“ฉู่เฉิง” ส้มเช้งติดรหัสของยูนนาน ต้นแบบการยกระดับผลไม้ไทย (ตอนจบ)

ปัญหาใหญ่ของสินค้าเกษตรเกือบทุกชนิดคือ มีระยะเวลาในการเก็บรักษาสั้น เน่าเสียง่าย ส่งผลให้เกษตรกรผู้ผลิตไม่สามารถเป็นผู้กำหนดราคาสินค้า ถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา หากไม่ขายและปล่อยให้เวลาผ่านไป สินค้าก็เน่าเสีย ยิ่งขายไม่ได้ราคา
ขายเกลี้ยงภายในเดือนเดียว เกษตรกรเป็นผู้กำหนดราคา
แต่ส้ม “ฉู่เฉิง” กลับไม่ประสบปัญหาดังกล่าว โดยนับตั้งแต่ผลผลิตออกสู่ท้องตลาดวันแรกจนขายหมดใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ที่สำคัญคือ ผู้ผลิตเป็นผู้กำหนดราคาขายส่งให้แก่ตัวแทนจำหน่าย และยังกำหนดราคาขายปลีกที่เหมาะสมว่าไม่ควรเกินกี่หยวนต่อกิโลกรัม หากพบว่ามีการขายเกินราคาที่กำหนด ผู้ผลิตสามารถตรวจสอบจากรหัสบนผลส้มว่าสินค้าล็อตนี้เป็นของตัวแทนจำหน่าย รายใด และดำเนินการลงโทษโดยเพิกถอนสิทธิการเป็นตัวแทนจำหน่าย ซึ่งเป็นการควบคุมที่ได้ผลดี เนื่องจากผลประโยชน์จากการขายเกินราคาเทียบไม่ได้เลยกับผลประโยชน์จากการ เป็นตัวแทนจำหน่าย “ฉู่เฉิง”
ปี ค.ศ. 2014 มีผลผลิต “ฉู่เฉิง” ออกสู่ท้องตลาดประมาณ 9,000 ตัน ลดลงจากปีก่อนกว่าร้อยละ 20 ส่งผลให้ราคาขายส่งและปลีกสูงขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 30 แม้ราคาจะสูงขึ้น แต่ก็ขายหมดในระยะเวลาอันรวดเร็วเช่นทุกปี
ผลไม้ไทยมีดี แต่หนีไม่พ้นปัญหาเดิม ๆ
คน ไทยมีความโชคดีที่มีพื้นดินอันอุดมสมบูรณ์ มีผลผลิตทางการเกษตรที่หลากหลาย มีผลไม้รสชาติดีรับประทานตลอดปี อีกทั้งยังได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ผู้บริโภคชาวจีน ชนิดที่ว่าให้เอ่ยชื่อผลไม้ที่ชื่นชอบ 3 ชนิด ต้องมีชื่อผลไม้ไทยติดอันดับผลไม้ในดวงใจของชาวจีนแทบทุกคน
แต่ทุกปีเรา ๆ ท่าน ๆ ต้องได้ยินข่าวทั้งทางหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ว่า ผลไม้ไทยล้นตลาด ราคาตกต่ำ ขอความร่วมมือคนไทยช่วยกันบริโภคเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร หรือหนักหนาถึงขั้นที่ว่า เกษตรกรจะออกมาประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือ ผลไม้ไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่วไปโลก เหตุใดจึงต้องเผชิญปัญหาเช่นนี้ทุกปี
การเร่งส่งเสริมให้เกษตรกรไทยปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวอย่างไม่มีการควบคุมและขาดการบริหารจัดการที่ดี กอปรกับเกษตรกรไทยมักเลือกปลูกผลไม้ตามกระแส ผลไม้ชนิดไหนขายได้ราคาดี ก็ แห่ปลูกตามกันโดยไม่ยึดหลักการของ "การตลาดนำหน้าการผลิต"
เมื่อผลผลิตออกสู่ท้องตลาดพร้อมกันจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด และราคาตกต่ำ อาทิ ลำไย ลิ้นจี่ ลองกอง มังคุด มะม่วง เงาะ ไม่เว้นกระทั่งราชาแห่งผลไม้อย่างทุเรียน
จริง ๆ แล้วประเทศไทยมีผลไม้หลายชนิดที่มีชื่อเสียง แต่ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ ชนิดที่ว่าต้องสั่งจองกันล่วงหน้า อาทิ ทุเรียนเมืองนนท์ ทุเรียนหลงลับแล-หลินลับแล อย่างไรก็ตาม การมีผลไม้เหล่านี้ไม่เพียงพอในแต่ละฤดูกาล เป็นเพราะเกษตรกรผลิตได้น้อย มิใช่มาจากการวางแผนควบคุมการผลิต อีกทั้งยังไม่มีการนำวิทยาการเกษตรมาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพ และใช้การตลาดการบริหารจัดการมาส่งเสริมการขายอย่างมีประสิทธิภาพ
ยกระดับผลไม้ไทย
การยกตัวอย่างการแจ้งเกิดของ “ฉู่เฉิง” เพื่อต้องการให้เกษตรกรไทยเห็นว่า ท่ามกลางส้มเช้งจีนมากมายหลายสายพันธุ์ “ฉู่เฉิง” ก็สามารถแจ้งเกิดได้ทั้งที่มีราคาสูงกว่าส้มเช้งทั่วไป ผลไม้ไทยหลายชนิดก็มีโอกาสแจ้งเกิดเช่นเดียวกัน “ส้มโชกุน” จากพันธุ์ส้มเขียวหวานบางมดเมื่อนำไปปรับปรุงพันธุ์ผสมกับส้มจีนบิทก้า และทดลองเพาะปลูกที่ อ.เบตง จ.ยะลา จึงเกิดเป็นส้มชนิดใหม่ที่มีรสชาติดี มีลักษณะเด่นหลายประการ อาทิ ผลใหญ่ เปลือกผลสุกมีกลิ่นฉุนตอนปอก เนื้อส้มมีสีส้มเข้ม เปลือกล่อนปอกง่าย รสหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอม ไม่มีกาก เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้วิทยาการเกษตรเข้ามาพัฒนาคุณภาพของผลไม้ไทย
ในขณะเดียวกัน การบริหารจัดการและการตลาดก็มีความสำคัญ ผลไม้ที่มีคุณภาพ หากขาดการบริหารจัดการและการตลาดที่ดีก็ย่อมไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร “ส้มโชกุน” เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน แม้เป็นผลไม้ที่มีคุณภาพ แต่ไม่ได้สร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ รวมทั้งมีเกษตรกรรายอื่นนำส้มโชกุนไปขยายพันธุ์เพาะปลูกในจังหวัดอื่นๆ จนรสชาติเพี้ยนไป เกษตรกรที่พัฒนาผลไม้ชนิดใหม่ขึ้นมาได้จึงควรใส่ใจกับประเด็นเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญาด้วย
นอกจากนี้ เกษตรกรควรเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำสวนผลไม้ โดยไม่ปลูกผลไม้เชิงเดี่ยว ควรปลูกผลไม้เชิงผสมผสานหลากหลายชนิด แต่ละชนิดไม่ต้องใช้เนื้อที่ปลูกมาก มีการบำรุงรักษาและปรับปรุงคุณภาพ โดยยึดหลักว่า "ทำน้อยได้มาก" และเป็นการกระจายความเสี่ยง รวมทั้งควรหมั่นศึกษาข้อมูลด้านการตลาดอยู่เสมอ เหนือสิ่งอื่นใด เกษตรกรและผู้กำหนดนโยบายภาครัฐควรให้ความสำคัญและนำแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะผลไม้ และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน
ขอบคุณรูปภาพจาก: http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/business-opportunity/detail.php?SECTION_ID=607&ID=15012
ขายเกลี้ยงภายในเดือนเดียว เกษตรกรเป็นผู้กำหนดราคา
แต่ส้ม “ฉู่เฉิง” กลับไม่ประสบปัญหาดังกล่าว โดยนับตั้งแต่ผลผลิตออกสู่ท้องตลาดวันแรกจนขายหมดใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ที่สำคัญคือ ผู้ผลิตเป็นผู้กำหนดราคาขายส่งให้แก่ตัวแทนจำหน่าย และยังกำหนดราคาขายปลีกที่เหมาะสมว่าไม่ควรเกินกี่หยวนต่อกิโลกรัม หากพบว่ามีการขายเกินราคาที่กำหนด ผู้ผลิตสามารถตรวจสอบจากรหัสบนผลส้มว่าสินค้าล็อตนี้เป็นของตัวแทนจำหน่าย รายใด และดำเนินการลงโทษโดยเพิกถอนสิทธิการเป็นตัวแทนจำหน่าย ซึ่งเป็นการควบคุมที่ได้ผลดี เนื่องจากผลประโยชน์จากการขายเกินราคาเทียบไม่ได้เลยกับผลประโยชน์จากการ เป็นตัวแทนจำหน่าย “ฉู่เฉิง”
ปี ค.ศ. 2014 มีผลผลิต “ฉู่เฉิง” ออกสู่ท้องตลาดประมาณ 9,000 ตัน ลดลงจากปีก่อนกว่าร้อยละ 20 ส่งผลให้ราคาขายส่งและปลีกสูงขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 30 แม้ราคาจะสูงขึ้น แต่ก็ขายหมดในระยะเวลาอันรวดเร็วเช่นทุกปี
ผลไม้ไทยมีดี แต่หนีไม่พ้นปัญหาเดิม ๆ
คน ไทยมีความโชคดีที่มีพื้นดินอันอุดมสมบูรณ์ มีผลผลิตทางการเกษตรที่หลากหลาย มีผลไม้รสชาติดีรับประทานตลอดปี อีกทั้งยังได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ผู้บริโภคชาวจีน ชนิดที่ว่าให้เอ่ยชื่อผลไม้ที่ชื่นชอบ 3 ชนิด ต้องมีชื่อผลไม้ไทยติดอันดับผลไม้ในดวงใจของชาวจีนแทบทุกคน
แต่ทุกปีเรา ๆ ท่าน ๆ ต้องได้ยินข่าวทั้งทางหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ว่า ผลไม้ไทยล้นตลาด ราคาตกต่ำ ขอความร่วมมือคนไทยช่วยกันบริโภคเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร หรือหนักหนาถึงขั้นที่ว่า เกษตรกรจะออกมาประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือ ผลไม้ไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่วไปโลก เหตุใดจึงต้องเผชิญปัญหาเช่นนี้ทุกปี
การเร่งส่งเสริมให้เกษตรกรไทยปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวอย่างไม่มีการควบคุมและขาดการบริหารจัดการที่ดี กอปรกับเกษตรกรไทยมักเลือกปลูกผลไม้ตามกระแส ผลไม้ชนิดไหนขายได้ราคาดี ก็ แห่ปลูกตามกันโดยไม่ยึดหลักการของ "การตลาดนำหน้าการผลิต"
เมื่อผลผลิตออกสู่ท้องตลาดพร้อมกันจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด และราคาตกต่ำ อาทิ ลำไย ลิ้นจี่ ลองกอง มังคุด มะม่วง เงาะ ไม่เว้นกระทั่งราชาแห่งผลไม้อย่างทุเรียน
จริง ๆ แล้วประเทศไทยมีผลไม้หลายชนิดที่มีชื่อเสียง แต่ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ ชนิดที่ว่าต้องสั่งจองกันล่วงหน้า อาทิ ทุเรียนเมืองนนท์ ทุเรียนหลงลับแล-หลินลับแล อย่างไรก็ตาม การมีผลไม้เหล่านี้ไม่เพียงพอในแต่ละฤดูกาล เป็นเพราะเกษตรกรผลิตได้น้อย มิใช่มาจากการวางแผนควบคุมการผลิต อีกทั้งยังไม่มีการนำวิทยาการเกษตรมาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพ และใช้การตลาดการบริหารจัดการมาส่งเสริมการขายอย่างมีประสิทธิภาพ
ยกระดับผลไม้ไทย
การยกตัวอย่างการแจ้งเกิดของ “ฉู่เฉิง” เพื่อต้องการให้เกษตรกรไทยเห็นว่า ท่ามกลางส้มเช้งจีนมากมายหลายสายพันธุ์ “ฉู่เฉิง” ก็สามารถแจ้งเกิดได้ทั้งที่มีราคาสูงกว่าส้มเช้งทั่วไป ผลไม้ไทยหลายชนิดก็มีโอกาสแจ้งเกิดเช่นเดียวกัน “ส้มโชกุน” จากพันธุ์ส้มเขียวหวานบางมดเมื่อนำไปปรับปรุงพันธุ์ผสมกับส้มจีนบิทก้า และทดลองเพาะปลูกที่ อ.เบตง จ.ยะลา จึงเกิดเป็นส้มชนิดใหม่ที่มีรสชาติดี มีลักษณะเด่นหลายประการ อาทิ ผลใหญ่ เปลือกผลสุกมีกลิ่นฉุนตอนปอก เนื้อส้มมีสีส้มเข้ม เปลือกล่อนปอกง่าย รสหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอม ไม่มีกาก เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้วิทยาการเกษตรเข้ามาพัฒนาคุณภาพของผลไม้ไทย
ในขณะเดียวกัน การบริหารจัดการและการตลาดก็มีความสำคัญ ผลไม้ที่มีคุณภาพ หากขาดการบริหารจัดการและการตลาดที่ดีก็ย่อมไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร “ส้มโชกุน” เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน แม้เป็นผลไม้ที่มีคุณภาพ แต่ไม่ได้สร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ รวมทั้งมีเกษตรกรรายอื่นนำส้มโชกุนไปขยายพันธุ์เพาะปลูกในจังหวัดอื่นๆ จนรสชาติเพี้ยนไป เกษตรกรที่พัฒนาผลไม้ชนิดใหม่ขึ้นมาได้จึงควรใส่ใจกับประเด็นเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญาด้วย
นอกจากนี้ เกษตรกรควรเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำสวนผลไม้ โดยไม่ปลูกผลไม้เชิงเดี่ยว ควรปลูกผลไม้เชิงผสมผสานหลากหลายชนิด แต่ละชนิดไม่ต้องใช้เนื้อที่ปลูกมาก มีการบำรุงรักษาและปรับปรุงคุณภาพ โดยยึดหลักว่า "ทำน้อยได้มาก" และเป็นการกระจายความเสี่ยง รวมทั้งควรหมั่นศึกษาข้อมูลด้านการตลาดอยู่เสมอ เหนือสิ่งอื่นใด เกษตรกรและผู้กำหนดนโยบายภาครัฐควรให้ความสำคัญและนำแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะผลไม้ และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน
ขอบคุณรูปภาพจาก: http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/business-opportunity/detail.php?SECTION_ID=607&ID=15012
18 มีนาคม 2558
แหล่งข้อมูล:
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิง
โดย:
โกสินทร์ บุณยวัฒโนภาส
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
