รัฐบาลจีนตระหนัก "ความมั่นคงด้านอาหาร" โยนผู้นำมณฑลแบกรับผิดชอบ
รัฐบาลจีนตระหนัก "ความมั่นคงด้านอาหาร" โยนผู้นำมณฑลแบกรับผิดชอบ

รัฐบาลจีนได้ประกาศ "ข้อคิดเห็นว่าด้วยการสร้างกลไกความรับผิดชอบของผู้ว่าการมณฑลต่อความมั่นคงทางด้านอาหาร" โดยให้อำนาจและความรับผิดชอบแก่ผู้นำมณฑลตั้งแต่กระบวนการผลิต ระบบหมุนเวียน จนถึงมือผู้บริโภค

ในงานแถลงข่าว นายเหยียน ปัว (Yan Bo, 颜波) อธิบดีสำนักนโยบายและกฎหมาย กรมธัญพืช (State Administraiton of Grain, 粮食局) กล่าวว่า ประเทศจีนได้ผลผลิตธัญพืชเพิ่มสูงขึ้นติดต่อกันเป็นเวลา 11 ปี อย่างไรก็ดี ทุกฝ่ายไม่ควรนิ่งนอนใจ เนื่องจากความผันผวนจากปัจจัยภายในและภายนอกอาจส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

นายเหยียนฯ ชี้ถึงข้อคำนึง 3 ด้าน เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงทางด้านอาหารให้กับประเทศ ดังนี้

หนึ่ง ภาคการผลิตของจีนอาจต้องเผชิญอุปสรรคและความท้าทายอีกมากในอนาคต เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่ขาดความพร้อมด้านปัจจัยการผลิตภาคการเกษตร จากการขาดแคลนพื้นที่เพาะปลูก (พื้นที่เพาะปลูกต่อหัวมีเพียง 1/3) และขาดแคลนแหล่งน้ำจืด (แหล่งน้ำจืดต่อหัวมีเพียง 1/4 ของค่าเฉลี่ยโลก)

สอง ประชากรจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การขยายตัวสู่ความเป็นเมืองอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โครงสร้าง พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลต่อความสมดุลของอุปสงค์อุปทานในระยะยาว

สาม การพัฒนาสายพันธุ์ธัญพืชที่ให้ผลผลิตสูง ส่งผลให้ทุกฝ่ายนิ่งนอนใจต่อกระบวนการผลิต และ ระบบหมุนเวียนสินค้า อีกทั้ง พื้นที่เพาะปลูกบางพื้นที่เน้นการพึ่งพาสนับสนุนจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียว

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลกลางจึงได้นำ "กลไกความรับผิดชอบของผู้ว่าการมณฑล" มาประกาศใช้เพื่อให้ผู้นำในแต่ละพื้นที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบและเฝ้าระวังต่อประเด็นความมั่นคงทางด้านอาหาร

ตามรายงาน ปี 58 ผลผลิตธัญพืชของจีนมีปริมาณสูงถึง 607.1 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 (คิดเป็นน้ำหนักเพิ่มขึ้น 5.15 ล้านตัน) ได้ผลผลิตเพิ่มติดต่อกันเป็นเวลา 11 ปี โดยเฉพาะการผลิตข้าวเปลือกและข้าวสาลีมีปริมาณเพิ่มขึ้น 7.05 ตัน รวมทั้งผลผลิตก็ได้คุณภาพสูงขึ้น โดยกว่าร้อยละ 90 ของข้าวสาลีในโกดังเป็นข้าวสาลีคุณภาพเกรด 1 และเกรด 2 ส่วนผลผลิตข้าวคุณภาพก็ช่วยให้จำหน่ายได้ราคาที่สูงขึ้น 

5 มีนาคม 2558
แหล่งข้อมูล: เว็บไซต์ http://politics.people.com (人民网)และเว็บไซต์ www.gx.xinhuanet.com (新华网) ประจำวันที่ 5 ธันวาคม 2557และ 5 กุมภาพันธ์ 2558
โดย: นางสาวนิราวรรณ จันทร์วิวัฒนากูล / เรียบเรียงโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ