กรีซใช้สิทธิพิเศษถอนเงิน (SDR) จากกองทุนสำรองค่าเงินกลางของ IMF มาใช้ชำระหนี้
กรีซใช้สิทธิพิเศษถอนเงิน (SDR) จากกองทุนสำรองค่าเงินกลางของ IMF มาใช้ชำระหนี้
             การเจรจาต่อรองเพื่อปรับเปลี่ยนมาตรการเศรษฐกิจในการแก้ไขปัญหาหนี้สินระหว่างรัฐบาลกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ 3 ฝ่าย (IMF, EU และ ECB) ยังคงดำเนินไปอย่างยืดเยื้อ โดยยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ในขณะนี้ เนื่องจากต่างฝ่ายต่างไม่ยอมผ่อนปรนให้แก่กัน นับเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับรัฐบาลกรีซ เพราะขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงในการบริหารงาน นอกจากจะจัดเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้าหมายและเงินกู้งวดสุดท้ายจากกลุ่มเจ้าหนี้จำนวน 7.2 พันล้านยูโรยังที่ยังเบิกจ่ายไม่ได้ ยังมีหนี้สินที่ต้องชำระเป็นรายเดือน ซึ่งเป็นภาระที่หนัก และส่งผลสะเทือนอย่างใหญ่หลวงต่อความเป็นไปของประเทศ แต่รัฐบาลกรีซภายใต้การนำของพรรคฝ่ายซ้าย Syriza ยังคงยืนกรานไม่ยอมรับมาตรการรัดเข็ดขัดตามที่รัฐบาลกรีซชุดก่อนเคยทำสัญญาไว้กับกลุ่มเจ้าหนี้ของรัฐบาลกรีซ

            หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของกรีซหลายฉบับรายงานข่าวก่อนถึงกำหนดการที่รัฐบาลกรีซต้องชำระหนี้สินจำนวน 750 ล้านยูโรให้กับกองทุน IMF ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2558 นาย Alexis Tsipras นายกรัฐมนตรีกรีซได้ส่งหนังสือถึงนาง Christine Lagarde แห่ง IMF เพื่อแจ้งให้ทราบว่า กรีซจะไม่สามารถชำระหนี้ให้ IMF ได้ทันเวลาในวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 จนกว่า ECB จะยินยอมให้รัฐบาลกรีซออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อเสริมสภาพคล่อง ในข่าวยังระบุอีกว่า สารดังกล่าวได้ถูกส่งเป็นสำเนาไปยังนาย Jean Claude Jucker ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และนาย Mario Draghi ประธาน ECB ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกรีซยังได้โทรศัพท์ทางไกลถึงนาย Jack Lew รัฐมนตรีคลังของสหรัฐอเมริกา เพื่อแจ้งให้ทราบถึงสถานการณ์ของกรีซด้วย

           แต่ในช่วงสุดสัปดาห์ระหว่างวันที่ 9 – 10 พฤษภาคม 2558 สถานการณ์ของกรีซกลับพลิกผันไปในทางบวก เมื่อรัฐบาลกรีซทราบว่า สามารถขอใช้สิทธิพิเศษถอนเงิน ( Special Drawing Right – SDR) ของกรีซจำนวน 650 ล้านยูโร จากกองทุนสำรองค่าเงินกลางของ IMF มาใช้ก่อน โดยรัฐบาลกรีซจ่ายเงินสมทบอีกประมาณ 100 ล้านยูโร ก็จะนำไปชำระหนี้จำนวน 750 ล้านยูโร ให้กับ IMF ได้ และสามารถทำให้กรีซชำระหนี้ได้ทันเวลา โดยไม่เกิดเหตุการณ์ผิดนัดชำระ ในขณะเดียวกัน IMF ในฐานะเจ้าหนี้ก็ได้รับเงินกู้คืนมา

            การเจรจาในระดับเจ้าหน้าที่ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ มีความคืบหน้าในระดับหนึ่งโดยเฉพาะข้อตกลงเรื่องการปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม การบริหารจัดการภาษีและลูกหนี้ล้มละลายของรัฐ แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ตกลงกันไม่ได้และไม่ราบรื่นโดยมักจะมีเสียงสะท้อนจากเจ้าหน้าที่ IMF ในเชิงตำหนิตัวแทนเจรจาของรัฐบาลกรีซว่า ขาดความยืดหยุ่น และมีปัญหาด้านวิธีการดำเนินงาน และเจ้าหน้าที่ IMF ก็ไม่สามารถหารือโดยตรงกับรัฐมนตรีสำคัญๆ ของกรีซได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะรัฐมนตรีของรัฐบาลพรรคฝ่ายซ้ายของกรีซต้องการเจรจากับผู้มีอำนาจในระดับเดียวกันเท่านั้น นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ IMF ยังแสดงความกังวลต่อรัฐบาลกรีซชุดนี้ ที่ไม่สานต่อนโยบายการปฏิรูปในหลายภาคส่วนที่ได้ดำเนินไปด้วยดีในปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มเจ้าหนี้มองว่า กรีซจะไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ได้อย่างยั่งยืน หากไม่มีการจัดระเบียบปฏิรูปประเทศเสียใหม่ เพื่ออุดการรั่วไหลของรายได้ หรือปิดช่องทางการทุจริตในภาครัฐ โดยในการหารือระหว่างนาง Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และนาย Francois Hollande ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2558 ผู้นำทั้งสองได้แถลงอย่างชัดเจนที่ต้องการให้การเจรจามีข้อยุติภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม และกรีซยังคงอยู่ร่วมกับยูโรโซนต่อไป แต่จำเป็นต้องมีแผนระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาความไม่มีเสถียรภาพทางการคลังของกรีซ อย่างไรก็ตามการเจรจายังคงไม่แล้วเสร็จ และยังไม่มีข้อสรุปว่ารัฐบาลกรีซจะหาเงินจากแหล่งใดมาชำระหนี้ IMF อีกจำนวน 1.5 พันล้านยูโร ที่จะครบกำหนดชำระในวันที่ 5 มิถุนายน 2558 หากไม่สามารถเบิกจ่ายเงินกู้จากกลุ่มเจ้าหนี้มาใช้ได้

5 มิถุนายน 2558
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัคคราชทูต ณ กรุงเอเธนส์

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ