การพัฒนาการท่องเที่ยวปี 2558 ของมณฑลฝูเจี้ยน
การพัฒนาการท่องเที่ยวปี 2558 ของมณฑลฝูเจี้ยน
             มณฑลฝูเจี้ยนเป็นมณฑลที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ และตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์การคมนาคมทางทะเลที่สำคัญของจีน ซึ่งมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่ดี สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมิน ได้สรุปข้อมูลแผนพัฒนาการท่องเที่ยวของมณฑลฝูเจี้ยนสำหรับปี 2558 ไว้ดังนี้

            รัฐบาลมณฑลฝูเจี้ยนกำหนดมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในปี 2558 โดยมีเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 269 ล้านกว่าคน หรือให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 และคาดว่าจะมีรายได้รวม 314 ล้านหยวน หรือเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 16 โดยรัฐบาลฝูเจี้ยนมีแผนที่จะเพิ่มโรงแรมและรีสอร์ทหรูในจุดชมวิวต่างๆกว่า 40 แห่ง และจะใช้โปรแกรมส่งเสริมการขายเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันระบบการท่องเที่ยว รวมทั้งจะส่งเสริมการฝึกอาชีพให้ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น วัฒนธรรมเส้นทางสายไหมทางทะเล วัฒนธรรมบ้านดิน วัฒนธรรมเกี่ยวกับใบชา เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐบาลฝูเจี้ยนได้ขานรับและสนับสนุนนโยบาย “One Belt One Road” ของรัฐบาลจีน ในการฟื้นฟูดินแดนโบราณและเส้นทางสายไหมทางทะเล และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้แบรนด์เส้นทางสายไหมด้วย โดยเมืองที่เป็นศูนย์กลางในเส้นทางสายไหมทางทะเล จะได้รับการโปรโมทเป็นพิเศษ

            มณฑลฝูเจี้ยนยังมีมาตรการเพิ่มความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับไต้หวันด้วย ซึ่งถือเป็นการสร้างแนวร่วมด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญในช่องแคบไต้หวัน โดยมีนโยบายสำคัญ ได้แก่ การอนุญาตให้ยานพาหนะของทั้งสองดินแดนสามารถสัญจรถึงกันได้ และการเปิดเสรีให้ธุรกิจท่องเที่ยวจากไต้หวันมาเปิดกิจการได้ในหลายๆเมืองของมณฑลฝูเจี้ยน นอกจากนี้ ในปี 2558 จะมีการเปิดใช้เส้นทางขนส่งทางทะเลระหว่างฝูเจี้ยนกับไต้หวันหลายเส้นทางอย่างเป็นทางการ มณฑลฝูเจี้ยนจึงมีแผนให้เรือสำราญขนาดใหญ่มีบทบาทส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระหว่างช่องแคบไต้หวัน ด้วยการเร่งพัฒนาเมืองเซี่ยเหมินให้เป็นเมืองท่าเทียบเรือนานาชาติ ตลอดจนการเชื่อมถนนทางหลวงและทางรถไฟ และส่งเสริมการเปิดให้เยี่ยมชมโรงงานผลิตสินค้าหัตกรรมขึ้นชื่อ และเพิ่มโครงการท่องเที่ยวพิเศษอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยวในชนบท การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นต้น

            ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมิน ได้ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า ในระยะหลายปีหลังนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลายเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้มหาศาลให้แก่มณฑลฝูเจี้ยนเป็นอย่างมาก และเมืองเซี่ยเหมินก็ถือเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและต่างชาติมากที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ในมณฑลฝูเจี้ยน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของฝูเจี้ยนเติบโตอย่างรวดเร็ว คือ การสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของรัฐบาลจีนสำหรับเขตนำร่องการค้าเสรีฝูเจี้ยนอย่างเต็มที่ และผลักดันให้ฝูเจี้ยนเป็นเมืองหน้าด่านในการพัฒนาการท่องเที่ยวระหว่างช่องแคบไต้หวัน โดยมี “เส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21” เป็น Theme หลัก และยังมีนโยบายอื่นๆ ที่สนับสนุนและส่งเสริมการขยายตลาดการท่องเที่ยวของฝูเจี้ยน เช่น นโยบายสนับสนุนการร่วมลงทุนด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระหว่างกิจการท้องถิ่นกับกิจการทุนต่างชาติในเขตนำร่องการค้าเสรีฝูเจี้ยน นโยบายอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวโดยการบูรณาการขั้นตอนในพิธีศุลกากร เพื่อประหยัดเวลาและลดความยุ่งยาก รวมทั้งนโยบายด้านนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความทันสมัยและทัดเทียมระดับสากล เป็นต้น โดยล่าสุดได้อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจาก 51 ประเทศ ที่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องครบถ้วน สามารถเข้าเมืองเชี่ยเหมินได้ 72 ชั่วโมง โดยไม่ต้องขอวีซ่า เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหภาพยุโรป สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เป็นต้น

            นอกจากนี้ ทางศูนย์ BIC (Business Information Center) ในจีน ได้สังเกตสถานการณ์ตลาดด้านการท่องเที่ยวของมณฑลฝูเจี้ยน พบว่า ในระยะไม่กี่ปีมานี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนในมณฑลฝูเจี้ยนมีพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป คือ นิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น โดยสังเกตจากเทศกาลที่มีวันหยุดยาว เช่น เทศกาลตรุษจีน วันชาติจีน จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ และหนึ่งในประเทศเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุดในทวีปเอเชีย ก็คือ ประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนถึง 8,024 ราย เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 2 เท่า ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากประชากรฝูเจี้ยนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีกำลังซื้อมากขึ้น จึงมีทางเลือกมากขึ้นในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ

            อย่างไรก็ดี นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของมณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งมุ่งเน้นการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม นับเป็นผลดีในทางอ้อมต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยด้วยเช่นกัน โดยไทยได้ประกาศให้ปี 2558 เป็นปีแห่งการ “ท่องเที่ยววิถีไทย” ซึ่งเป็นการเน้นจุดขายการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เนื่องจากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของมณฑลฝูเจี้ยนได้มีส่วนในการกระตุ้นให้ชาวจีนหันมาสนใจการท่องเที่ยวประเภทนี้มากขึ้น ซึ่งเดิมจะสนใจการท่องเที่ยวประเทศไทยเฉพาะชายทะเลและกรุงเทพฯ ให้หันมาสนใจการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายและเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยวไทยสำหรับชาวจีน นอกจากนี้ ยังถือเป็นโอกาสอันดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยที่จะเติบโตไปพร้อมกับการผลักดันนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของมณฑลฝูเจี้ยนในอนาคต
12 พฤษภาคม 2558
แหล่งข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมิน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ