการใช้พลังงาน จะมีการบริโภคทรัพยากรถ่านหินมาตรฐานเป็นปริมาณรวมกว่า 7,000 ล้านตัน เป็นที่แน่นอนว่ารัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานเนื่องด้วยเป็นปัจจัยหลักอันดับ 1 ที่จะรักษาระดับการพัฒนาของประเทศ จึงมีการเพิ่มแรงผลักดันเพื่อสนับสนุนเพิ่มการผลิตทรัพยากรพลังงานสำคัญโดยเฉพาะถ่านหิน ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติเพื่อให้มีอุปสงค์เพียงพอต่อความต้องการของตลาดภายในประเทศในอนาคต อีกทั้งเพิ่มศักยภาพการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไปพร้อม ๆ กัน
1 ในหัวข้อที่ร้อนแรงระหว่างการประชุม 2 สภาของจีนประจำปี 2554 ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงต้นปี สำหรับเสนอร่าง “แผนพัฒนาพื้นที่เขตปฎิวัติเก่าส่าน-กาน-หนิง” (ตั้งเป้าพัฒนาพื้นที่เขตปฎิวัติเก่าของจีนในมณฑลทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือคือ ส่านซี กานซู และเขตหนิงเซี่ยในภาพรวมทั้งด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ) คือยุทธศาสตร์ผลักดันอุตสาหกรรมด้านพลังงานในเขตภาคตะวันตกเฉียงเหนือด้วย “แผนพัฒนาพื้นที่ 3 เหลี่ยมทองคำด้านพลังงานส่าน-กาน-หนิง-เหมิง”(蒙陕甘宁能源金三角) ที่จะเร่งพัฒนาพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรถ่านหิน ปิโตรเลียมและอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ ในส่านซี กานซู หนิงเซี่ย และเขตมองโกเลียในให้กลายเป็นฐานด้านพลังงานและเคมีของประเทศ โดยตั้งเป้าการดำเนินการไว้ภายในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 12 ระหว่างปี พ.ศ. 2554 – 2558

ตามสถิติในปี 2552 พื้นที่ในบริเวณดังกล่าวทำการผลิตถ่านหินดิบได้กว่าร้อยละ 20 ของทั้งประเทศ ทำการผลิตก๊าซธรรมชาติได้กว่าร้อยละ 25 และมีทรัพยากรถ่านหินซ่อนเร้นเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 30 ของจีน และยังเป็นพื้นที่ ๆ มีพื้นที่แผ่นดินเฉลี่ยราว 2.5 เฮคเตอร์ ต่อประชากรรายหัว ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศถึงคนละ 0.7 เฮคเตอร์ ซึ่งตามแผนดำเนินการของคณะกรรมการพัฒนาและปฎิรูป (Development and Reform Commission) ชี้ว่า เมื่อถึงปี 2563 พื้นที่ในเขตนี้จะทำมูลค่าการผลิตรวมได้กว่า 1.5 ล้านล้านหยวน โดยจะทำผลผลิตถ่านหินได้กว่า 1,000 ล้านตัน (ร้อยละ 30 ของจีน) น้ำมันปิโตรเลียมดิบ 10 ล้านตัน (ร้อยละ 5 ของจีน) ก๊าซธรรมชาติ 20,000 ลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 10ของจีน) อุปกรณ์การผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนกำลังผลิต 100 กิโลวัตต์ (ร้อยละ 10ของจีน) น้ำมันจากถ่านหิน 15 ล้านตัน (ร้อยละ 50 ของจีน) ก๊าซจากถ่านหิน 40,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 60 ของจีน) Olefin จากถ่านหิน 2.5 ล้านตัน (ร้อยละ 50 ของจีน) และอุปกรณ์เครื่องมือการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์กำลังผลิตกว่า 20 ล้านกิโลวัตต์ (ร้อยละ 33 ของจีน) ซึ่งจะทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็น “ยานแม่” แห่งพลังงานของประเทศจีนอย่างแท้จริง
เขตพื้นที่สามเหลี่ยมพลังงานเหมิงส่านกานหนิงจะผนึกเอาเขตฐานพลังงานเดิมหลาย ๆ แห่งภายในเขตเมืองหนิงตง (宁东市เขตหนิงเซี่ย) เมืองออร์ดอส (鄂尔多斯市เขตมองโกเลียใน) เมืองหยูหลิน (榆林市มณฑลส่านซี) และเมืองในเขตภาคตะวันออกของกานซู เข้าไว้ด้วยกัน ครอบคลุมอาณาเขตรวม 133,800 ตารางกิโลเมตร โดยจะมีพื้นที่ส่วนเขตสนับสนุนรอบนอกอาทิเมืองเหยียนหวง (沿黄市 หนิงเซี่ย) เขตเหอเถ้า (河套地区 มองโกเลียใน) และเขตเมืองเหยียนอาน (延安市 มณฑลส่านซี) เป็นพื้นที่รวม 346,500 ตารางกิโลเมตร ซึ่งภายใต้ผืนดินพื้นที่ในเมืองหนิงตงเขตหนิงเซี่ย เมืองออดอสเขตมองโกเลียใน และเมืองหยูหลินของส่านซีนั้นมีปริมาณเชื้อเพลิงฟอสซิลส่วนถ่านหินซ่อนเร้นอยู่กว่า 2.01 ล้านล้านตัน ครอบครองถ่านหินมาตรฐาน (Standard Coal) เป็นสัดส่วนร้อยละ 47.2 ของจีน ในขณะที่พื้นที่ในเขตตะวันออกของกานซูเช่น เมืองชิ่งหยาง (庆阳市) และเมืองชิ่งเหลียง ก็จะกลายเป็นบ่อน้ำมันขนาดใหญ่ที่สำคัญของจีนในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยเช่นกัน โดยพื้นที่-ฐานพลังงานและแหล่งพลังงานและเคมีสำคัญที่จะถูกผนึกรวมในแผนสามเหลี่ยมพลังงานประกอบด้วย
1. เมืองหยูหลิน มณฑลส่านซี (榆林市) ก๊าซธรรมชาติและปิโตรเลียม
เมืองหยูหลินเป็นเขตทรัพยากรถ่านหินและสินแร่อื่น ๆ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีนนับจากการสำรวจหลังปี ค.ศ. 1980 ปัจจุบันยืนยันการมีอยู่ของทรัพยากรสินแร่กว่า 48 ชนิด จาก 8 กลุ่ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน และเกลือ ที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์
จากการประเมิน เมืองหยูหลินมีถ่านหินทั้งสิ้นเป็นปริมาณกว่า 271,400 ตัน ซึ่งทำการสำรวจยืนยันได้แล้ว 144,700 ล้านตัน ซึ่งเป็นสัดส่วนร้อยละ 70 และร้อยละ 86 ของมณฑลส่านซี (ตามลำดับ) และมีปริมาณการสำรวจที่ยืนยันได้แล้วเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 12 ของจีน ด้านก๊าซธรรมชาติ ประเมินว่ามีอยู่ทั้งสิ้นราว 6 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร โดยทำการสำรวจยืนยันได้แล้ว 747,400 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นสัดส่วนร้อยละ 99.9 ของมณฑลส่านซี โดยยังเป็นพื้นที่บ่อก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ณ ปัจจุบันอีกด้วย
ด้านปิโตรเลียม ประมาณการว่าหยูหลินมีปริมาณปิโตรเลียมทั้งสิ้นกว่า 6 ล้านล้านตัน เช่นกัน โดยมีการยืนยันแล้วราว 300 ล้านตัน โดยแฝงตัวอยู่บนพื้นที่กว่า 2,300 ตารางกิโลเมตร โดยมีปริมาณสำรองเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 43.4 ของมณฑลส่านซี ในขณะที่มีปริมาณเกลือสินเธาว์จากการประเมินอยู่ที่ 6 ล้านล้านตันเช่นกัน โดยมีการค้นพบยืนยันแล้ว 885,400 ล้านตัน ซึ่งเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 26 ของประเทศจีน
จากการคาดการณ์ ทรัพยากรซ่อนเร้นในเมืองหยูหลินมีมูลค่ารวมกว่า 46 ล้านล้านหยวน ซึ่งเทียบกับว่า ในพื้นที่ทุก ๆ 1 ตารางกิโลเมตรของเมืองมีทรัพยากรมูลค่าราว 1,000 ล้านหยวน
ผลผลิตด้านพลังงานหลักเมืองหยูหลินปี 53
|
ผลิตภัณฑ์ |
ปริมาณ |
เพิ่มขึ้น(ร้อยละ) |
|
ถ่านหินดิบ |
257.32 ล้านตัน |
19 |
|
# โดยท้องถิ่น |
121.51 ล้านตัน |
11.4 |
|
น้ำมันดิบ |
9.83 ล้านตัน |
15.4 |
|
เกลือ |
409,800 ตัน |
3.8 |
|
ก๊าซธรรมชาติ |
109.86 ล้านลบม. |
-0.4 |
|
กระแสไฟฟ้า |
35,627 ล้าน kw-h |
21.2 |
|
# จากพลังงานความร้อน |
35,584 ล้าน kw-h |
21.3 |
อ่านบทความเก่า “หยูหลิน คูเวตแห่งประเทศจีน”
2. เมืองออร์ดอส เขตมองโกเลียใน (鄂尔多斯市) ถ่านหิน
เมืองออร์ดอสตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน เป็นหนึ่งในฐานทรัพยากรถ่านหินที่สำคัญของจีน ปัจจุบันมีการค้นพบและยืนยันแล้วทั้งสิ้นเป็นปริมาณ 149,600 ล้านตัน ซึ่
อยู่ในพื้นที่ระหว่างขุดเจาะ 17,500 ล้านตัน ทั้งนี้ คาดว่าในอนาคตระยะยาวเมืองออร์ดอสจะทำการขุดเจาะถ่านหินได้เป็นปริมาณมากถึง 1 ล้านล้านตัน
การขุดเจาะและอุตสาหกรรมแปรรูปถ่านหิน อาทิ การผลิตไฟฟ้าและเคมีเป็นอุตสาหกรรมเสาหลักของเมืองออร์ดอส บนพื้นที่เมืองทั้งหมด 87,000 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตกว่าร้อยละ 70 มีถ่านหินแฝงเร้นอยู่ ซึ่งปัจจุบัน ออร์ดอสมีบ่อถ่านหินขนาดใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ บ่อถ่านหินจุ่นเก๋อเอ๋อร์ (准格尔) บ่อถ่านหินตงเซิ่ง (东胜) และบ่อถ่านหินจัวจื่อซาน (桌子山) ซึ่งได้ทำการขุดเจาะรวมไปแล้วทั้งสิ้นราว 124,000 ล้านตัน โดยถ่านหินที่ขุดเจาะได้จากเมืองออร์ดอสครองสัดส่วนกว่าร้อยละ 16.67 ของทั้งประเทศ และเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 50 ของการผลิตในเขตมองโกเลียใน
เป้าหมายผลิตภัณฑ์เคมีและถ่านหินเมืองออร์ดอสในช่วงแผนฉบับ 12
|
ลำดับ |
ผลิตภัณฑ์ |
ขนาดการผลิต (ล้านตัน) | |
|
ช่วงแผน 11 |
ช่วงแผน 12 | ||
|
1 |
Methyl Alcohol |
1.8 |
4.45 |
|
2 |
Dymethyl Ether |
4.7 |
15.4 |
|
3 |
แอมโมเนียสังเคราะห์ |
0.3 |
160 |
|
4 |
น้ำมันจากถ่านหิน |
5 |
10 |
|
5 |
Methanol to Olefins (MTO) |
0.6 |
2 |
|
6 |
Methanol to Propylene (MTP) |
0 |
0.5 |
|
7 |
ถ่านโค๊ก |
3 |
6 |
|
8 |
อุปกรณ์ผลิตไฟฟ้า (ล้านกิโลวัตต์) |
10 |
15 |
3. ฐานพลังงานหนิงตงเขตหนิงเซี่ย (宁夏宁东能源基地) ถ่านหินและเคมี
ฐานพลังงานหนิงตงตั้งอยู่ภายในเขตอำเภอหลิงอู่ (灵武县) นครอิ๋นชวน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย อาณาบริเวณตามเป้าหมายระยะยาว 2,844 ตารางกิโลเมตร และมีพื้นที่ในส่วนแผนงานราว 645 ตารางกิโลเมตร ซึ่งรวบรวมเอาเขตเมืองแร่หลัก 3 แห่ง ได้แก่ เขตหยวนยางหู (鸳鸯湖) เขตหลิงอู่ (灵武) เขตเหิงเฉิง (横成) และบ่อน้ำมันสือโกวอี๋ (石沟驿井田) รวมถึงโครงการเขตอุตสาหกรรมหนักและเคมีบนพื้นที่ราว 13.57 ตารางกิโลเมตร
การก่อสร้าง ระยะที่ 1 ช่วงปี พ.ศ.2546 -2553 ระยะที่ 2 ช่วงปี พ.ศ.2553 -2563 มุ่งเน้นโครงการอุตสาหกรรมด้านถ่านหิน ไฟฟ้า และเคมีถ่านหิน
เป้าหมายรวมโครงการปี 2563
- มีศักยภาพการผลิตถ่านหิน 110 ล้านตัน
- มีเครื่องมืออุปกรณ์รองรับการผลิตไฟฟ้ากำลัง 20 ล้านกิโลวัตต์ขึ้นไป
- การผลิตถ่านหินเหลวทางอ้อม (Indirect Coal Liquefaction) 10 ล้านตัน
- Dimethyl ether 2 ล้านตัน
- Methyl Alcohol 1.7 ล้านตัน
โครงการฐานพลังงานและเคมีเมืองหนิงตงคาดการณ์มูลค่าลงทุน 205,566 ล้านหยวน โดยเมื่อการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์จะทำมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมได้กว่า 29,760 ล้านหยวน และช่วยเพิ่มมูลค่าการผลิตแก่อุตสาหกรรมอื่นได้กว่า 89,739 ล้านหยวน
จุดเด่น ความได้เปรียบด้านทรัพยากรถ่านหิน บ่อถ่านหินหนิงตงมีปริมาณถ่านหินซ่อนเร้นที่ถูกค้นพบแล้วประมาณ 27,000 ตัน เป็นร้อยละ 87 ของเขตหนิงเซี่ย โดยสภาพดินในบ่อมีคุณภาพดี มีลักษณะที่เหมาะแก่การขุดเจาะและทำให้ต้นทุนต่ำ และตัวถ่านหินเองก็มีคุณภาพสูงเหมาะสำหรับใช้กำเนิดพลังงานและผลิตก๊าซ
4. พื้นที่ภาคตะวันออกของมณฑลกานซู (ถ่านหิน)
เป็นพื้นที่ ๆ มีทรัพยากรถ่านหินสะสมอยู่มากถึงกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณถ่านหินสำรองในทั้งมณฑลกานซู ประกอบด้วย
เมืองผิงเหลียง (平凉市) ตั้งเป้าผลผลิตถ่านหินช่วงปลายแผนฉบับ 12 (พ.ศ. 2558) ปริมาณราว 50 ล้านตัน และมีอุปกรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้ารองรับ 12 ล้านกิโลวัตต์ ผลผลิต Methyl Alcohol และ Dimethyl Ether ปริมาณ 11 ล้านตัน
เมืองชิ่งหยาง (庆阳市) ตั้งเป้าผลผลิตถ่านหินช่วงปลายแผนฉบับ 12 (พ.ศ. 2558) 65 ล้านตัน และในช่วงแผนพัฒนาฉบับที่ 13 จะมีผลผลิตถ่านหินทะลุ 113 ล้านตัน
ปัจจุบัน เขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหนึ่งในต้นสายสำคัญที่นำส่งพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตในภาคตะวันตกเพื่อเกื้อหนุนความต้องการไฟฟ้าในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกของจีน แม้แผนดังกล่าวจะยังไม่ได้รับการประกาศดำเนินอย่างเป็นทางการ แต่ก็แสดงเห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานของจีนในทรัพยากรซ่อนเร้นที่ยังมีอยู่อย่างเหลือเฟือ ขนาดขนาดประเทศที่ใหญ่ จำนวนประชากรที่มหาศาล และภาคอุตสาหกรรมอันเป็นตัวฉุดดึงหลักทางเศรษฐกิจทำให้จีนคงต้องเพิ่มกำลังการผลิตด้านพลังงานมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าจีนไม่ได้มองข้ามจุดบอดที่ว่าการใช้พลังงานฟอสซิลนั้นเป็นบ่อเกิดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมหากและยังใกล้หมดสิ้นไปจากโลก ดังนั้นจึงสังเกตุเห็นได้ว่าในปัจจุบัน นอกจากจีนเองจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษต่อธุรกิจด้านการประหยัดพลังงาน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการลดการสร้างมลภาวะ และส่งเสริมนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Cycling Economy) เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ นำไปปรับใช้แล้ว ยังมุ่งมั่นและมีเป้าหมายที่เด่นชัดในการพัฒนาอุตสาหกรรมไฟฟ้าพลังงานทางเลือกด้วยเช่นกัน ซึ่งพื้นที่เดียวกันเขตพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือนี้มีทรัพยากรสำหรับพลังงานทางเลือกที่เหลือเฟือและได้รับการผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจรในมณฑลกานซู เขตหนิงเซี่ย มองโกเลียใน และบางส่วนของส่านซี ด้วยเช่นกัน ซึ่งพลังงานจากส่วนดังกล่าวก็กำลังเพิ่มการผลิตและครองสัดส่วนกระแสไฟที่ส่งเข้าสู่ระบบมากเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ดี ระหว่างที่เทคโนโลยีพลังงานใหม่ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประเทศได้อย่างเต็มที่ จีนยังก็ยังคงต้องพึ่งพาพลังงานดั้งเดิมต่อไปอีกอย่างน้อยใน 1-2 ทศวรรษอันใกล้นี้ ซึ่งศูนย์ BIC ซีอานจะคอยอัพเดตข้อมูลความเคลื่อนไหวของแผน “สามเหลี่ยมทองคำพลังงานหนิงเหมิงส่านกาน” ว่าจะยกระดับพื้นที่ในบริเวณดังกล่าวให้กลายเป็นฐานความมั่นคงทางพลังงานของจีนอย่างเต็มตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใดและในทิศทางใด … แล้วพบกันใหม่
---------
แหล่งข้อมูล
www.xinhuanet.com
www.yldrc.gov.cn
www.cnstock.com
www.chinacoal.org.cn
www.dtsbc.com
www.news.soufan.com
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=459&ELEMENT_ID=15184
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
