ไอซ์แลนด์ถอนตัวอย่างเป็นทางการจากการสมัครเข้าเป็นสมาชิกอียู
ไอซ์แลนด์ถอนตัวอย่างเป็นทางการจากการสมัครเข้าเป็นสมาชิกอียู
             เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2558 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไอซ์แลนด์ได้ยื่นหนังสือต่อประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ในการประชุมเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2558 ได้มีมติว่ารัฐบาลไอซ์แลนด์จะไม่เริ่มการเจรจาเข้าเป็นสมาชิกอียูอีกครั้ง โดยถือว่าไอซ์แลนด์ไม่ได้เป็นผู้สมัครอีกต่อไป และขอให้อียูปฏิบัติตามนี้ต่อไปด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2558 มีรายงานข่าวว่า พรรคการเมืองฝ่ายค้านของไอซ์แลนด์ได้ร่วมกันมีหนังสือถึงประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปและประธานสภายุโรปแสดงการคัดค้านการยกเลิกการสมัครเป็นสมาชิกอียู โดยรัฐบาลไอซ์แลนด์ โดยเห็นว่ารัฐบาลไอซ์แลนด์ไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการดำเนินการเนื่องจากไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาไอซ์แลนด์ซึ่งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2558 ก็มีชาวไอซ์แลนด์หลายพันคนออกมาประท้วงการดำเนินการของรัฐบาลไอซ์แลนด์

            สาเหตุที่ไอซ์แลนด์ถอนตัวจากการสมัครเข้าเป็นสมาชิกอียูน่าจะเป็นเพราะว่า ผลประโยชน์ที่ไอซ์แลนด์คาดว่าจะได้รับจากการเป็นสมาชิกอียูดูไม่คุ้มค่าอีกต่อไปจากเดิมสมัยที่รัฐบาลไอซ์แลนด์ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกอียูครั้งแรกเมื่อปี 2552 ซึ่งในคณะนั้นไอซ์แลนด์กำลังประสบกับวิกฤตทางการเงิน แต่บัดนี้เศรษฐกิจไอซ์แลนด์สามารถฝื้นตัวดีขึ้นแล้ว ส่วนอียูเป็นฝ่ายที่มีปัญหากับสกุลเงินยูโร นอกจากนั้นไอซ์แลนด์ยังอาจเกรงว่า อุตสาหกรรมการประมงของไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัฐ จะได้รับผลกระทบหากไอซ์แลนด์จะต้องปฏิบัติตามนโยบายของอียูเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรปลา ทั้งนี้ ไอซ์แลนด์จะยังคงได้รับผลประโยชน์ด้านการค้า การลงทุน และการเคลื่อนย้ายบุคคลอย่างเสรีในเขตอียูจากการเป็นสมาชิกเขตเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Area หรือ EEA) และความตกลงเชงเกน

             ถึงแม้ว่าไอซ์แลนด์ได้ถอนตัวอย่างเป็นทางการจากการสมัครเป็นสมาชิกอียู แต่ความสัมพันธ์ระหว่างอียูและไอซ์แลนด์โดยรวมนังน่าจะเดินต่อไปได้ด้วยดี เนื่องจากไอซ์แลนด์ได้ยืนยันถึงความสำคัญของการที่จะคงไว้ซื่งความสัมพันธ์และความร่วมมืออันใกล้ชิดกับอียู โดยมีความตกลง EEA เป็นเสาหลักสำคัญของความร่วมมือ ส่วนฝ่ายอียูก็ได้แสดงความเข้าใจต่อการตัดสินในของไอซ์แลนด์และได้ยืนยันว่า ไอซ์แลนด์ยังเป็นประเทศหุ้นส่วนสำคัญของอียูเช่นเดิม

ขอบคุณรูปภาพจาก: http://www2.thaieurope.net/ไอซ์แลนด์ถอนตัวอย่างเป/
7 เมษายน 2558
แหล่งข้อมูล: http://www2.thaieurope.net
โดย: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ