EU ให้อำนาจประเทศสมาชิกเลือกอนุญาตให้ปลูกหรือห้ามปลูกพืช GM ได้

1. กฎระเบียบใหม่นี้ ครอบคลุมเมล็ดพืช (seeds) และวัสดุเพื่อขยายพันธุ์พืช (plant-propagating material) ที่มีการดัดแปลงทางพันธุกรรม (genetically modified organisms : GMOs) และได้รับอนุญาตให้ สามารถเพาะปลูกใน EU ได้ เพราะผ่านการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับพิษหรือผลเสียที่มีต่อสิ่งมีชีวิต มนุษย์ และ สิ่งแวดล้อม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวแล้ว ตามข้อกำหนดของ Directive 2001/18/EC ซึ่งจะต้องมีการ ประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอโดยใช้วิธีการวิจัยและพื้นฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นปัจจุบัน (อาทิ พื้นที่ เพาะปลูก เงื่อนไขเฉพาะสำหรับพืช GM ที่ผลิตยาฆ่าแมลงและที่ทนต่อยากำจัดวัชพืช
2. Directive 2002/53/EC และ Directive 2002/55/EC เปิดทางเลือกให้ประเทศสมาชิก EU สามารถห้าม (prohibit) ไม่ให้มีการปลูกพืช GM ชนิดใดชนิดหนึ่งในพื้นที่ส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของประเทศตนได้ โดยอาจใช้เหตุผลใด ๆ ก็ได้ ที่ชัดเจน หรือสามารถกำหนดเงื่อนไขเป็นการเฉพาะหากอนุญาตให้มีการปลูกพืช GM นั้นในพื้นที่ประเทศของตนก็ได้ แต่ประเทศสมาชิกไม่สามารถห้าม จำกัด หรือกักกันการวางจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ GM ที่ EU อนุญาตว่าปลอดภัยต่อการเพาะปลูกแล้ว นอกจากจะได้รับการยกเว้นภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยกฎหมายสหภาพ (Union law) เนื่องจาก EU ตระหนักดีว่าการอนุญาตให้ปลูกพืช GM ในแต่ละประเทศ สมาชิกมีผลกระทบโดยตรงต่อพื้นดิน โครงสร้างเกษตรกรรมท้องถิ่น การปกป้องและรักษาแหล่งที่อยู่อาศัย ของสิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศ และภูมิทัศน์ของประเทศสมาชิกนั้นๆ โดยตรง ตลอดจนมาตรา 2 (2) ของ Treaty on the Functioning of the European Union (TFEU) ระบุว่า ประเทศสมาชิกสามารถออกกฎเพื่อ จำกัดหรือห้ามการปลูกพืช GM ในพื้นที่ของตนได้แม้ว่าพืชดังกล่าวจะได้รับการอนุญาตจาก EU ให้สามารถเพาะ ปลูกใน EU ได้ก็ตาม ทั้งนี้ทั้งนั้น ประเทศสมาชิกจะต้องไม่ใช้ข้อผ่อนปรนนี้เป็นเครื่องมือขัดขวางกระบวนการ อนุญาตพืช GM ร่วม ที่ผ่านการประเมินความเสี่ยงว่าปลอดภัยจาก European Food Safety Authority : EFSA แล้ว
3. ที่ผ่านมา ประเทศสมาชิกที่จำกัดหรือห้ามการเพาะปลูกพืช GM ที่ผ่านการอนุญาตในระดับ EU แล้วใช้เหตุผลข้ออ้างโดยอาศัยมาตรา ๒๓ ของ Directive 2001/18/EC และมาตรา ๓๔ ของ Regulation (EC) No 1829/2003 ซึ่งเป็นมาตรการฉุกเฉินด้านความปลอดภัยเพื่อปกป้องผู้บริโภคของประเทศตน โดยมีการ ส่งมอบข้อมูลเพิ่มเติมใหม่ ๆ หลังจากผลการประเมินความเสี่ยงของ EFSA สิ้นสุดลงแล้ว และบางประเทศ สมาชิกก็ใช้อำนาจมาตรา 114 ย่อหน้า 5 และ 6 ของ Treaty on the Functioning of the European Union ที่เรียกร้องให้มีการส่งมอบหลักฐานใหม่ ๆ ทางวิทยาศาตร์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เกษตร กรรมที่เกษตรกรใช้งานอยู่ ซึ่ง EU รู้ดีว่า การอนุญาตให้เพาะปลูกพืช GM ในแต่ละประเทศสมาชิกไม่ได้ เชื่อมโยงแต่เฉพาะความปลอดภัยของพืช GM ที่มีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น
4. ด้วยเหตุนี้ EU จึงเห็นควรอนุญาตให้ประเทศสมาชิกมีอำนาจในการตัดสินใจที่จะปลูกหรือ ไม่ปลูกพืช GM ที่ได้รับการอนุญาตในระดับ EU แล้วได้ เพื่อเป็นการกระตุ้นกระบวนการอนุญาตพืช GM ใน EU (ลดการขัดแย้ง) และเป็นการให้ทางเลือกแก่ผู้บริโภค เกษตรกร และผู้ประกอบการ สร้างความคล่องตัวทางการ ค้าของตลาดภายในแต่ละประเทศสมาชิกเอง
5. สำหรับประเทศสมาชิก EU ที่เลือกที่จะปลูกพืช GM ในประเทศของตน ก็ต้องปฎิบัติ ตามเงื่อนไขเพื่อป้องกันการปนเปื้อนระหว่างพืช GM และพืชปกติ ทั้งในประเทศของตนและการข้ามเขตไปยัง ประเทศสมาชิก EU อื่นที่เป็นเพื่อนบ้านใกล้เคียงตามเงื่อนไข Directive 2001/18/EC และจะต้องติดฉลาก สินค้าพืช GM ให้ข้อมูลที่โปร่งใสให้ผู้บริโภคทราบด้วย ตาม Regulation (EC) No 1829/2003 และ Regulation (EC) No 1830/2003
6. อย่างไรก็ดี ประเทศสมาชิก EU ที่เคยห้ามการปลูกพืช GM ชนิดใดชนิดหนึ่ง สามารถ เปลี่ยนใจที่จะให้ปลูกพืชดังกล่าวในภายหลังได้ แต่ต้องแจ้งให้คณะกรรมาธิการยุโรปทราบ
7. สรุปส่วนแก้ไขในกฎระเบียบ Directive 2001/18/EC มีดังต่อไปนี้
7.1 มาตรา 26a ให้เพิ่มข้อความ ดังนี้
“1a ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2560 ประเทศสมาชิกที่มีการปลูกพืช GM จะต้องปรับใช้ มาตรการควบคุมในพื้นที่เขตชายแดนของประเทศตน เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนข้ามเขตแดนไปยังประเทศสมาชิก เพื่อนบ้านที่ห้ามไม่ให้มีการปลูกพืช GM ยกเว้นมาตรการควบคุมดังกล่าวจะไม่มีความจำเป็นเนื่องด้วยเหตุผล ทางภูมิศาสตร์ (อาทิ เช่น ในกรณีที่ปลูกพืช GM บนยอดเขาซึ่งอยู่ห่างไกล ไม่มีพื้นที่เพาะปลูกอื่นรอบข้าง) ซึ่ง CA จะต้องแจ้งให้คณะกรรมาธิการยุโรปทราบด้วย”
7.2 มาตรา 26b ให้เพิ่มข้อความ ดังนี้
การเพาะปลูก :
1. ในระหว่างกระบวนการอนุญาตปลูกพืช GM หรือในระหว่างการขอต่ออายุการ อนุญาตปลูกพืช GM ชนิดใดชนิดหนึ่ง ประเทศสมาชิกสามารถที่จะขอแก้ไขเขตพื้นที่เพาะปลูกเพื่อไม่ให้พื้นที่ ทั้งหมดหรือบางส่วนได้รับการยกเว้นจากการปลูกพืช GM ดังกล่าว โดยต้องกระทำอย่างช้าภายใน 45 วัน หลังจากวันที่ EU แจ้งผลประเมินความเสี่ยงหรือหลังจากวันที่ได้รับรายงานจาก EFSA แล้ว ซึ่งหลังจาก นั้นคณะกรรมาธิการยุโรปจะแจ้งความประสงค์ดังกล่าวให้บริษัทผู้ยื่นคำร้องและประเทศสมาชิก EU อื่นทราบ และจะนำขึ้นระบบอิเลคทรอนิคส์ให้ประชาชนทั่วไปทราบด้วย
2. หลังจากการนำเสนอโดยคณะกรรมาธิการยุโรปนับไปอีก 30 วัน บริษัทผู้ยื่น คำร้องสามารถขอแก้ไขหรือยืนยันเขตพื้นที่ที่จะขอให้มีการปลูกพืช GM ดังกล่าวได้ ซึ่งข้อมูลอาจแตกต่างไปจาก ที่เคยระบุไว้ในคำร้องแรกเริ่ม (initial application) ได้ หากบริษัทผู้ยื่นคำร้องไม่แจ้งยืนยันใด ๆ คณะกรรมาธิการยุโรปจะแก้ไขเขตพื้นที่เพาะ ปลูกพืช GM ชนิดนั้นๆ เป็นลายลักษณ์อักษรตามที่อนุญาตภายใต้ Directive (มาตรา 19) นี้ และภายใต้มาตรา 7 และ 19 ของ Regulation (EC) No 1829/2003 ตามที่มีการเสนอแต่แรก ในกรณีที่มีการขอแก้ไขพื้นที่เพาะปลูกที่กล่าวข้างต้น ซึ่งจะต้องมีการอนุญาตเป็นลาย ลักษณ์อักษรหรือในบางกรณีต้องส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการเพื่อพิจารณา สามารถขยายเวลาต่อได้เพียงหนึ่งครั้ง เป็นเวลา 15 วัน ไม่ว่าจะมีกี่ประเทศสมาชิกที่ยื่นเรื่องขอแก้ไขด้วยก็ตาม
3. ในกรณีที่ไม่มีการขอแก้ไขเขตพื้นที่เพาะปลูกพืช GM หรือเมื่อบริษัทผู้ยื่นคำร้อง แจ้งยืนยันเขตพื้นที่เพาะปลูกตามที่เคยแจ้งความประสงค์ไว้ ประเทศสมาชิก EU สามารถออกมาตรการจำกัด หรือห้ามการเพาะปลูกพืช GM ที่ได้รับการอนุญาตในระดับ EU แล้ว (ตาม part C ของกฎระเบียบนี้ หรือ Regulation (EC) No 1829/2003 ในพื้นที่ทั้งหมดหรือบางส่วนของประเทศของตนได้ภายใต้เงื่อนไขของ กฎหมายสหภาพ (Union law) กล่าวคือ ต้องมีเหตุมีผล มีความสมควรแก่เหตุ (proportional) ไม่เลือกปฎิบัติ และตั้งอยู่บนเหตุผล ดังต่อไปนี้
- วัตถุประสงค์เพื่อนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม
- แผนของเมืองและประเทศ
- การใช้ที่ดิน
- ผลกระทบทางเศรษฐกิจสังคม
- หลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของ GMO ในสินค้าอื่น ๆ (โดยไม่ขัดแย้งกับมาตรา 26b) - วัตถุประสงค์เพื่อนโยบายด้านการเกษตร
- นโยบายสาธารณะ
โดยประเทศสมาชิกสามารถอ้างใช้เหตุผลใดเหตุผลหนึ่งหรือหลายเหตุผลรวมกันได้ ยกเว้นเหตุผลด้าน “นโยบาย สาธารณะ” จะไม่สามารถหยิบยกมาเป็นเหตุผลเดี่ยวได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละประเทศสมาชิก (ที่จะมีผลกระทบต่อเขตหรือพื้นที่นั้นๆ) ซึ่งจะต้องไม่ขัดแย้งกับการประเมินความเสี่ยงตามกฎระเบียบนี้หรือตาม Regulation (EC) No 1829/2003
4. ประเทศสมาชิก EU ที่ต้องการขอแก้ไขเขตพื้นที่เพาะปลูกพืช GM ตามที่กล่าวในข้อ 3. ต้องส่งมอบข้อเสนอและเหตุผลให้คณะกรรมาธิการยุโรปทราบก่อนที่กระบวนการอนุญาตให้ปลูกพืช GM จะสิ้นสุดลง ซึ่งในระหว่างนี้นับไปอีก 75 วัน ประเทศสมาชิกที่ยื่นข้อเสนอนี้จะต้องรอให้มีการปรับใช้มาตรการห้าม ปลูกพืชดังกล่าวก่อน รวมถึงต้องคอยเฝ้าระวังไม่ให้บริษัทผู้ยื่นคำร้องทำการปลูกพืช GM ไปก่อน และรอฟังความ คิดเห็นจากคณะกรรมาธิการยุโรปในเรื่องนี้ด้วย หากพ้น 75 วันไปแล้ว ประเทศสมาชิกจึงสามารถออกมาตร การห้ามปลูกพืช GM ในประเทศของตนได้ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ EU อนุญาตให้ปลูกพืชชนิดดังกล่าวไปจนถึง วันที่สิ้นสุดการอนุญาต (ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกจะต้องแจ้งเวียนการปรับใช้มาตรการดังกล่าวให้คณะกรรมาธิการ ยุโรป ประเทศสมาชิก EU อื่น ๆ และบริษัทผู้ยื่นคำร้องทราบด้วย)
5. ประเทศสมาชิก EU ที่เคยห้ามปลูกพืช GM ชนิดใดชนิดหนึ่งสามารถเปลี่ยนใจมา อนุญาตให้ปลูกพืชดังกล่าวในภายหลังได้ โดยต้องแจ้งหน่วยงานรับผิดชอบหลักของประเทศตนหรือคณะกรรมา ธิการยุโรปทราบ เพื่อขอแก้ไขเขตพื้นที่เพาะปลูกพืช GM นั้น ๆ
6. การแก้ไขเขตพื้นที่เพาะปลูกพืช GM : - สำหรับพืช GM ที่ได้รับการอนุญาตภายใต้ Directive 2001/18/EC หน่วยงานรับผิดชอบหลักที่เป็นผู้อนุญาตการแก้ไขเขตพื้นที่เพาะปลูกพืช GM จะต้องแจ้งเรื่องดังกล่าวให้คณะ กรรมาธิการยุโรป ประเทศสมาชิก EU อื่นๆ และบริษัทผู้ยื่นคำร้องทราบหลังจากได้ดำเนินเรื่องดังกล่าวไปแล้ว - สำหรับพืช GM ที่ได้รับการอนุญาตภายใต้ Regulation (EC) No 1829/2003 คณะกรรมาธิการยุโรปจะปรับแก้ไขผลการอนุญาตดังกล่าว โดยไม่ต้องปรับใช้มาตรา 35 ย่อหน้าที่ 2. ของ Regulation (EC) No 1829/2003 โดยคณะกรรมาธิการยุโรปจะแจ้งให้ประเทศสมาชิก EU อื่น ๆ และบริษัทผู้ยื่นคำร้องทราบด้วย
7. ในกรณีที่ประเทศสมาชิก EU ต้องการที่จะขอยกเลิกมาตรการในข้อ 3. และ 4. (มาตรการห้ามปลูกและการขอแก้ไขพื้นที่เขตเพาะปลูกพืช GM) จะต้องรีบแจ้งคณะกรรมาธิการยุโรปทราบโดย ไม่รอช้า
8. มาตรการที่กำหนดขึ้นนี้จะต้องไม่กระทบต่อการเคลื่อนย้ายพืช GM ที่ EU อนุญาตแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือส่วนประกอบของสินค้าก็ตาม 7.2 มาตรา 26c ให้เพิ่มข้อความ ดังนี้
มาตรการเปลี่ยนผ่าน :
1. ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน – วันที่ 3 ตุลาคม 2558 ประเทศสมาชิก EU สามารถขอแก้ไขเขต พื้นที่เพาะปลูกพืช GM ที่เคยได้รับการอนุญาตในระดับ EU ก่อนวันที่ 2 เมษายน 2558 แล้วได้ภายใต้ Directive 2001/18/EC และ Regulation (EC) No 1829/2003 โดยคณะกรรมาธิการยุโรปจะแจ้งความประสงค์ ดังกล่าวให้บริษัทพืช GM และประเทศสมาชิก EU อื่น ๆ ทราบโดยไม่รอช้า
2. ในกรณีที่คำขอให้แก้ไขเขตพื้นที่เพาะปลูกพืช GM ยังอยู่ในระหว่างรอการอนุญาต และบริษัทพืช GM ผู้ยื่นคำร้องยังไม่ได้ยืนยันเขตพื้นที่เพาะปลูกพืช GM ตามที่ระบุไว้ในการยื่นคำร้องครั้งแรก ภายใน 30 วันหลังจากวันที่ EU แจ้งเรื่องให้ทราบ EU จะทำการแก้ไขเขตพื้นที่เพาะปลูกให้เป็นไปตามคำขอครั้งแรกนั้น
3. ในกรณีที่ พืช GM ได้รับการอนุญาตให้ปลูกได้แล้ว แต่บริษัทพืช GM ผู้ยื่นคำร้องยัง ไม่ได้แจ้งยืนยันเขตพื้นที่เพาะปลูกพืชดังกล่าวภายใน 30 วันหลังจากนั้น EU จะแก้ไขเขตพื้นที่เพาะปลูกตามที่มีผู้ร้องขอ
4. ในกรณีที่ไม่มีผู้ใดขอแก้ไขเขตพื้นที่เพาะปลูกพืช GM EU จะให้การอนุญาตตามระบุในข้อ 3. – 8. มาตรา 26b คือในลักษณะ “mutatis mutandis” (ซึ่งเป็นภาษาละตินและแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “the necessary changes having been made”)
5. กฎระเบียบนี้ ต้องไม่ขัดแย้งกับการเพาะปลูกเมล็ดพืช และวัสดุเพื่อขยายพันธุ์พืช ที่มีการดัดแปลงทางพันธุกรรมที่ได้รับอนุญาตให้สามารถเพาะปลูกใน EU ได้แล้วก่อนที่จะมีการจำกัดหรือห้าม การเพาะปลูกในประเทศสมาชิก EU ใดประเทศหนึ่ง
6. มาตรการภายใต้กฎระเบียบนี้จะไม่กระทบต่อการเคลื่อนย้ายพืช GM ที่ได้รับการ อนุญาตแล้ว ทั้งในรูปของสินค้า GM หรือส่วนประกอบของสินค้า GM นั้น
7. คณะกรรมาธิการยุโรปจะนำเสนอต่อรัฐสภายุโรปและสภามนตรียุโรปเกี่ยวกับการใช้สิทธิ์ ของประเทศสมาชิกตามกฎระเบียบใหม่นี้ รวมถึงประสิทธิภาพของการดำเนินการในการจำกัดหรือห้ามปลูกพืช GM ในพื้นที่ทั้งประเทศหรือบางส่วน ตลอดจนความคล่องตัวของการหมุนเวียนของตลาดภายใน (internal market) รวมถึงรายงานผลการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการปลูกพืช GM (ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม) อย่างช้า ภายในวันที่ 3 เมษายน 2562 คณะกรรมาธิการยุโรปจะปรับแก้ภาคผนวก (Annexes) ของ Directive 2001/18/EC ให้เป็นปัจจุบัน ตามมาตรา 27 เพื่อปรับปรุง Guidance ฉบับปี ค.ศ. 2010 ว่าด้วยการประเมินความเสี่ยง ด้านสิ่งแวดล้อมของพืช GM อย่างช้าภายในวันที่ 3 เมษายน 2560
8. สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวนี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซด์ดังต่อไปนี้ http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:JOL_2015_068_R_0001&from=EN
9. กฎระเบียบดังกล่าว จะมีผลตามกฎหมาย 20 วันภายหลังจากที่มีการประกาศกฎระเบียบ ดังกล่าวใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 13 มีนาคม 2558)
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสำนักงานฯ :
ก) ตั้งแต่เดือนเมษายน 2547 เป็นต้นมา EU ได้เริ่มทยอยอนุญาตการนำเข้าพืช GM อีกครั้ง หลังจากที่เคยระงับการนำเข้าเป็นการชั่วคราวตั้งแต่ปี 2541 โดยพืชส่วนใหญ่ที่อนุญาตเป็นพืชที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ซึ่งได้รับการประเมินความเสี่ยงจากหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหาร ประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA) แล้วว่าไม่เป็นภัยต่อสุขภาพมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีพืช GM ที่ได้รับการอนุญาตประมาณ 55 รายการ (อาทิ เช่น ถั่วเหลือง พืชน้ำมันเรพ ฝ้าย และข้าวโพด) ทั้งนี้ สามารถดูรายชื่อพืช GM ดังกล่าว ได้จากเว็บไซด์ ดังนี้ http://ec.europa.eu/food/dyna/gm_register/index_en.cfm
ข) อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา สินค้า GM ยังคงไม่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคและกลุ่มผู้พิทักษ์สิ่ง แวดล้อมใน EU มากนัก แม้ว่าคณะกรรมาธิการยุโรปจะได้ออกมายืนยันว่า พืช GM ทุกรายการที่ EU อนุญาตให้นำเข้าและนำมาเพาะปลูกใน EU อย่างถูกต้องตามกฎหมายมีความปลอดภัยแล้วก็ตาม มีประเทศ สมาชิก EU หลักๆ ที่ไม่เห็นด้วย ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยี่ยม สหราชอาณาจักร สเปน ไอร์แลนด์ ไซปรัส บัลกาเรีย สโลวาเกีย และโครเอเชีย คือไม่เห็นด้วยกับการที่ EU จะอนุญาตให้มีการปลูกพืช GM ในประเทศ ของตนและต่อต้านไม่ให้ปลูกพืช GM ที่ EU อนุญาตให้ปลูกได้แล้ว สร้างความไม่พอใจแก่คณะกรรมาธิการ ยุโรปเป็นอย่างมาก เนื่องจาก EU อนุญาตให้ปลูกพืชดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว
31 มีนาคม 2558
แหล่งข้อมูล:
สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
