EU ปฎิเสธการขึ้นทะเบียนบัญชีข้อกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพ
EU ปฎิเสธการขึ้นทะเบียนบัญชีข้อกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพ
             เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2558 สหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/391 of 9 March 2015 refusing to authorise certain health claims made on foods and referring to children’s development and health ใน EU Official Journal L 309/23 เพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบที่ควบคุมการแสดงคำเตือนบนฉลากสำหรับการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ประเภท ช่วยเสริมพัฒนาการและสุขภาพของเด็ก สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

           1. กฎระเบียบใหม่นี้ได้แก้ไขบัญชีรายชื่อข้อกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพ (health claims) ที่ได้รับอนุญาต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างหลักประกันในการคุ้มครองและรักษาสิทธิ์ของผู้บริโภคในการได้ รับแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากการอ่านข้อมูลบนฉลากและใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ สินค้านั้นๆ ซึ่งการแสดงข้อกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพที่ปรากฏบนฉลากจะต้องเป็นข้อกล่าวอ้างที่ได้รับการ อนุญาตจาก EU ให้บรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่อ health claims นี้เท่านั้น

           2. การปรับปรุงแก้ไขบัญชีการอนุญาตในครั้่งนี้ได้ปฎิเสธการขอขึ้นทะเบียนข้อกล่าวอ้างสรรพคุณ ด้านสุขภาพในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ประเภทช่วยเสริมพัฒนาการและสุขภาพของเด็ก 3 รายการ คือ

               2.1 Beta-palmitate ซึ่งกล่าวอ้างว่ามีสรรพคุณช่วยทำให้อุจจาระนิ่ม ส่งผลให้ขับถ่าย ง่ายขึ้น ลดอาการท้องผูก

               2.2 Choline ซึ่งกล่าวอ้างว่ามีสรรพคุณช่วยเสริมพัฒนาการสมองให้แก่เด็กทารกและเด็ก เล็กตั้งแต่วัยแรกเกิดจนถึง 3 ขวบ

               2.3 Complex carbohydrates ซึ่งกล่าวอ้างว่ามีสรรพคุณช่วยให้เด็กทารกและเด็กเล็ก รู้สึกอิ่มท้อง (satiety)

            3. สาเหตุที่ EU ปฎิเสธข้อกล่าวอ้างสรรพคุณทั้ง 3 รายการ สืบเนื่องจากการที่ EFSA พิจารณาว่า ข้อมูลที่บริษัทแต่ละรายใช้่ประกอบการยื่นคำร้อง เช่น ผลงานวิจัยสนับสนุน หรือเหตุและผลทางวิทยาศาสตร์ เพื่อ ขอใช้ข้อกล่าวอ้างสรรพคุณนี้ไม่สมเหตุสมผลเพียงพอ และไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎระเบียบ Regulation (EC) No 1924/2006 อย่างไรก็ดี หากขณะนี้มีการใช้ข้อกล่าวอ้างสรรพคุณทั้ง 3 รายการข้างต้นอยู่ก่อนที่กฎ ระเบียบนี้จะมีผลบังคับใช้ EU อนุโลมให้ระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 6 เดือนหลังจากกฎระเบียบนี้ปรับใช้แล้ว

            4. สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวนี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซด์ดังต่อไปนี้ http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:JOL_2015_065_R_0008&from=EN

            5. กฎระเบียบดังกล่าว จะมีผลปรับใช้ 20 วันหลังจากวันที่ลงประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 10 มีนาคม 2558) แล้ว



30 มีนาคม 2558
แหล่งข้อมูล: http://www2.thaieurope.net
โดย: สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ