
เมืองอัจฉริยะ คือ เมืองที่ประชากรทุกคนในเมืองสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ผ่านทางระบบออนไลน์อย่างง่ายดาย เพิ่มคุณภาพชีวิต ลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยในปัจจุบันก็เริ่มเป็นเมืองอัจฉริยะแล้วเหมือนกัน แต่ก็ยังขาดระบบที่เป็นศูนย์กลางความสะดวกสบายให้อยู่ในส่วนเดียวกัน ขณะที่เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่มีความสะดวกสบายทางด้านระบบโทรคมนาคมสูง เนื่องจากธุรกิจที่นี่สามารถจับกลุ่มร่วมมือกับบริษัทหลายข้ามชาติประเทศโดยแบ่งผลประโยชน์อย่างลงตัว ขณะนี้เซี่ยงไฮ้ถึงเป็นเมืองต้นแบบสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยีบนระบบสมาร์ทโฟนให้ครอบคลุมตัวเมืองและพลเมืองทุกวัยทุกอาชีพ เซี่ยงไฮ้กำลังจะเหนือกว่าเมืองอื่นๆ ในจีนด้วยการที่ “เมืองอัจฉริยะที่เหนือกว่า” จะมีอะไรบ้างตามไปดูกัน!
เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2558 รัฐบาลเซี่ยงไฮ้ได้เซ็นสัญญาความร่วมมือกับบริษัท Tencent ในการผลักดันระบบ “บริการเพื่อพลเมือง” ซึ่งบริการดังกล่าวจะครอบคลุมไปถึงระบบคมนาคมหลายประเภท การรักษาพยาบาล ประกันสังคม บริการจากตำรวจ บริการเกี่ยวกับสำมะโนครัว บริการตรวจคนเข้าออกเมือง ร้านอาหาร การจับจ่ายใช้สอยต่างๆ ระบบโลจิสติกส์ ระบบตั๋ว มหาวิทยาลัยและการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันหลายเมืองในจีนทำได้เพียงเข้าถึงระบบออนไลน์บางอย่างเท่านั้น โดยรัฐบาลจะสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของบริษัท Tencent เป็นสิ่งตอบแทน เช่น Wechat QQ สื่อโฆษณา ผลิตภัณฑ์ความบันเทิงต่างๆ ซึ่งปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของบริษัทดังกล่าว ได้ให้บริการลูกค้ากว่า 1.1 ล้านครั้งแล้ว โดยมีฐานผู้ใช้บริการกว่า 60 ล้านคน
นอกจากนี้ยังมีตัวเลขที่น่าสนใจกับเมืองอัจฉริยะหลายแห่งในจีน โดยในปี 2557 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจีน(Information and Communication Technology :ICT)ได้รายงานว่า เมืองระดับอนุมณฑล (Sub-provincial city) ของจีน ได้เข้าสู่ระบบเมืองอัจฉริยะด้วยการมีโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับระบบอินเทอร์เน็ตสำหรับการบริการเต็ม 100% แล้วและใน 241 เมืองเข้าสู่ระบบเมืองอัจฉริยะแล้วถึง 89%
ในการผลักดันเมืองอัจฉริยะทั่วจีนให้ถึงเป้าหมาย 100% ในอนาคตอันใกล้ รัฐบาลเลือกใช้เงื่อนไขความร่วมมือการลงทุนแบบ PPP (Private Public Partnership) หรือความร่วมมือการลงทุนระหว่างรัฐบาลและเอกชน เมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา ภาคเอกชนพากันหยิบชิ้นปลามันจากการสนับสนุนและความร่วมมือการร่วมลงทุนของภาครัฐ ยกตัวอย่างเช่น นครอู่ฮั้น (Wuhan) ที่ทุ่มเงินลงทุนไปกับเมืองอัจฉริยะกว่า 8 หมื่นล้านหยวน (ราว 4 แสนล้านล้านบาท) ส่งผลให้มีสภาพคล่องจากเม็ดเงินที่หมุนในระบบของนครแห่งนี้ถึงกว่า 11.2 ล้านล้านหยวน (ราว 58 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2558 นี้

กลับมาที่นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งถือเป็นนครแห่งการเงินและธนาคารที่สำคัญที่สุดของจีนก็ว่าได้ พ่อเมืองเซี่ยงไฮ้คนสำคัญอย่าง นายหาน เจิ้ง (Han Zheng) ยังได้กล่าวว่า “นครเซี่ยงไฮ้จะเสริมความแข็งแกร่งทางการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต ด้วยการผลักดันเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ให้เป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมโลก” แน่นอนว่าการลงทุนครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องของเซี่ยงไฮ้ด้วยเม็ดเงินมหาศาลเป็นประวัติการณ์ และนายโพนี่ หม่า (Pony Ma) ประธานของบริษัท Tencent ให้ความคิดเห็นที่แสดงให้เห็นถึงอนาคตอันสดใสของเซี่ยงไฮ้ว่า “นี่เป็นศักราชของอินเทอร์เน็ตที่แท้จริงและจะเป็นโอกาสใหม่ของเซี่ยงไฮ้ในทุกมิติ”
ประเทศไทยหากจะลองศึกษาแนวคิดความเป็นเมืองอัจฉริยะของเซี่ยงไฮ้แล้วละก็ จะเห็นได้ว่านอกจากจะช่วยเสริมความสะดวกสบายให้กับประชาชนในประเทศแล้ว ยังเป็นตัวกระตุ้นสภาพคล่องและการบริโภคได้อย่างดี นี่คือความลับในการเพิ่มอัตราการเติบโต (GDP) ของประเทศของจีนอีกอย่างหนึ่ง!
จัดทำโดย นายกองพล กำจรสุขรุจี
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้
ข้อมูลอ้างอิง :
1) นสพ. China Daily ฉบับวันที่ 16 เมษายน 58 เรื่อง互联网+智慧城市建设暗战:骤热之下蛋糕难独享
2) นสพ. Shanghai Daily ฉบับวันที่ 14 เมษายน 58 เรื่อง Shanghai deal to turn into Smart City
3) เว็บไซด์รัฐบาลเซี่ยงไฮ้ วันที่ 15 เมษายน 58 เรื่อง Tencent boss lectures city leaders on Internet Plus
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=670&ELEMENT_ID=15407
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
