รัฐมหาราษฏระของอินเดียสั่งห้ามฆ่าวัวและบริโภคเนื้อวัว
รัฐมหาราษฏระของอินเดียสั่งห้ามฆ่าวัวและบริโภคเนื้อวัว
            รัฐมหาราษฏระในอินเดียสั่งห้ามฆ่าวัวและบริโภคเนื้อวัว ผ่านกฎหมายการอนุรักษ์สัตว์ (ฉบับแก้ไข) หรือ Maharashtra Animal Preservation (Amendment) Bill 1995

            กฎหมายฉบับนี้ได้ปรับปรุงจากกฎหมายฉบับเดิมที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 15 เมษายน 2521 ซึ่งเดิมกฎหมายสั่งห้ามเฉพาะการฆ่าแม่วัวและลูกวัว โดยอนุโลมให้ฆ่าพ่อวัวและกระบือได้หากมีใบรับรอง (fit -for-slaughter) ผู้ใดฝ่าฝืนจะมีความผิดทางอาญาต้องระวางโทษจำคุกสูงสุดถึง 6 เดือน และ/หรือปรับไม่เกิน 1 พันรูปี (ประมาณ 550 บาท)

            กฎหมายฉบับใหม่จะห้ามการฆ่าวัวทุกประเภท ห้ามการซื้อขาย การครอบครอง และการบริโภค หากฝ่าฝืนจะมีความผิดทางอาญาต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 1 หมื่นรูปี (ประมาณ 5.5 พันบาท)

            นักการเมืองพรรค NCP เห็นว่า การห้ามฆ่าวัวอาจส่งผลเสียต่อเกษตรกรที่จะต้องรับภาระเลี้ยงดูวัวไปจนกว่าวัวที่เลี้ยงไว้จะตายไปเอง นอกจากนั้น ประธานสมาคมผู้ค้าเนื้อ เชื่อว่า การสั่งห้ามดังกล่าวจะทำคนตกงานจำนวนมาก และทำให้เนื้อไก่ แกะ แพะ และหมูแพงขึ้น

            การสั่งห้ามนี้จะส่งผลลบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมชำแหละเนื้อวัวและกระบือของรัฐมหาราษฏระซึ่งปัจจุบันมีการฆ่าวัวและกระบือวันละ 30,000 - 35,000 ตัว และอุตสาหกรรมเครื่องหนัง ซึ่งราคาหนังกระบือจะสูงมากขึ้นและต้องนำเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องหนังที่ประกอบสำเร็จแล้วแทนที่จะผลิตเอง

            รัฐมหาราษฏระ ไม่ใช่รัฐแรกที่มีการสั่งห้ามลักษณะนี้ ปัจจุบันมีอีกกว่า 8 รัฐ ที่ได้ออกกฎหมายสั่งห้ามฆ่าวัว ได้แก่ อรุณาจัลประเทศ เกรละ มณีปุระ เมฆาลัย มิโซรัม นาคาแลนด์ สิกขิม และตริปุระ

            จากรายงานของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (U.S. Department of Agriculture) ปี 2556-2557 ระบุว่า “อินเดียเป็นผู้ส่งออกเนื้อวัวรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก โดยส่งออกไปยังตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเนื้อวัวอินเดียมีราคาถูกและอาหารฮาลาลกำลังเป็นที่นิยม และในปี 2557 อินเดียเป็นประเทศที่มีจำนวนปศุสัตว์มากที่สุดในโลก โดยคิดเป็น 301 ล้านตัว” ดังนั้น การห้ามฆ่าวัวในรัฐต่าง ๆ ของอินเดีย อาจส่งผลต่อมูลค่าการส่งออกของประเทศ

            หากกฎหมายมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว เนื้อสัตว์ต่าง ๆ เช่น ไก่ หมู แพะ แกะ จะมีราคาแพงขึ้น และมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งผู้ประกอบการไทยควรเร่งศึกษาการส่งออกเนื้อสัตว์เพื่อมาตีตลาดอินเดียอย่างจริงจัง
1 เมษายน 2558
แหล่งข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ