
หลังจากที่ธนาคารกลางจีนได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2558 เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ ดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจีนผู้มีรายได้น้อยนัก และสำหรับผู้มีฐานะก็ต่างนำเงินออมทรัพย์ย้ายเข้าสู่ตลาดหุ้น กองทุนหรือนำฝากในสถาบันการเงินออนไลน์ ส่วนผู้ที่กู้เงินจากธนาคารก็ได้รับประโยชน์อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงเช่นกัน
เพียงหนึ่งวันหลังจากการธนาคารกลางประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเป็นร้อยละ 2.25 ต่อปี และดอกเบี้ยเงินกู้ที่ร้อยละ 5.1 ต่อปีนั้น ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ปิดตลาดที่ 4,333.58 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.04 ส่วนตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นปิดตลาดที่ 14,944.88 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 70 นับตั้งแต่มีการประกาศลดครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนปีที่แล้ว
ผู้เชี่ยวชาญตลาดหุ้น คาดการณ์ว่า ในอีก 1 เดือนข้างหน้ารัฐบาลจะประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยธนาคารเพิ่มอีก ทำให้เม็ดเงินหลั่งไหลสู่ตลาดหุ้นเพิ่มขึ้น มูลค่าหุ้นมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ประชาชนจีนหลายคนเริ่มสนใจลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งกองทุนประกันสังคมยังอาจเข้าตลาดหุ้นด้วย
การปรับลดอัตราดอกเบี้ยธนาคารครั้งที่ 3 นี้ เกิดขึ้นหลังจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ต่ำสุดในรอบปีที่ 48.9 ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนเมษายนประคองตัวอยู่ที่ร้อยละ 1.5 มูลค่าการส่งออกในเดือนมีนาคมลดลงร้อยละ 6.4 มูลค่าการนำเข้าเดือนเดียวกันลดลงร้อยละ 16.2
นายจู ไห่ปิน (Zhu Haibin) นักเศรษฐศาสตร์ของ เจ พี มอร์แกน วิเคราะห์ว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยธนาคาร ส่งผลดีที่สุดกับ (1) ผู้กู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัย เพราะนอกจากดอกเบี้ยเงินกู้ที่ลดลงแล้ว ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2558 รัฐบาลยังประกาศลดเงินดาวน์เพื่อที่อยู่อาศัย และปรับค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่อยู่อาศัยมือ 2 ลงด้วย (2) การกู้เงินเพื่อลงทุนในธุรกิจ เพราะในอดีตดอกเบี้ยเงินกู้เป็นต้นทุนสำคัญปัจจัยหนึ่ง
นอกจากนี้ ผู้มีเงินฝากในธนาคารหลายราย ยังหันไปฝากเงินกับสถาบันการเงินออนไลน์ซึ่งให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงกว่าธนาคาร เช่น หัวชี่เป่าHuoqi Bao รับรองอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขั้นต่ำที่ร้อยละ 4.92 ต่อปี และยู่เอ๋อเป่า (Yu’e Bao) รับรองอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขั้นต่ำที่ร้อยละ 4.27 ต่อปี เป็นต้น
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=465&ELEMENT_ID=15472
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
