EU ปฎิเสธการขึ้นทะเบียนบัญชีข้อกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพ (health claims)
EU ปฎิเสธการขึ้นทะเบียนบัญชีข้อกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพ (health claims)
         เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/402 of 11 March 2015 refusing to authorise certain health claims made on foods, other than those referring to the reduction of disease risk and to children’s development and health ใน EU Official Journal L 67/1 เพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบที่ควบคุมการแสดงคำเตือนบน ฉลากสำหรับการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์เสริมประเภทที่ช่วยลดความเสี่ยงของการ เกิดโรคและประเภทช่วยเสริมพัฒนาการและสุขภาพของเด็ก สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

๑. กฎระเบียบใหม่นี้ได้แก้ไขบัญชีรายการข้อกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพ (health claims) ที่ได้รับอนุญาต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างหลักประกันในการคุ้มครองและรักษาสิทธิ์ของผู้บริโภคในการได้ รับแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากการอ่านข้อมูลบนฉลากและใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ สินค้านั้นๆ ซึ่งการแสดงข้อกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพที่ปรากฏบนฉลากจะต้องเป็นข้อกล่าวอ้างที่ได้รับการ อนุญาตจาก EU ให้บรรจุอยู่ในบัญชีรายการ health claims นี้เท่านั้น (ตามข้อกำหนด Regulation (EC) No 1924/2006)

๒. การปรับปรุงแก้ไขบัญชีการอนุญาตในครั้่งนี้ได้ปฎิเสธการขอขึ้นทะเบียนข้อกล่าวอ้างสรรพคุณ ด้านสุขภาพในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ๓ รายการ คือ
๒.๑ Padina pavonica-extract in Dictyolone® ซึ่งกล่าวอ้างว่ามีสรรพคุณช่วยพัฒนา ความหนาแน่นของกระดูกโดยการปรับระดับแคลเซี่ยมและซ่อมแซมโครงสร้างโปรตีนกระดูก โดยเฉพาะในกรณี การเสื่อมสภาพของกระดูกตามอายุขัยที่มากขึ้นในบุคคลที่มีสุขภาพปกติ
๒.๒ Cytindine 5’-diphosphocholine (CDP-choline or citicoline) ซึ่งกล่าวอ้างว่า มีสรรพคุณเป็นแหล่งของ Choline ซึ่งช่วยบำรุงระบบประสาทของตา
๒.๓ Rosbacher drive® ซึ่งกล่าวอ้างว่ามีสรรพคุณช่วยให้มีสมาธิ (concentration)

๓. สาเหตุที่ EU ปฎิเสธข้อกล่าวอ้างสรรพคุณทั้ง ๓ รายการ สืบเนื่องจากการที่ EFSA พิจารณา ว่า ข้อมูลที่บริษัทแต่ละรายใช้่ประกอบการยื่นคำร้อง เช่น ผลงานวิจัยสนับสนุน หรือเหตุและผลทางวิทยาศาสตร์ เพื่อขอใช้ข้อกล่าวอ้างสรรพคุณดังกล่าวไม่สมเหตุสมผลเพียงพอ และไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎระเบียบ Regulation (EC) No 1924/2006

๔. สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวนี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซด์ดังต่อไปนี้
http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:32015R0402&from=EN

๕. กฎระเบียบดังกล่าว จะมีผลปรับใช้ ๒๐ วันหลังจากวันที่ลงประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๘) แล้ว
17 เมษายน 2558

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ