EU ปรับเพิ่มปริมาณสาร benzoic acid – benzoates (E 210-213) ที่อนุญาตให้ใช้ในกุ้งต้มสุกแช่น้ำเกลือ
EU ปรับเพิ่มปริมาณสาร benzoic acid – benzoates (E 210-213) ที่อนุญาตให้ใช้ในกุ้งต้มสุกแช่น้ำเกลือ
             เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Regulation (EU) 2015/538 of 31 March 2015 amending Annex II to Regulation (EC) No 1333/2008 of the European Parliament and of the Council as regards the use of benzoic acid – benzoates (E 210-213) ใน EU Official Journal L 88/4 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

            ๑. กฎระเบียบใหม่นี้เป็นการแก้ไขข้อกำหนดการใช้่วัตถุเจือปนอาหาร benzoic acid – benzoates (E 210-213) ซึ่งเคยได้รับอนุญาตให้ใช้ในอาหารแล้ว ตามที่ปรากฎใน Annex II ของ Regulation (EC) No 1333/2008

            ๒. การแก้ไขในครั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่มีสมาคมอาหารทะเลของประเทศเดนมาร์กยื่นคำร้องขอ อนุญาตปรับเพิ่มปริมาณการใช้สาร sorbic acid – sorbates; benzoic acid – benzoates (E 200-213) ในสินค้า ประมง ซึ่งปัจจุบัน EU กำหนดปริมาณสูงสุดในการใช้สารดังกล่าวในสินค้าประมงประเภท semi-preserved (ปลา สัตว์น้ำกลุ่มครัชตาเซียน หอย ซูริมิ เนื้อปลาและเนื้อกุ้งบด (fish/crustacean paste) กุ้งและหอยต้มสุก ไว้ที่ระดับ ๒,๐๐๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัม และกำหนดปริมาณสาร benzoic acid – benzoates (E 210-213) ในกุ้งและหอยต้มสุกไว้ที่ระดับ ๑,๐๐๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัม

            ๓. อย่างไรก็ดี จากการวิจัยของ Technological University of Denmark พบว่า ถ้ามีการใช้สาร benzoic acid – benzoates (E 210-213) ที่ปริมาณ ๑,๐๐๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัม ตามที่ EU กำหนด ในสินค้ากุ้งต้มแช่ในน้ำเกลือที่มีค่าความเป็นกรด-ด่างที่ระดับ ๕.๖ – ๕.๗ และมีอุณหภูมิความเย็นที่ ๕ และ ๘ องศาเซลเซียส จะส่งผลให้สินค้าดังกล่าวมีโอกาสที่จะติดเชื้อ Listeria monocytogenes ได้ง่าย (คิดจากค่าความ เป็นกรด-ด่างที่ระดับ ๕.๘) ซึ่งจะทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อ Listeria monocytogenes EU จึงเห็นควรปรับค่าการใช้สาร benzoic acid – benzoates (E 210-213) และ sorbic acid – sorbates (E 200-203) ในกุ้งต้มแช่ในน้ำเกลือใหม่ที่ระดับ ๑,๕๐๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัมและ ๕๐๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัม ตามลำดับ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

            ๔. จากสถิติในปี ๒๕๕๖ พบว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อ Listeria monocytogenes ใน EU จำนวน ๑,๖๔๒ ราย และเสียชีวิต ๑๙๘ ราย (จากประเทศสมาชิก ๑๘ ประเทศ) ซึ่งมากที่สุดตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา แม้ว่า ผลจากการสุ่มตรวจสินค้าอาหาร ณ ชั้นวางจำหน่ายใน EU จะพบว่า มีการปนเปื้อนเชื้อ Listeria monocytogenes อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าที่ EU กำหนด แต่สินค้าที่มีปัญหาการปนเปื้อนเกินกว่าค่าที่กำหนดเป็นสินค้าประมงโดยส่วน ใหญ่

            ๕. กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันหลังจากประกาศลงใน EU Official Journal แล้วเป็นต้นไป (ประกาศ ณ วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๘) สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวนี้สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ต่อไปนี้ http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:JOL_2015_088_R_0002&from=EN


ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www2.thaieurope.net/eu-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3-benzoic-acid-benzoates/
7 พฤษภาคม 2558
แหล่งข้อมูล: สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ