ได้ฤกษ์ ! ออสเตรียปฏิรูประบบภาษีครั้งใหญ่
ได้ฤกษ์ ! ออสเตรียปฏิรูประบบภาษีครั้งใหญ่
             ไม่ใช่มีแต่ประเทศไทยที่เริ่มปฏิรูปภาษีอย่างจริงจัง เมื่อไม่นานมานี้ รัฐสภาออสเตรียได้มีมติรับรองกฎหมายปฏิรูปภาษีประจำปี 2558/59 โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป ครั้งนี้ถือเป็น การปฏิรูปภาษีครั้งที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรียนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเลยทีเดียว

            กฎหมายปฏิรูปภาษีของออสเตรียจะปรับเปลี่ยนอัตราการจัดเก็บภาษีรายได้ส่วนบุคคลสำหรับรายได้สุทธิต่อปี จาก 3 ระดับ เป็น 6 ระดับ ดังตารางด้านล่าง ซึ่งจะช่วยลดภาระให้กับผู้เสียภาษีโดยเฉลี่ยประมาณ 1,000 ยูโร ต่อคนต่อปี (ราว 35,000 บาท) เมื่อเปรียบเทียบกับบ้านเรา ไทยยังเสียภาษีรายได้ส่วนบุคคลต่ำกว่าออสเตรียอยู่มาก ไทยแบ่งขั้นภาษีเป็น 7 ขั้น ขั้นสูงสุด เสียภาษีร้อยละ 35 สำหรับรายได้สุทธิตั้งแต่ 4 ล้านบาท ขึ้นไป (ประมาณ 114,290 ยูโร)

อัตราการจัดเก็บภาษีเดิม สำหรับรายได้สุทธิต่อปีอัตราการจัดเก็บภาษีใหม่ สำหรับรายได้สุทธิต่อปี
ร้อยละ 36.5
ตั้งแต่ 11,000 ยูโร เป็นต้นไป
ร้อยละ 25
11,000 - 18,000 ยูโร
ร้อยละ 43.2
ตั้งแต่ 25,000 ยูโร เป็นต้นไป
ร้อยละ 35
19,000 - 30,000 ยูโร
ร้อยละ 50
ตั้งแต่ 60,000 ยูโร เป็นต้นไป
ร้อยละ 42
31,000 - 60,000 ยูโร
ร้อยละ 48
61,000 - 90,000 ยูโร
ร้อยละ 50
91,000 - 1,000,000 ยูโร
ร้อยละ 55
ตั้งแต่ 1,000,000 ยูโรเป็นต้นไป ชำระในอัตรานี้ห้าปีแรก ในชำระร้อยละ 50 ในปีที่หก

            กฎหมายใหม่นี้ยังจะเพิ่มเงินช่วยเหลือสำหรับครอบครัว เป็นเงิน 100 ล้านยูโร และจะเพิ่มเงินกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 200 ล้านยูโร

            สำหรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ออสเตรียก็จะเพิ่มจากเดิมร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 13 สำหรับสินค้าประเภทดอกไม้สด อาหารสัตว์ สัตว์เลี้ยง และบริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ราคาห้องพักโรงแรม ตั๋วชมละครและภาพยนตร์ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2559 เป็นต้นไป

            ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโครงสร้างภาษีใหม่คงหนีไม่พ้นผู้ที่มีรายได้น้อย ลูกจ้าง ผู้สูงอายุ พ่อแม่หรือผู้ปกครอง ซึ่งมีจำนวนกว่า 6.4 ล้านคน ในออสเตรีย ขณะที่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม และผู้ที่มีรายได้สูง จะได้รับผลกระทบจากการกฎหมายภาษีใหม่นี้โดยตรง เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักจำนวนกว่า 500 คน ได้รวมตัวประท้วงหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้มีการทบทวนการเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ทำให้ราคาห้องพักแพงขึ้น

            ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์เมื่อปี 2557 ระบุว่า การส่งออกไทยไปออสเตรียมีมูลค่าราว 7,196 ล้านบาท โดยมูลค่าการส่งออกของไทยในกลุ่มสินค้าที่ออสเตรียจะขึ้นภาษีอย่างอาหารสัตว์และกล้วยไม้ในปี 2557 อยู่ที่ 11.8 ล้านบาทและ 7 แสนบาทตามลำดับ

            เมื่อรับทราบเช่นนี้แล้ว หวังว่า ผู้ประกอบการไทยที่ส่งสินค้าไปยังตลาดออสเตรียหรือมีธุรกิจในออสเตรีย จะได้เตรียมรับมือกับภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราใหม่ตลอดจนภาษีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อรักษาฐานลูกค้าแต่เนิ่น ๆ

ขอบคุณรูปภาพจาก: http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Flag-map_of_Austria.svg
25 มีนาคม 2558
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ