ผลไม้ไทยในตลาดจีน ปี 2557

แม้ว่าจีนจะเป็นตลาดส่งออกรายใหญ่ที่สำคัญของไทย แต่ปริมาณการส่งออกผลไม้ไทยไปเวียดนามในปี 2557 มีปริมาณมากถึง 460,881 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 61.39) ขณะที่ปริมาณผลไม้ส่งออกไปจีนกลับลดลง ทั้งๆ ที่มูลค่าส่งออกยังสูงที่สุดก็ตาม [1] ทั้งนี้ ปริมาณการส่งออกผลไม้ไทยไปเวียดนามที่เพิ่มขึ้นน่าจะเป็นเพราะเวียดนามนำเข้าผลไม้ไทยเพื่อจำหน่ายไปยังประเทศใกล้เคียง เช่น จีน ที่มีพรมแดนติดกับเวียดนาม และเวียดนามได้รับสิทธิประโยชน์จากนโยบายด่านผ่อนปรนที่จีนตกลงไว้กับประเทศที่มีพรมแดนติดกัน เวียดนามจึงสามารถส่งออกไปจีนได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบว่าภาษีบำรุงท้องที่ร้อยละ 5 ณ จุดผ่อนปรนบริเวณพรมแดนจีนกับภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 13 ที่ต้องชำระ ณ จุดนำเข้าสากลของจีน ทำให้ผู้ประกอบการจีนส่วนหนึ่งนิยมนำสินค้าที่ผ่านด่านผ่อนปรนชายแดน ผลไม้ไทยจำนวนไม่น้อยเมื่อเข้าเวียดนามแล้วก็จะถูกแปลงสภาพเป็นผลไม้เวียดนามเพื่อใช้สิทธิพิเศษของด่านผ่อนปรนดังกล่าวนั่นเอง
ทั้งนี้ สถิติของจีนในปี 2557 ที่ผ่านมา พบว่าผลไม้ที่จีนนำเข้ามากที่สุดสามอันดับแรก คือ ทุเรียน ลำไย และมังคุด โดยส่วนใหญ่จะผ่านเข้ามาทางด่านเหวินจิ่นตู้ของเมืองเซินเจิ้น และบางส่วนผ่านเข้ามาทางเส้นทางสาย R3A (เป็นเส้นทางสายไหมเชื่อมโยงระหว่าง จีน-ลาว-ไทย) และมีแนวโน้มการขนส่งผลไม้ไทยมาจีนทางเส้นทาง R3A เพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2557 ทุเรียน ลำไย และมังคุด มีราคาขายส่งเฉลี่ยในตลาดค้าส่งผักและผลไม้เจียงหนานเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 20 ในขณะที่ราคาขายปลีกในห้างโมเดิร์นเทรดในนครกว่างโจวเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 15 และราคาผลไม้นอกฤดูกาลผลิตจะมีราคาสูงกว่าในฤดูกาล
ทุเรียนจีนเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่จีนไม่สามารถเพาะปลูกได้จึงต้องนำเข้าทั้งหมด ปัจจุบันทางการจีนอนุญาตให้นำเข้าทุเรียนสดผ่านทางด่านสากล โดยจะต้องเป็นทุเรียนสดจากประเทศไทยเท่านั้น ในปี 2557 แนวโน้มการส่งออกทุเรียนได้เปลี่ยนจากจีนมาเป็นฮ่องกง
ลำไยเป็นผลไม้ที่จีนสามารถเพาะปลูกได้มากทางตอนใต้ในมณฑลกวางตุ้ง กว่างซีจ้วงและฝูเจี้ยน แต่ไม่เพียงพอต่อการบริโภคในตลาดจีน ประกอบกับแหล่งเพาะปลูกลำไยซึ่งตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลตะวันออกของจีนได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนบ่อยครั้ง ทำให้ผลผลิตเสียหาย ดังนั้น ช่วงเวลาที่จีนนำเข้าลำไยมากเป็นพิเศษจึงเป็นช่วงที่จีนไม่มีผลผลิต คือ เดือนมกราคม-เมษายน ทั้งนี้ พบว่าในปี 2557 จีนมีการนำเข้าลำไยจากไทยปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นการลดลงร้อยละ 35.08 โดยเส้นทางการขนส่งลำไยส่วนใหญ่จะส่งจากไทยไปฮ่องกงทางเรือ แล้วจึงขนส่งทางรถยนต์เข้าทางจีนผ่านเมืองเซินเจิ้น ในขณะที่ไทยส่งออกลำไยไปเวียดนามเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 69.24 ซึ่งการส่งออกไปเวียดนามเพิ่มมากขึ้น น่าจะเป็นผลจากการที่เวียดนามส่งออกลำไยไปจีนได้มากขึ้น ประกอบกับที่เป็นไปได้ว่าน่าจะมีลำไยไทยจำนวนไม่น้อยที่แปลงเป็นลำไยเวียดนามแล้วจึงส่งต่อไปจีน
มังคุดเป็นผลไม้ที่จีนยังไม่สามารถเพาะปลูกได้ในเชิงการค้า อย่างไรก็ตาม มีการริเริ่มปลูกในมณฑลไห่หนานของจีนแต่ได้ผลผลิตไม่มากนัก ทั้งนี้ จีนอนุญาตนำเข้ามังคุดได้จากไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเมียนมาร์ โดยในปี 2557 จีนนำเข้ามังคุดจากไทยมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 93.24 ของปริมาณการนำเข้าจากประเทศต่างๆ และเป็นปีแรกที่มีการนำเข้ามังคุดผ่านเส้นทาง R3A อย่างไรก็ตาม ไทยมีแนวโน้มในการส่งมังคุดไปเวียดนามเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 และปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกมังคุดไปเวียดนามมากเป็นอันดับหนึ่ง คาดว่าน่าจะมีมังคุดไทยที่ได้รับการแปลงเป็นมังคุดเวียดนามแล้วส่งต่อเข้าไปยังจีน ทำให้อัตราการส่งออกผลไม้ของไทยไปเวียดนามเพิ่มมากขึ้น และเป็นผลให้ส่งออกไปจีนลดลง
ตลาดจีนเป็นตลาดส่งออกผลไม้ที่สำคัญของไทย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีประชากรมาก มีเส้นทางการขนส่งผลไม้ที่หลากหลายทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ใช้ระยะเวลาในการขนส่งไม่นานมากนัก สอดรับกับข้อจำกัดของผลไม้สดที่มีอายุในการเก็บรักษาสั้น ปัจจุบันเส้นทางการขนส่งผลไม้เส้นทางหลัก คือ การขนส่งทางทะเลจากไทยเข้าไปยังฮ่องกง แล้วจากฮ่องกงเข้าเซินเจิ้นโดยการขนส่งทางบก ซึ่งจุดหมายปลายทางส่วนใหญ่จะมาที่ศูนย์กลางการค้าขายผลไม้นำเข้าที่ตลาดค้าส่งผักและผลไม้เจียงหนานในนครกว่างโจว อย่างไรก็ตาม พบว่าแนวโน้มในการนำเข้าผ่านเส้นทางการขนส่งทางบกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับผลไม้ที่ไม่จำเป็นต้องมีข้อจำกัดในการควบคุมอุณหภูมิในการขนส่งและน้ำหนักไม่มากนัก เช่น มังคุด และลำไย ในขณะที่การนำเข้าผลไม้ไทยของจีนทางอากาศก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสำหรับผลไม้ที่มีราคาต่อหน่วยสูงและมีอายุในการเก็บรักษาสั้น เช่น มังคุด ชมพู่ มะม่วง และน้อยหน่า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นตลาดที่ประชากรมีกำลังซื้อสูง อาทิ ในกว่างโจว ปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ โดยจะพบว่าในปี 2557 มีสถิติการขนส่งผลไม้ผ่านเส้นทาง R3A เพิ่มมากขึ้น เนื่องด้วยมีการเปิดใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 (ห้วยทราย-เชียงทอง) เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2556 ส่งผลให้การขนส่งสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น (จากเดิมต้องถ่ายของผ่านแพขนานยนต์เพื่อข้ามแม่น้ำโขง) และคาดว่าจะมีแนวโน้มการขนส่งผลไม้ผ่านทางเส้นทาง R3A เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลไม้ไทยที่จีนนำเข้ามากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ทุเรียน ลำไย และมังคุด ในปี 2557 มีราคาขายส่งเฉลี่ยในตลาดค้าส่งผักและผลไม้เจียงหนานเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 20 ในขณะที่ราคาขายปลีกในห้างโมเดิร์นเทรดในนครกว่างโจวเพิ่มมากขึ้นกว่าร้อยละ 15 พบว่าราคาผลไม้นอกฤดูกาลผลิตจะมีราคาสูงกว่าในฤดูกาล หากสามารถควบคุมผลผลิตให้มีตลอดปีก็จะทำให้ราคาไม่มีความผันผวนมากจนเกินไปนัก ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเลือกซื้อได้ตลอดปี อย่างไรก็ตาม หากสามารถนำเสนอชนิดของพันธุ์ผลไม้ที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคก็จะสามารถควบคุมคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ได้ เช่น การนำเสนอพันธุ์ทุเรียนชนิดใหม่ในตลาดที่มีกลิ่นฉุน เม็ดเล็ก รสหวานจัด เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนที่ชอบรสจัด เป็นต้น
โอกาสของผลไม้ไทยอื่นๆ ในตลาดจีนยังมีอีกมาก เนื่องด้วยผู้บริโภคชาวจีนจำนวนมากได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศไทยและได้ชิมรสผลไม้ที่ประเทศไทยและติดใจในรสชาติส่งผลให้มีการซื้อหารับประทานเมื่อกลับมายังประเทศของตน ทางภาครัฐของไทยอาจจะร่วมมือกับหน่วยงานการท่องเที่ยวของไทยและจีนในการประชาสัมพันธ์ผลไม้ให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย เช่น การจัดโซนขายผลไม้ในศูนย์โอทอป หรือแหล่งท่องเที่ยวเพื่อให้ผู้บริโภคชาวจีนจำนวนมากมีโอกาสซื้อและชิมรสผลไม้ไทย การจัดงานประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยในเมืองต่างๆ ของจีนที่มีศักยภาพในการบริโภค ตลอดจนการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจำหน่ายผลไม้นำเข้าในจีนที่มีร้านสาขาทั่วจีนนำเข้าผลไม้ชนิดต่างๆ ของไทยเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น
ขอบคุณรูปภาพจาก:http://siamfreestyle
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
