EU กำหนดเกณฑ์บรรทัดฐานกระบวนการล้างพิษในผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นอาหารสัตว์
EU กำหนดเกณฑ์บรรทัดฐานกระบวนการล้างพิษในผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นอาหารสัตว์
             เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกประกาศ Commission Regulation (EU) No 2015/786 of 19 May 2015 defining acceptability criteria for detoxification processes applied to products intended for animal feed as provided for in Directive 2002/32/EC of the European Parliament and of the Council ตีพิมพ์ใน EU Official L125/10 ซึ่ง สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

            ๑. ตาม Directive 2002/32/EC ได้กำหนดระดับการปนเปื้อนของสารที่ไม่พึงประสงค์ (undesirable substances) ในสินค้าอาหารสัตว์และให้อำนาจประเทศสมาชิกในการตรวจสอบควบคุม กระบวนการล้างพิษสินค้าอาหารสัตว์ที่มีการปนเปื้อนให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ EU

            ๒. อย่างไรก็ดี บัดนี้ EU เห็นควรว่า ควรให้มีการกำหนดเกณฑ์บรรทัดฐานกลาง เพื่อถือใช้ ให้เหมือนกันทั่วทุกประเทศสมาชิก EU ดังนั้น ในครั้งนี้จึงได้กำหนดเกณฑ์บรรทัดฐานในการยอมรับกระบวน การล้างพิษในสินค้าอาหารสัตว์ที่ปนเปื้อน (acceptability criteria for detoxification processes) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หลักประกันว่า สินค้าอาหารสัตว์ที่ผ่านกระบวนการล้างพิษแล้วจะไม่เป็นอันตราย ต่อสุขภาพคน สุขภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงคุณลักษณะของอาหารสัตว์จะต้องจะไม่เปลี่ยนแปลง จากการล้างพิษในครั้งนี้ โดยคณะกรรมาธิการยุโรปจะเป็นผู้ยื่นคำร้องให้หน่วยงานความปลอดภัยอาหาร ประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA) เป็นผู้ประเมินว่า กระบวนการ ล้างพิษที่ผู้ประกอบการเสนอมานั้น ถูกต้องตามเกณฑ์บรรทัดฐานที่ EU กำหนดไว้หรือไม่

            ๓. โดยได้แบ่งแยกกระบวนการล้างพิษ ออกเป็น ๓ ประเภท คือ

                  ๓.๑ กระบวนการล้างพิษทางกายภาพ (physical detoxification process)

                  ๓.๒ กระบวนการล้างพิษทางเคมี (chemical detoxification process)

                   ๓.๓ กระบวนการล้างพิษทางชีวภาพ (micro) biological detoxification process)

            ทั้งนี้ กำหนดว่า กระบวนการล้างพิษนี้จะไม่ครอบคลุมกระบวนการล้างพิษธรรมดาที่ลด หรือกำจัดสารที่ไม่พึงประสงค์ด้วยวิธีปกติ เช่น การขจัดออก การทำความสะอาด การคัดออก หรือการกำจัดกลไกของการปนเปื้อนหรือการกำจัดอาหารสัตว์ส่วนที่มีการปนเปื้อนออก ด้วยเหตุผลที่ว่ากระบวนการดังกล่าวถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปกติในการผลิตอยู่แล้ว

            ๔. สารเสริมที่มีบทบาทเชิงเทคนิคที่ปรากฎในภาคผนวก I ของ Regulation (EC) No 1831/2003 ซึ่งมีสารกลุ่มที่ช่วยกำจัดหรือปรับลดการซึมซับของสารไมโคทอกซิน (mycotoxins) จากการขับถ่ายหรือจากการปรับแก้ไขพฤติกรรมสัตว์นั้น อย่างไร ก็ดี EU ถือว่า สารดังกล่าวไม่ได้ช่วยล้างพิษ ที่มีในอาหารสัตว์ เพราะไม่ได้ปรับลดการปนเปื้อนของสารที่มีในอาหารสัตว์ให้ลดลง ดังนั้น จึงไม่อนุญาต ให้การใช้สารดังกล่าวเข้าข่ายว่าอยู่ในกระบวนการล้างพิษ

            ๕. การล้างพิษในอาหารสัตว์จะต้องกระทำในโรงงานที่ได้รับการรับรอง และหน่วยงานรับผิดชอบ (CA) จะต้องเป็นผู้อนุญาตว่าสามารถกระทำกระบวนการล้างพิษดังกล่าวได้ เพื่อให้การล้างพิษ เป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

            ๖. ในกรณีที่เกิดการปนเปื้อนของสารในสินค้าอาหารสัตว์เป็นปริมาณมาก และคาดว่า มีกระบวนการที่สามารถจะล้างพิษดังกล่าวได้ หากแต่กระบวนการดังกล่าวยังไม่ได้รับการประเมินจากทาง EFSA ซึ่งในกรณีนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องทำลายสินค้าอาหารสัตว์เป็นจำนวนมาก ผู้ประกอบการสามารถ ที่จะขอให้ EFSA (ยื่นเรื่องผ่าน CA ประเทศสมาชิกและคณะกรรมาธิการยุโรป) เร่งประเมินกระบวนการ ดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน ๑๐ วันทำการได้ และในกรณีที่ผลการประเมินออกมาเป็นที่น่าพอใจ CA ประเทศสมาชิก สามารถอนุญาตให้ทำการล้างพิษภายในช่วงเวลาที่กำหนดขึ้น ในกรณีที่ไม่มีการกำหนด ช่วงเวลาที่แน่นอน ในการล้างพิษนั้น จำเป็นที่จะต้องได้ผลการประเมินผลความเสี่ยงอย่างละเอียด (full risk assessment) ในทางบวกเพื่อรับรองในส่วนนี้ประกอบ

            ๗. ปัจจุบัน EU อนุญาตให้มีการล้างพิษอาหารสัตว์ในระดับประเทศสมาชิก โดยให้อำนาจกับ CA ประเทศสมาชิก หากกฎระเบียบฉบับนี้จะมีผลให้ต่อแต่นี้ไป กระบวนการล้างพิษจะต้องได้รับการประเมิน จาก EFSA และได้รับความเห็นชอบจาก CA ของประเทศสมาชิกร่วมกันก่อนถึงจะกระทำได้

            ๘. อย่างไรก็ดี EU อนุโลมให้ช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน โดยกำหนดว่า ผู้ประกอบการ ที่ใช้กระบวนการล้างพิษในอาหารสัตว์ที่ปนเปื้อน จะด้วยกระบวนการที่ EFSA เคยรับรองไว้ให้ก่อนวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙ (วันที่กฎระเบียบฉบับนี้มีผลปรับใช้) หรือจะด้วยกระบวนการล้างพิษที่ได้ยื่นเรื่องผ่านคณะ กรรมาธิการยุโรปถึง EFSA ไปแล้วก่อนวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘ สามารถที่จะใช้กระบวนการล้าง พิษดังกล่าวได้ในช่วงระหว่างที่รอผลการประเมินอย่างเป็นทางการจาก EFSA และความเห็นชอบของ CA ที่เกี่ยวข้อง

            สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ ดังนี้
http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:32015R0786&from=EN

            กฎระเบียบฉบับนี้จะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันหลังจากประกาศใน EU Official Journal (ประกาศในวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘) และให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙ เป็นต้นไป

ขอบคุณรูปภาพจาก: http://www.smeleader.com/เปิดร้านขายอาหารสัตว์/
16 มิถุนายน 2558
แหล่งข้อมูล: สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ