สำหรับการเข้ามาลงทุนทำธุรกิจในจีนนั้น การจ้างงานพนักงานท้องถิ่นมาช่วยทำงานเป็นเรื่องจำเป็น เพราะความจำเป็นที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา หรือผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ เนื่องจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมและแนวปฏิบัติต่างๆ
ดังนั้นที่ทราบกันดีว่า ผู้ลงทุนตั้งกิจการควรศึกษากฏหมายด้านแรงงานของพื้นที่ที่จะไปลงทุนให้รอบคอบถี่ถ้วน อันรวมทั้งกฏหมายแรงงานในพื้นที่เสียก่อน เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงปัญหา กรณีพิพาทด้านลูกจ้างแรงงาน ที่ไม่จำเป็นได้ บีไอซีจึงขอนำเสนอข้อมูลน่ารู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแนวโน้มการจ้างงานและกฏหมายที่เกี่ยวข้องในมณฑลส่านซี (อนึ่ง กฏหมายแรงงานในประเทศจีน มีกรอบกฏหมายเดียวกัน แต่แนวปฏิบัติในแต่ละมณฑลอาจมีความแตกต่างระหว่างกัน ผู้ลงทุนจึงควรศึกษาเพิ่มเติมด้วย)

1. แนวโน้มการอพยพของคนงานกลับสู่ภาคตะวันตก
ปัจจุบัน พบว่า พื้นที่ตะวันออกและพื้นที่ติดชายทะเลของจีนประสบปัญหาสถานการณ์ขาดแรงงาน ตัวอย่างเช่นปรากฏในรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ไชน่าเดลี่ในช่วงหลังตรุษจีนปี 2556 พบว่า โรงงานผลิตรองเท้าและเครื่องหนังรายหนึ่งในภาคตะวันออกประสบปัญหาเนื่อง คนงานกว่าร้อยละ 10 ในโรงงานไม่กลับมาทำงาน หลังจากที่กลับบ้านไปในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยพบว่า คนงานส่วนใหญ่ต้องการที่จะทำงานในพื้นที่บ้านเกิด ซึ่งส่วนมากคือพื้นที่ตอนในของประเทศจีน เนื่องจากคนงานสามารถหางานได้ในพื้นที่ตอนในได้เหมือนกัน และขณะนี้โรงงานหลายแห่งย้ายฐานผลิตเข้าไปในพื้นที่ตอนในแล้ว ในอนาคตฐานผลิตต่างๆแถบมณฑลติดทะเลของจีนก็จะย้ายไปแถบพื้นที่ตอนในมากขึ้นเนื่องจากมีแรงงานที่มากและต้นทุนที่ถูกกว่า[15]

รายได้ขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นในทุกปี ส่งผลให้แรงงานกลับบ้านเกิดหางานทำ
2. ศึกษาอัตราค่าจ้างแรงงานจีนในจีนตะวันตกเฉียงเหนือ
จากแนวโน้มข้างต้น จึงเป็นที่น่าสนใจที่จะศึึกษาอัตราค่าจ้างแรงงานในจีนตอนใน ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
2.1 ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในส่านซี กานซู หนิงเซี่ย
อัตราหนึ่งที่สำคัญคือ ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ซึ่งถูกกำหนดโดยทางการ บีไอซีได้รวบรวมข้อมูลล่าสุดของอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในส่านซี กานซู หนิงเซี่ย และเปรียบเทียบกับฉงชิ่ง และเฉิงตู ซึ่งมีเศรษฐกิจเป็นอันดับที่หนึ่งและสองของจีนตะวันกตก พบข้อมูลดังนี้

หมายเหตุ ข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามการปรับค่าจ้างขั้นต่ำครั้งล่าสุดของ 7 มณฑล (ได้แก่ ส่านซี กุ้ยโจว เหอหนาน เจ้อเจียง กวางตุ้ง เสินเจิ้น และปักกิ่ง) เมื่อต้นปี 2556 อย่างไรก็ดี มณฑลอื่นๆจะปรับฐานเงินเดือนขั้นต่ำใกล้เคียงกับร้อยละ 40 ของอัตราเงินเดือนเฉลี่ย ภายในปี 2557 นี้ ตามนโยบายของคณะรัฐมนตรี[6] สำหรับเมืองที่ยังไม่ได้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ บีไอซีคาดการณ์ว่าจะปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นอีก 100-200 หยวนต่อเดือนภายในปีนี้หรือปีหน้า
สำหรับพื้นที่ 1 – 3 ที่ค่าจ้างแต่ละพื้นที่แต่ต่างกันนั้น แบ่งตามระดับเศรษฐกิจของพื้นที่นั้นๆ ผู้ประกอบการควรศึกษาให้ดีว่าพื้นที่ที่ลงทุนอยู่ในพื้นที่อัตราค่าจ้างเท่าใด และจากตารางจะเห็นว่า ณ ปัจจุบัน 25 ก.พ. 56 ซึ่งหากยังไม่มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ อัตราค่าแรงขั้นต่ำที่น้อยสุดคือมณฑลกานสู รองลงมาคือฉงชิ่งและมณฑลเสฉวน ซึ่งคาดว่าหลังปรับขึ้นเงินเดือนนครฉงชิ่งและเสฉวนจะมีอัตราเงินเดือนขั้นต่ำ 1,150-1,250 หยวนต่อเดือน
เมื่อเปรียบเทียบกับนครปักกิ่ง เสินเจิ้น และเซี่ยงไฮ้แล้ว โดยมีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำต่อเดือนอยู่ที่ 1,400 หยวน 1,500 หยวน และ 1,450 หยวนตามลำดับ ถือว่าอัตราค้าจ้างขั้นต่ำต่อเดือนทางฝั่งพื้นที่ตะวันตกของจีน ยังน้อยกว่าอยู่มาก ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบในการลงทุนที่จะทำให้ต้นทุนด้านแรงงานต่ำกว่าพื้นที่อื่นๆในจีน
2.2 รู้จักอัตราเฉลี่ยค่าจ้างแรงงานในสาขาต่างๆ ของส่านซี กานซู หนิงเซี่ย
บีไอซีได้ศึกษาข้อมูลตัวเลขค่าจ้างรายปีโดยเฉลี่ย ในปี พ.ศ.2554 ในส่านซี กานซู และหนิงเซี่ย โดยเปรียบเทียบกับมณฑลอันดับหนึ่งและสองในด้านเศรษฐกิจในจีนตะวันตก คือฉงชิ่งกับเสฉวน พบข้อมูลดังนี้

อนึ่ง
- หนิงเซี่ยมีอัตราค่าจ้างเฉลี่ยค่อนข้างสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ ในบางสาขา ส่วนหนึ่งมาจากจำนวนประชากรที่ยังคงน้อย การจ้างผู้เชี่ยวชาญอาจมีอัตราค่าจ้างสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ
- กานซู ส่านซี และหนิงเซี่ย มีอัตราเฉลี่ยค่าจ้างในอุตสาหกรรมเหมืองแร่สูงกว่าฉงชิ่ง และเฉิงตู เนื่องจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ส่วนใหญ่ อยุ่ในพื้นที่จีนตะวันตกเฉียงเหนือ พบบริษัทร่วมลงทุนต่างประเทศหลายราย อาทิ Dow Chemical จากสหรัฐอเมริกา และ China Magnesium Corporation จากออสเตรเลีย เป็นต้น ที่มาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว
- ส่านซีเป็นที่ตั้งศูนย์วิจัยด้านธรณีวิทยา และสถาบันวิจัยด้านต่างๆ จำนวนมาก เนื่องจากเป็นแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุ ถ่านหิน และเป็นเมืองด้านการวิจัยอันดับต้นของประเทศจีน
1. กฏหมายแรงงานที่ควรรู้
เนื้อหากฏหมายที่ผู้ประกอบการควรรู้ที่สำคัญ อ้างอิงจากกฏหมายแรงงาน (“中华人民共和国劳动法”) จากเว็บไซค์ทรัพยากรบุคคลส่านซี[19] มีดังนี้
3.1 ค่าจ้าง
กฏหมายระบุให้
- นายจ้างต้องจ่ายค่าแรงตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่กฏหมายท้องถิ่นระบุไว้ และนายจ้างต้องปรับเปลี่ยนอัตราค่าแรงขั้นต่ำตามปัจจัยดังต่อไปนี้
- ค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวันขั้นต่ำของสมาชิกครอบครัวที่ลูกจ้างต้องเลี้ยงดู
- ค่าจ้างเฉลี่ยของอาชีพนั้นๆในสังคม
- ประสิทธิภาพการผลิตของลูกจ้าง
- การทำงานของลูกจ้าง
- สภาพเศรษฐกิจที่แตกต่างกันในแต่ในพื้นที่
- นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเป็นเงินหยวนเท่านั้น ห้ามหักค่าจ้างและติดค้างค่าจ้างแก่ลูกจ้าง
- นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันหยุดราชการ วันแต่งงานและงานศพ และกิจกรรมสังคมอื่นๆด้วย
3.2 เวลาทำงาน
ตามกฏหมายแรงงานที่ส่านซีบังคับใช้ ได้ระบุเวลาทำงานดังนี้
- ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน
- เวลาทำงานเฉลี่ยตลอดทั้งสัปดาห์ไม่เกิน 44 ชั่วโมง
- หากจำเป็นต้องเพิ่มเวลาทำงาน นายจ้างต้องตกลงกับลูกจ้างเพื่อทำงานล่วงเวลา โดยปกติไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง สำหรับกรณีจำเป็น
- ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยต่อลูกจ้างสามารถเพิ่มเวลาทำงานได้ไม่เกินวันละ 3 ชั่วโมงต่อวัน รวมแล้วไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อเดือน
- สำหรับค่าจ้างล่วงเวลา กฏหมายระบุหากนายจ้างสั่งให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา
- ต่องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาไม่น้อยกว่าร้อยละ 150 ของค่าจ้างต่อวัน
- หากนายจ้างสั่งให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด และไม่สามารถให้หยุดชดเชยได้
- นายจ้างต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาร้อยละ 200 ของค่าจ้างต่อวัน
- หากนายจ้างสั่งให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดพักผ่อนราชการ นายจ้างต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างร้อยละ 300 ของค่าจ้างต่อวัน
3.3 วันหยุด
กฏหมายแรงงานจีนระบุให้นายจ้างต้องให้ลูกจ้าง
· มีวันหยุดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน
· กำหนดให้วันต่อไปนี้เป็นวันหยุด วันขึ้นปีใหม่ (1 ม.ค.) วันตรุษจีน (วันที่ 1 เดือน 1 ตามปฏิทินจีน) วันแรงงาน(1 พ.ค.) วันชาติจีน (1 ต.ค.) และวันหยุดอื่นๆตามที่กฏหมายได้ระบุให้เป็นวันหยุดพักผ่อน
3.4 การลาพักร้อน
ในประเทศจีนตามกฏหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 กำหนดให้สามารถลาพักร้อน โดยพนักงานที่ทำงานมาเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไปสามารถลาพักร้อนได้ 5 วัน และพนักงานที่ทำงานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถลาพักร้อนได้ 10 วัน และลาพักร้อนได้ 20 วัน สำหรับพนักงานที่ทำงานเกิน 20 ปีขึ้นไป
3.5 ประกันสังคม
นอกจากเงินเดือนที่ต้องจ่ายให้ลูกจ้างเป็นประจำทุกเดือนแล้ว กฏหมายจีนยังบังคับให้ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าประกันสังคมแก่ลูกจ้างด้วย สำหรับประกันสังคมของนครซีอาน(五险)ซึ่งคุ้มครอง 5 ประเภทด้วยกัน และยังมีค่าใช้จ่ายเข้ากองทุนสะสมเพื่อที่พักอาศัย(一金)ดังนี้
1. เงินหลังเกษียณ นายจ้างจ่ายร้อยละ 20 ลูกจ้างจ่ายร้อยละ 8 ของเงินเดือน
2. ค่ารักษาพยาบาล นายจ้างจ่ายร้อยละ 7 ลูกจ้างจ่ายร้อยละ 2 ของเงินเดือน
3. ประกันอุบัติเหตุในที่ทำงาน นายจ้างจ่ายร้อยละ 0.5-2 (ตามประเภทงาน) ของเงินเดือน ลูกจ้างไม่ต้องจ่าย
4. คุ้มครองว่างงาน นายจ้างจ่ายร้อยละ 2 ลูกจ้างจ่ายร้อยละ 1
5. เลี้ยงดูบุตรหลาน นายจ้างจ่ายร้อยละ 0.5 ลูกจ้างไม่ต้องจ่าย
6. และการจ่ายเงินเข้าสบทบกองทุนสะสมเพื่อที่พักอาศัย ขั้นต่ำร้อยละ 5 ไม่เกินร้อยละ 12 ของเงินเดือนลูกจ้าง โดยจ่ายเท่ากันทั้งลูกจ้างและนายจ้าง
รวมแล้วนายจ้างต้องจ่ายค่าประกันสังคมให้แก่ลูกจ้างชาวจีนราวร้อยละ 35-43.5 ของเงินเดือนลูกจ้าง ซึ่งหากนายจ้างไม่จ่ายเงินเข้าประกันสังคมให้แก่ลูกจ้างถือว่าผิดกฏหมาย อาจถูกฟ้องร้องได้[7]
อนึ่ง นับตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2554 เป็นต้นไป กฏหมายระบุหากนายจ้างต้องการจ้างงานลูกจ้างชาวต่างชาติ ก็ต้องจ่ายประกันสังคม 5 ประเภทเหมือนกับคนจีนด้วยเช่นเดียวกัน แต่ปัจจุบันกลไกการดำเนินการยังอยู่ระหว่างการวางระบบ[8][9]
สำหรับรายละเอียดอื่นๆของกฏหมายแรงงาน ผู้ประกอบการควรศึกษาให้ละเอียดอีกครั้ง
4. ข้อได้เปรียบในเรื่องการจ้างงานในส่านซี
บีไอซีขอเรียนเสนอข้อได้เปรียบสำหรับผู้ประกอบการที่มาลงทุน ในแง่ของการจ้างงานในส่านซี ดังนี้ ซีอานเป็นที่แหล่งรวมของนักศึกษามหาวิทยาลัยโดยเฉพาะทางด้านวิศวกรรม ซึ่งเป็นรองเพียงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้เท่านั้น อัตราค่าแรงของส่านซีมีราคาถูกกว่าพื้นที่ติดชายทะเลของจีน เมื่อปี 55 บริษัทซัมซุงอิเล็คทรอนิคส์ได้ลงทุนสร้างโรงงานผลิตชิพหน่วยความจำไป 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าเป็นเงินลงทุนก้อนแรกของบริษัทต่างชาติที่มีจำนวนสูงที่สุดในจีน[20] และนโยบายมุ่งตะวันตกของรัฐบาลกลางที่มีวัตถุประสงค์ขยายความเจริญทางเศรษฐกิจไปยังฝั่งภาคตะวันตก นโยบายสนับสนุนให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันตก เป็นต้น
5. ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจ้างงานคนจีนในส่านซี กานซู หนิงเซี่ย
- บริษัทข้ามชาติ จำเป็นต้องจ้างผ่านเอเจนซี่จัดหาแรงงานในท้องถิ่น เช่น บริษัท FESCO (Foreign Enterprise Service Corporation เป็นบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนดำเนินงานด้านทรัพยากรบุคคลเป็นแห่งแรกๆในจีน รายละเอียดเว็บไซค์ http://www.fesco.com.cn) หรือบริษัทนายหน้าจัดหาแรงงานอื่นๆที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ เป็นต้น ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการจ้างงาน และจัดการเรื่องภาษี สวัสดิการต่าง ๆของพนักงาน
- สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ การตรวจตรารายชื่อพนักงานที่มีอยู่ให้ถูกต้อง ก็เป็นแนวปฏิบัติที่ดี ในบางกรณีมีการพบรายชื่อพนักงานที่ลาออกแล้ว เกษียณ หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตแล้วแต่ยังไม่ได้ถูกคัดรายชื่อออก และยังรับเงินเดือนค่าจ้างอยุ่เป็นประจำทุกเดือน
ท้ายนี้ บีไอซีขอเรียนท่านผู้สนใจมาลงทุนประกอบธุรกิจ และจ้างพนักงานคนจีน ว่า ไม่ว่าขนาดธุรกิจของท่านจะเล็กหรือใหญ่เพียงใด การศึกษาระเบียบและข้อกฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน และกฎหมายบริษัทร่วมทุนให้ดีก่อนเข้ามาลงทุน เป็นประโยชน์อย่างยิ่งและเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารงาน บริหารองค์กร และธุรกิจของท่านได้อย่างราบรื่น
เว็บไซค์กรมแรงงานและสวัสดิการสังคมส่านซี
http://www.shaanxihrss.gov.cn/
อ้างอิง
[1] http://www.gov.cn/gzdt/2012-12/23/content_2296626.htm
[2] http://finance.ifeng.com/roll/20120423/6339386.shtml
[3] http://www.gs.xinhuanet.com/dfpd/2012-04/09/content_25035078.htm
[4] http://news.sina.com.cn/c/2012-04-28/052424343309.shtml
[5] http://www.cqcb.com/cbnews/gngjnews/2013-02-07/2576236.html
[6] http://news.ifeng.com/gundong/detail_2012_07/23/16226533_0.shtml
[7] http://sz.bendibao.com/szsi/20121120/si452047.htm
[8] http://news.cntv.cn/20111109/113006.shtml
[9] http://www.gov.cn/gzdt/2011-09/08/content_1943787.htm
[10]
[11] Ningxia Statistic Bureau. Ningxia Statistical Yearbook 2012,
[12] Xu jingxiong.
[13] http://www.cqtj.gov.cn/html/tjsj/tjgb/12/06/6009.html
[14] http://www.sc.stats.gov.cn/sctj/Default.htm?status=Main&menu=5&sub=5,false
[15] http://usa.chinadaily.com.cn/epaper/2013-02/19/content_16236269.htm
[16] http://usa.chinadaily.com.cn/business/2013-02/19/content_16234385.htm
[17]
[18] http://news.cnwest.com/content/2012-07/06/content_6785127.htm
[19] http://www.shaanxihrss.gov.cn/Html/2009-9-8/171032.Html
อ่านเพิ่มเติมได้ที่
1.ผู้ประกอบการไทยควรรู้ ส่านซีประกาศปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอีกครั้งที่ 1,150 หยวน/เดือน
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=466&ELEMENT_ID=15189
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
