หลายมณฑลจีนร่วม "เอี่ยว" ยุทธศาสตร์ “One Belt One Road” ขุมพลังเศรษฐกิจใหม่ของโลก
หลายมณฑลจีนร่วม "เอี่ยว" ยุทธศาสตร์ “One Belt One Road”  ขุมพลังเศรษฐกิจใหม่ของโลก

หนังสือพิมพ์ Economic Information: หลายมณฑลทั่วจีนได้เริ่มวางแผนและผลักดันนโยบาย “One Belt One Road” ในพื้นที่ตนเอง ซึ่งบางแผนงานได้รับอนุมัติจากรัฐบาลกลางและมีการดำเนินการเป็นรูปธรรมแล้ว

“One Belt One Road” เป็นเครื่องมือใหม่ของรัฐบาลจีนที่มุ่งสร้าง "ความเชื่อมโยง" แบบหลายมิติกับประเทศต่างๆ ที่ตั้งอยู่บนแนวพื้นที่เศรษฐกิจนี้

องค์ประกอบของนโยบาย “One Belt One Road” แบ่งเป็น (1) แนวพื้นที่เศรษฐกิจเส้นทางสายไหมที่มุ่งเชื่อมโยงกับภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุโรป และแอฟริกา และ (2) เส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งเชื่อมต่อกับประเทศสมาชิกอาเซียนเป็นหลัก

ในการประชุม "2 สภา" ระดับมณฑล พบว่า รัฐบาลมณฑลได้มีการกล่าวถึงนโยบาย " One Belt One Road " กันอย่างกว้างขวาง

ข้อมูล ณ ปัจจุบัน พบว่า แผนงานภายใต้กรอบนโยบายดังกล่าวในแต่ละมณฑลมีลักษณะความคืบหน้าในระดับที่แตกต่างกัน โดยมณฑลที่อยู่บนกรอบนโยบายดังกล่าว ได้แก่ พื้นที่เลียบชายฝั่งทะเล และพื้นที่จีนตอนในทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ

ทั้งนี้ คาดหมายว่า นโยบายดังกล่าวจะสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 58 และมีการกำหนดแผนงานระดับประเทศอย่างชัดเจนในเร็วๆ นี้ โดยโครงการนำร่องระยะแรกที่ได้รับการสนับสนุนน่าจะเป็นโครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ทางรถไฟ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

นักวิจัยจากสถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ชี้ว่า ปี 58 รัฐบาลจีนต้องพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างแผนงานอุตสาหกรรม ทั้งการเคลื่อนย้ายอุตสาหกรรมภายในประเทศและต่างประเทศ

นักวิชาการ ชี้ว่า แนวทางการดำเนินนโยบาย " One Belt One Road " ที่มีความเป็นรูปธรรมมากที่สุดมีอยู่ 3 ด้าน ดังนี้

หนึ่ง การก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะสาขาคมนาคมขนส่ง ที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ มณฑลยูนนานที่ให้ความสำคัญกับ "เส้นทางระหว่างประเทศ" ทั้งทางบก ทางราง และทางอากาศ มณฑลอันฮุยที่ประกาศชัดว่าทำการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับพื้นที่แถบยูเรเซีย (ทวีปเอเชียกับยุโรป) ซึ่งปัจจุบัน มีการเปิดเส้นทางรถไฟขนส่งสินค้าข้ามทวีปไปแล้ว และมหานครฉงชิ่งที่วางแผนจะเข้าร่วมกรอบนโยบาย “One Belt One Road” และแนวพื้นที่เศรษฐกิจแม่น้ำฉางเจียง (แยงซีเกียง) กับการเป็นศูนย์กลางการค้าการคมนาคมและเปิดสู่ภายนอก

สอง ความร่วมมือกับต่างประเทศ ในภาพรวมหลายมณฑลมีการจัด "งานเทรดแฟร์" เพื่อผลักดันนโยบายดังกล่าว ในแง่ของการพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้ากับพื้นที่รอบข้าง เช่น มณฑลกุ้ยโจวได้วางแผนเปิดขบวนรถไฟขนส่งสินค้าไปยุโรปผ่านมณฑลเสฉวน (ที่เปิดให้บริการอยู่แล้วในปัจจุบัน) เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยสนับสนุนเขตทดลองการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจแบบรอบด้านกับกลุ่มประเทศอาหรับและทั่วโลก

สาม การเคลื่อนย้ายอุตสาหกรรม โดยแต่ละมณฑลได้มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ตามจุดแข็งของมณฑลตนเองแล้ว เช่น เขตฯ หนิงเซี่ยหุย ซึ่งเป็นมณฑลที่มีชาวมุสลิมอยู่เป็นจำนวนมากได้มุ่งเป้าพัฒนาร่วมมือในโครงการด้านพลังงาน การเงิน วิทยาศาสตร์ อาหารฮาลาล และของใช้ชาวมุสลิมกับกลุ่มประเทศอาหรับและพื้นที่ที่มีชาวมุสลิมอยู่ทั่วโลก มณฑลเหอเป่ยพร้อมสนับสนุให้วิสาหกิจ "ก้าวออกไป" ลงทุนในต่างประเทศในสาขาอุตสาหกรรมที่ตนเองมีความถนัด เช่น เหล็กกล้า ปูนซีเมนต์ และกระจก รวมถึงการขยายการลงทุนด้านทรัพยากรเหมืองแร่ในต่างประเทศ และการเข้าถึงแหล่งพลังงานมากขึ้น

BIC ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แนวพื้นที่เศรษฐกิจ “One Belt One Road” ครอบคลุมจำนวนประชากรราว 4,400 ล้านคน ขนาดเศรษฐกิจราว 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 63 และ 29 ของโลก

การผลักดันยุทธศาสตร์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจะทำให้ “One Belt One Road” เป็นขุมพลังทางเศรษฐกิจของจีน และช่วยสร้างความใกล้ชิดเพิ่มมากขึ้นระหว่างจีนกับประเทศบนแนวพื้นที่เศรษฐกิจดังกล่าว 

4 มีนาคม 2558
แหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์ Economic Information (经济参考报) ประจำวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558
โดย: นางสาวนิราวรรณ จันทร์วิวัฒนากูล / เรียบเรียงโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ