รัฐมหาราษฏระของอินเดียสั่งห้ามฆ่าวัวและบริโภคเนื้อวัว

กฎหมายฉบับนี้ได้ปรับปรุงจากกฎหมายฉบับเดิมที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 15 เมษายน 2521 ซึ่งเดิมกฎหมายสั่งห้ามเฉพาะการฆ่าแม่วัวและลูกวัว โดยอนุโลมให้ฆ่าพ่อวัวและกระบือได้หากมีใบรับรอง (fit -for-slaughter) ผู้ใดฝ่าฝืนจะมีความผิดทางอาญาต้องระวางโทษจำคุกสูงสุดถึง 6 เดือน และ/หรือปรับไม่เกิน 1 พันรูปี (ประมาณ 550 บาท)
กฎหมายฉบับใหม่จะห้ามการฆ่าวัวทุกประเภท ห้ามการซื้อขาย การครอบครอง และการบริโภค หากฝ่าฝืนจะมีความผิดทางอาญาต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 1 หมื่นรูปี (ประมาณ 5.5 พันบาท)
นักการเมืองพรรค NCP เห็นว่า การห้ามฆ่าวัวอาจส่งผลเสียต่อเกษตรกรที่จะต้องรับภาระเลี้ยงดูวัวไปจนกว่าวัวที่เลี้ยงไว้จะตายไปเอง นอกจากนั้น ประธานสมาคมผู้ค้าเนื้อ เชื่อว่า การสั่งห้ามดังกล่าวจะทำคนตกงานจำนวนมาก และทำให้เนื้อไก่ แกะ แพะ และหมูแพงขึ้น
การสั่งห้ามนี้จะส่งผลลบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมชำแหละเนื้อวัวและกระบือของรัฐมหาราษฏระซึ่งปัจจุบันมีการฆ่าวัวและกระบือวันละ 30,000 - 35,000 ตัว และอุตสาหกรรมเครื่องหนัง ซึ่งราคาหนังกระบือจะสูงมากขึ้นและต้องนำเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องหนังที่ประกอบสำเร็จแล้วแทนที่จะผลิตเอง
รัฐมหาราษฏระ ไม่ใช่รัฐแรกที่มีการสั่งห้ามลักษณะนี้ ปัจจุบันมีอีกกว่า 8 รัฐ ที่ได้ออกกฎหมายสั่งห้ามฆ่าวัว ได้แก่ อรุณาจัลประเทศ เกรละ มณีปุระ เมฆาลัย มิโซรัม นาคาแลนด์ สิกขิม และตริปุระ
จากรายงานของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (U.S. Department of Agriculture) ปี 2556-2557 ระบุว่า “อินเดียเป็นผู้ส่งออกเนื้อวัวรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก โดยส่งออกไปยังตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเนื้อวัวอินเดียมีราคาถูกและอาหารฮาลาลกำลังเป็นที่นิยม และในปี 2557 อินเดียเป็นประเทศที่มีจำนวนปศุสัตว์มากที่สุดในโลก โดยคิดเป็น 301 ล้านตัว” ดังนั้น การห้ามฆ่าวัวในรัฐต่าง ๆ ของอินเดีย อาจส่งผลต่อมูลค่าการส่งออกของประเทศ
หากกฎหมายมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว เนื้อสัตว์ต่าง ๆ เช่น ไก่ หมู แพะ แกะ จะมีราคาแพงขึ้น และมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งผู้ประกอบการไทยควรเร่งศึกษาการส่งออกเนื้อสัตว์เพื่อมาตีตลาดอินเดียอย่างจริงจัง
1 เมษายน 2558
แหล่งข้อมูล:
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
อินเดีย, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
