ยุทธศาสตร์ของสหภาพพลังงาน (Energy Union)
ยุทธศาสตร์ของสหภาพพลังงาน (Energy Union)
             สหภาพพลังงาน (Energy Union) มีวัตถุประสงค์ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความมั่นคงให้แหล่งพลังงาน ทำให้พลังงานมีราคาเป็นที่ยอมรับ และสามารถแข่งขันได้ และสร้างระบบพลังงานร่วม (Integrated Energy system) สหภาพฯ ได้ออกเอกสารเพื่อชี้แจงถึงความเป็นมาและสาเหตุของการจัดตั้ง Energy Union ในรูปแบบของ Fact Sheet[1] สาระสำคัญสามารถสรุปได้ดังนี้

            สาเหตุที่คณะกรรมาธิการยุโรปจัดตั้ง Energy Union ในตอนนี้และความจำเป็นในการจัดตั้ง

            ระบบพลังงานของสหภาพฯ มีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงเพื่อสรรหาพลังงานที่มีความมั่นคง ปลอดภัย ยั่งยืน ในราคาที่สามารถยอมรับได้ให้แก่ประชากรยุโรปเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากนอกภูมิภาค โดยเฉพาะพลังงานฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้นแก่ค่าใช้จ่าย และความสามารถในการแข่งขันเรื่องราคาสำหรับทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจปัญหาหลักของการรวมตลาดกัน เกิดจากไม่มีการประสานกันเรื่องนโยบาย โดยเฉพาะจากประเทศนอกสหภาพฯ ซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขเรื่องการประสานงานในทุกๆ ด้านทั้งในระดับคณะกรรมาธิการและระดับประเทศ ซึ่งกรอบความตกลงเรื่องพลังงานและภูมิอากาศปี 2030 และยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านพลังงานยุโรปปี 2014 เป็นก้าวที่จะเป็นพื้นฐานสำคัญของ Energy Union ประกอบกับการมีมาตรการใหม่ๆที่ใช้ได้จริง

            ส่วนประกอบของ Energy Union และสาเหตุที่เลือกให้ความสำคัญแก่เรื่องดังกล่าว

            ประกอบด้วยวัตถุประสงค์หลักในระยะยาว 3 ประการของนโยบายด้านพลังงาน คือ การสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ความยั่งยืน และการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวจะต้องยึดหลักการที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน 5 ด้านคือ (1) ความมั่นคง ความเข้มแข็ง และความเชื่อมั่นด้านพลังงาน (2) ตลาดพลังงานภายใน (3) ความมีประสิทธิภาพเพื่อลดอุปสงค์ด้านพลังงาน (4) เศรษฐกิจที่ลดการใช้ก๊าซคาร์บอน และ (5) การวิจัย การสร้างนวัตกรรม และความสามารถในการแข่งขัน การดำเนินการเหล่านี้จะมีการทบทวนเป็นระยะเพื่อให้ตอบสนองกับความท้าทายและการพัฒนาที่เปลี่ยนไป

ความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security)

            Energy Union จะเสนออะไรเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับแหล่งที่มาของพลังงาน

            ปัจจุบันสหภาพฯ นำเข้าพลังงานถึงร้อยละ 53 ของปริมาณที่ใช้ และบางประเทศใช้พลังงานนำเข้าเป็นหลัก ดังนั้นการหาแหล่งพลังงานแห่งใหม่ๆ และเพิ่มความหลากหลายของแหล่งพลังงานรวมถึงผู้ผลิตพลังงาน การคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางด้านพลังงาน นอกจากนี้ ยังจะต้องปรับปรุงโครงสร้างเพื่อรองรับแหล่งพลังงานใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของก๊าซสหภาพฯ จะเพิ่มความเข้มแข็งและความหลากหลาย โดยจะมีการทบทวนและปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่างๆเรื่องความมั่นคงของการให้บริการก๊าซ และในขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการในส่วนของ Southern Gas Corridor เพื่อใช้ประโยชน์จากก๊าซธรรมาชาติเหลว และการจัดตั้งศูนย์กลางก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquid Gas Hub) จากผู้ผลิตในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกรวมถึงจากเมดิเตอร์เรเนี่ยน

ตลาดพลังงานภายใน (Internal Energy Market)

            อะไรคือการออกแบบตลาดพลังงานใหม่ (a new market design)

            เพื่อให้ตอบรับกับความท้าทายใหม่ของตลาดพลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะการรวมกลุ่มของพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่และการสร้างความมั่นคงให้แหล่งพลังงาน จึงต้องมีการวางแบบแผนใหม่ให้กับความร่วมมือในด้านขีดความสามารถในระดับภูมิภาค การสะสมพลังงานและการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการตอบรับด้านความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมในตลาดและทำให้การแลกเปลี่ยนพลังงานข้ามพรมแดนทำได้ง่ายขึ้น โดยสหภาพฯ จะปรับปรุงกฎหมายเพื่อกำกับการค้าพลังงานข้ามพรมแดน และออกมาตรการใหม่ๆเพื่อดึงดูดให้ผู้ผลิตพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่เข้าร่วมในตลาดตลาดพลังงานไฟฟ้าที่ขยายกว้างมากขึ้น

            คณะกรรมาธิการจะเรียกเก็บภาษีพลังงานหรือไม่

            กรอบยุทธศาสตร์ของ Energy Union ไม่ได้รวมถึงแนวคิดใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บภาษีพลังงานในระดับสหภาพฯ ทั้งนี้คณะกรรมาธิการยุโรปสนับสนุนให้แต่ละประเทศสมาชิกลองพิจารณาในเรื่องดังกล่าวทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค โดยนโยบายด้านภาษีพลังงานในระดับประเทศจะต้องมีความสมดุลย์ระหว่างการการตุ้นให้มีการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนเพิ่มขึ้นและเรื่องกำหนดราคาที่เป็นที่ยอมรับและสามารถแข่งขันได้สำหรับผู้บริโภค ในการนี้คณะกรรมาธิการจะมีการผลิตรายงานเรื่องราคาของพลังงานทุกๆ สองปี โดยจะมีการวิเคราะห์ในเชิงลึกถึงบทบาทของภาษีพลังงาน การอุดหนุน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสให้กับต้นทุนและราคาของพลังงาน

การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency)

            มาตรการใหม่ๆเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพของสาขาก่อสร้าง

            อัตราการปรับปรุงอาคารมีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการลงทุนที่มีประสิทธิภาพในส่วนของผู้เช่าที่มีรายได้ต่ำ ซึ่งความต้องการเรื่องการทำความเย็นและความร้อนยังคงเป็นสิ่งที่มีความต้องการสูงที่สุดในยุโรป คณะกรรมาธิการจะได้ทำการทบทวนกฎเกณฑ์สำหรับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสมรรถนะของพลังงานสำหรับสิ่งก่อสร้างเพื่อสร้างกรอบให้กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของสิ่งก่อสร้างในอนาคต โดยจะใช้ประสบการณ์ตรงของ แต่ละประเทศสมาชิกเป็นพื้นฐาน โดยคณะกรรมาธิการจะสนับสนุนเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

การลดการใช้ก๊าซคาร์บอน (Decarbonisation)

            แผนงานของสหภาพฯในฐานะผู้นำเรื่องการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่

            Energy Union จะต้องผลักดันให้พลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่เป็นพลังงานหลัก และเข้าร่วมกับระบบที่มีความยั่งยืน ปลอดภัย และคุ้มค่าอย่างเต็มตัว โดยจะมีขั้นตอนดังนี้

            - การนำกฎหมายที่มีอยู่มาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเพิ่มกฎเกณฑ์การตลาดใหม่เพื่อทำให้พลังงานที่สามรถนำกลับมาใช้ใหม่เข้าสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการพัฒนาโครงสร้างใหม่ โดยเฉพาะเรื่องความเชื่อมโยง

            - อำนวยความสะดวกเรื่องความร่วมมือและสร้างความสอดคล้องของนโยบายพลังงานระดับชาติ และสนับสนุนโครงการที่สอดคล้องกับการพัฒนาตลาดภายในโดยเฉพาะการออกแบบตลาดพลังงานไฟฟ้าใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันแหล่งพลังงานทุกรุ่นรวมถึงอุปสงค์ด้านพลังงาน โดยจะส่งผลให้เกิดการสนับสนุนด้านพลังงานข้ามพรมแดนเพิ่มมากขึ้น

            - สนับสนุนการวิจัยที่เจาะจงมากขึ้นในเรื่องพลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่

            - ปรับปรุงสาขาการทำความร้อนและความเย็นให้สามารถมีส่วนช่วยให้ความมั่นคงด้านพลังงานเพิ่มมากขึ้น

            - เร่งลดการใช้ก๊าซคาร์บอนในสาขาการขนส่ง โดยสนับสนุนให้เป็นสาขาที่มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังควรเพิ่มการลงทุนขั้นสูงในสาขาการผลิตพลังงานชีวภาพ และเพิ่มความเชื่อมโยงของระบบพลังงานและการขนส่ง

การบริหาร

            เครื่องมือที่จะช่วยให้การดำเนินการของ Energy Union เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

            Energy Union จะมีการจัดตั้งระบบการบริหารงานที่เชื่อถือได้ มีความโปร่งใส และสอดคล้องกันทั้งในระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น และจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายของ Energy Union โดยเริ่มจากการสร้างตลาดพลังงานภายใน และการบรรลุเป้าหมายด้านภูมิอากาศและพลังงานปี 2030 และเพิ่มความมั่นใจให้การลงทุน ซึ่งทำได้โดยการปรับปรุงระบบการวางแผนและการรายงานนโยบายด้านพลังงานแลภูมิอากาศ และลดอุปสรรคต่างๆด้านการบริหารที่ไม่จำเป็น เพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก และคณะกรรมาธิการ
24 มีนาคม 2558
แหล่งข้อมูล: http://www2.thaieurope.net
โดย: สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ