การจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินของสหภาพยุโรปในปี 2015
การจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินของสหภาพยุโรปในปี 2015
            การจับปลาทูน่าครีบน้ำเงิน (Bluefin Tuna) ถูกควบคุมโดยคณะกรรมการนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ปลาทูน่าในมหาสมุทรแอตแลนติก (International Commission for the Conservation of Atlantic Tunas : ICCAT) ที่สหภาพยุโรปเป็นภาคี มาตรการสำคัญที่ ICCAT ใช้คือการวางมาตรฐานการควบคุมการถ่ายเทปลาทูน่าที่จับได้จากเรือสู่กระชังปลา (caging into farm) และการออกกฎระเบียบในการปล่อยปลาที่จับเกิน

            ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 8 ประเทศที่ทำการประมงจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินคือ ไซปรัส ฝรั่งเศส สเปน กรีซ โครเอเชีย อิตาลี มอลตา โปรตุเกส และสเปน ฤดูกาลจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินสำหรับเรือขนาดใหญ่ในปี 2015 เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม ถึงวันที่ 24 มิถุนายน การจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินโดยเรือของ 8 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเหล่านี้มีสัดส่วนคิดเป็น 61% ของโควตาการจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินทั้งหมดของสหภาพยุโรปจำนวน 9,372.92 ตัน ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปตรวจสอบประเทศสมาชิกอย่างต่อเนื่องในการดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ของสหภาพยุโรป ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของฤดูกาลการจับปลา โควตาที่สามารถจับได้ และมาตรการใหม่ ๆ อีกทั้งได้ปรับกลไกของตนเองในการตรวจสอบและควบคุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการถ่ายเทปลาทูน่าที่จับได้จากเรือสู่กระชังปลา

          นอกจากนี้ยังมี Joint Deployment Plan (JDP) คือแผนการควบคุมการจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินในปี 2015 ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานควบคุมการประมงของยุโรป (European Fishery Control Agency : EFCA) มาช่วยในการควบคุม ซึ่งแผนการนี้มีที่มาจาก Specific Control and Inspection Programme (SCIP) โดยในปีที่ผ่านมา แผนการนี้ได้ทำให้เกิดความร่วมมือทางประมงร่วมกันของคณะกรรมาธิการยุโรป ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หน่วยงานควบคุมการประมงของยุโรป และประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 8 ประเทศที่ทำการจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินด้วย ในส่วนของการควบคุมนั้น มีเรือลาดตระเวนจำนวน 30 ลำ ทำการตรวจสอบเป็นเวลา 200 วัน และมีการตรวจสอบการเทียบท่าของเรือเป็นเวลา 70 วัน อีกทั้งมีเครื่องบินลาดตระเวนจำนวน 11 ลำ ทำการบินตรวจสอบ 100 ชั่วโมง

     แผนการฟื้นฟูของคณะกรรมการนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ปลาทูน่าในมหาสมุทรแอคแลนติก (ICCAT)

          ICCAT เป็นองค์กรระหว่างประเทศระดับรัฐบาล (inter-governmental organization) ที่มีหน้าที่ในการอนุรักษ์ปลาทูน่าทุกสายพันธุ์ในมหาสมุทรแอตแลนติก และบริเวณใกล้เคียง โดยสหภาพยุโรปเป็นหนึ่งใน 49 ภาคีของ ICCAT ด้วย

            ด้วยความกังวลต่อการจับปลาเกินขนาด และภาคีไม่ทำตามมาตรการที่ ICCAT กำหนดไว้อย่างเข้มงวด ในปี 2006 ICCAT จึงได้มีแผนการฟื้นฟูปลาทูน่าครีบน้ำเงินในทางตะวันออกของมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นระยะเวลา 15 ปี โดยแผนการนี้ได้มีการบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2007 และได้มีการปรับปรุงให้เข้มงวดขึ้นในปี 2008 และ 2009

            ในเดือนพฤศจิกายน 2010 มีการตกลงลดโควตาการจับปลาทูน่าครีบน้ำเงิน โดยที่ ICCAT ได้มีมาตรการในการตรวจสอบถึงการปฏิบัติตามพันธกรณีอย่างเข้มงวด และมีการประเมินความสามารถในการจับปลาของประเทศต่างๆ

           ในเดือนพฤศจิกายน 2014 ICCAT ได้มีการประชุมประจำปี ซึ่งได้ออกแผนการฟื้นฟูปลาทูน่าครีบน้ำเงิน โดยประเมินจากผลลัพธ์ของแผนการต่างๆในการอนุรักษ์ปลาทูน่าครีบน้ำเงินของ ICCAT ทำให้ฟื้นฟูจำนวนปลาทูน่าครีบน้ำเงินได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้สามารถเพิ่มโควตาจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินขึ้นได้ 60% ภายใน 3 ปีข้างหน้า ดังนั้น โควตาของสหภาพยุโรปจะเพิ่มขึ้น 20% และที่ประชุมเห็นชอบให้ใช้มาตรการสำคัญในการควบคุมช่วงเวลาถ่ายเทปลาที่จับได้จากเรือสู่กระชังปลา และกระบวนการในการปล่อยปลาส่วนเกิน รวมถึงกระบวนการควบคุมเมื่อมีปลาตายในระหว่างกระบวนการถ่ายโอนปลาในมหาสมุทร


ขอบคุณรูปภาพจาก: http://www2.thaieurope.net/facts-and-figures-การจับปลาทูน่าครีบน้
5 มิถุนายน 2558

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ