กว่างซีนำคนและเทคโนโลยี "ก้าวออกไป" สำรวจ ขุด และขนแร่ในเขมร ลาว ญวน
กว่างซีนำคนและเทคโนโลยี "ก้าวออกไป" สำรวจ ขุด และขนแร่ในเขมร ลาว ญวน

หนังสือพิมพ์ Southland Month : กว่างซีใช้กรอบยุทธศาสตร์ต่างๆ เพื่อการสำรวจวิจัยทรัพยากรแร่ธาตุในอาเซียน เพื่อหาแหล่งป้อนวัตถุดิบในมณฑล (และประเทศ) และขยายความร่วมมือกับอาเซียน

จีนกับอาเซียนความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และสภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยาที่คล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะกว่างซีในฐานะ "ประตูสู่อาเซียน" (Gateway to ASEAN) จึงมีความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนอย่างรอบด้านกับอาเซียนอย่างสม่ำเสมอด้วยดี

หนึ่งในสาขาความร่วมมือที่เป็นจุดแข็งของกว่างซีก็คือ การสำรวจธรณีวิทยาและการทำเหมืองแร่

กว่างซีมีพร้อมด้านเงินทุน มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และมีเทคโนโลยีการสำรวจและทำเหมืองแร่ที่ทันสมัยที่จะช่วย "เติมเต็ม" ส่วนขาดในอาเซียนได้

กล่าวคือ อาเซียนมีแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ มีขนาดใหญ่ มีคุณภาพดี โดยเฉพาะแร่ดีบุก (พม่า ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย) แร่โครไมท์ (ฟิลิปปินส์ เวียดนาม) แร่เหล็ก (เวียดนาม ลาว) และแร่ถ่านหิน (เวียดนาม)

แต่อาเซียนหลายประเทศต้องประสบปัญหาขาดแคลนเงินทุน บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงเทคโนโลยีการสำรวจแหล่งแร่และการทำเหมืองแร่ที่ทันสมัย ดังนั้น จึงขาดการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจริงจัง

หลายปีที่ผ่านมา กว่างซี "ก้าวออกไป" กระชับความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรแร่ธาตุกับภาครัฐและภาคเอกชนในอาเซียน และประสบผลสำเร็จด้วยดี

ยกตัวอย่างเช่น ปีที่แล้ว (ปี 57) สำนักงานพัฒนาและสำรวจธรณีวิทยาและเหมืองแร่เขตฯ กว่างซีจ้วง (Guangxi Bureau Of Geology & Mineral Prospecting & Exploitation, 广西地质矿产勘查开发局) ได้ประสบความสำเร็จในการสำรวจและทำแผนที่จังหวัดไชยบุรีของลาว หลังจากเข้าไปดำเนินการตั้งแต่ปี 2555

ในเบื้องต้น สำนักงานฯ ได้ทำการสำรวจการกระจายตัวของชั้นหิน ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของหินโบราณ การก่อตัวของหินหนืด และการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกในลาว และได้มีการสำรวจพบแร่ต่างๆ หลายชนิดในพื้นที่ อาทิ ทองคำ ทองแดง และพลวง

เมื่อเดือน พ.ย. 2557 สำนักงานฯ ยังประสบผลสำเร็จในการสำรวจธรณีเคมี (Geochemistry) เพื่อวิเคราะห์แร่ธาตุในพื้นผิวดินของกัมพูชา ซึ่งผลสำรวจดังกล่าวช่วยให้ทราบได้ว่าพื้นที่ใดมีแร่ธาตุชนิดใดอยู่มาก

"ปัจจุบัน หน่วยงานกว่างซีที่เข้าทำการสำรวจแหล่งแร่ในต่างประเทศทั้งหมด 13 ราย รวมมากกว่า 50 โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในอาเซียน  เช่น สำนักงานพัฒนาและสำรวจธรณีวิทยาและเหมืองแร่เขตฯ กว่างซีจ้วงเข้าสำรวจเขตพื้นที่แร่เหล็กในกัมพูชา พบปริมาณสินแร่เหล็ก 15.408 ล้านตัน ซึ่งจัดเป็นเหมืองแร่เหล็กขนาดกลาง" ข้อมูลจากกรมที่ดินและทรัพยากรเขตฯ กว่างซีจ้วง (
Department of Land and Resources of Guangxi, 广西国土资源厅)

คุ้มหรือไม่
? ผลประโยชน์ต่างตอบแทนเมื่อกว่างซียื่นมือเข้าช่วยสำรวจทรัพยากรแร่ในอาเซียน

การเข้าไปสำรวจทรัพยากรแร่ในอาเซียนของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยากว่างซีเป็นการกรุยทางให้หน่วยงานในสังกัดของสำนักงานฯ เข้าไปพัฒนาทรัพยากรแร่ในพื้นที่ และเป็นการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของกว่างซี (การขุดค้นพบแร่ทองแดง เหล็ก แมงกานีส โพแทสเซียมคลอไรด์ ซึ่งเป็นทรัพยากรแร่ธาตุที่กว่างซีค่อนข้างขาดแคลน)

การ
ก้าวเข้ามา ของกว่างซียังช่วยพัฒนาธุรกิจเหมืองแร่ในพื้นที่ให้เกิดมีชีวิตชีวามากขึ้น และนำความเจริญสู่พื้นที่ในเรื่องการจัดเก็บภาษีรายได้ การสร้างงาน รวมถึงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องพึ่งพิงงานสำรวจทางธรณีวิทยา (การสร้างเส้นทางรถไฟ การป้องกันภัยธรรมชาติ การสำรวจแหล่งน้ำบาดาล ระบบไฟฟ้าและส่องสว่าง)

ปัจจุบัน กว่างซีวางแผนอาศัยกรอบยุทธศาสตร์
One Belt One Road เพื่อกระชับความร่วมมือกับอาเซียนอย่างใกล้ชิดและรอบด้านมากยิ่งขึ้น เพื่อบรรลุสมประโยชน์ Win-Win ระหว่างกัน

ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์
One Belt One Road หน่วยงานด้านธรณีวิทยาของกว่างซีมุ่งหวังพัฒนาความร่วมมือกับอาเซียนในเชิงกว้างและเชิงลึกมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างโครงการสำคัญในปีนี้ (ปี 58) กว่างซีกำลังให้ความช่วยเหลือแก่กัมพูชาเพื่อสร้างห้องปฏิบัติการทางธรณีวิทยาแห่งชาติและการฝึกอบรมให้ความรู้ด้านธรณีวิทยาแก่บุคลากรท้องถิ่น เนื่องจากการขาดบุคลากรและเครื่องมืออุปกรณ์ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนางานวิเคราะห์วิจัยทางธรณีวิทยา

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยากว่างซีอยู่ในระหว่างการจัดตั้ง "ศูนย์วิจัยธรณีวิทยาจีน-อาเซียน"
เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีนและอาเซียน

นอกจากนี้ กว่างซียังได้วางแผนผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งส่งเสริมงานวิจัยเกี่ยวกับแนวพื้นที่แร่ธาตุสำคัญในอาเซียน และการสร้างคลังข้อมูลด้านธรณีวิทยา ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงของหน่วยงานสำรวจธรณีวิทยาของจีนและอาเซียน


แม้ว่าการ "ก้าวเข้ามา" สำรวจและทำเหมืองแร่ในอาเซียนของกว่างซี (และจีน) จะช่วยพัฒนาผลประโยชน์ให้กับประเทศนั้นๆ ทว่า การก้าวเข้ามายังมีนัยสำคัญหลายอย่างที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะประเด็นด้าน "สิ่งแวดล้อม" และปริมาณสำรองแร่ธาตุของประเทศในอนาคต

 


คำอธิบายเพิ่มเติม

แนวพื้นที่เศรษฐกิจ “One Belt One Road” เป็นเครื่องมือใหม่ของรัฐบาลจีนที่มุ่งสร้าง "ความเชื่อมโยง" แบบหลายมิติกับประเทศต่างๆ ที่ตั้งอยู่บนแนวพื้นที่เศรษฐกิจนี้ ครอบคลุมจำนวนประชากรราว 4,400 ล้านคน ขนาดเศรษฐกิจราว 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 63 และ 29 ของโลก

องค์ประกอบของนโยบาย
“One Belt One Road” แบ่งเป็น (1) แนวพื้นที่เศรษฐกิจเส้นทางสายไหมที่มุ่งเชื่อมโยงกับภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุโรป และแอฟริกา และ (2) เส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งเชื่อมต่อกับประเทศสมาชิกอาเซียนเป็นหลัก

18 พฤษภาคม 2558
แหล่งข้อมูล: เว็บไซต์ http://www.gx.xinhuanet.com (广西新华网) ประจำวันที่ 3 พฤษภาคม 2558
โดย: นางสาวนิราวรรณ จันทร์วิวัฒนากูล / เรียบเรียงโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ