กรีซขอเลื่อนกำหนดชำระหนี้แก่ IMF
กรีซขอเลื่อนกำหนดชำระหนี้แก่ IMF
             เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2558 กรีซได้ยื่นคำขอเลื่อนกำหนดชำระหนี้ในวันที่ 5 มิถุนายน 2558 และกำหนดชำระหนี้งวดอื่นภายในช่วงเดือนมิถุนายนแก่ IMF เป็นช่วงสิ้นเดือนแทน ซึ่งการขอเลื่อนกำหนดชำระหนี้ยังไม่ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้สิน (credit default) แต่ก็นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศสมาชิกอียูได้ขอเลื่อนกำหนดชำระหนี้ต่อ IMF ในรูปแบบเดียวกับการที่ประเทศแซมเบียเคยขอเลื่อนกำหนดชำระหนี้แก่ IMF ในอดีต

            นาย Gerry Rice โฆษกของ IMF ได้ยืนยันว่า IMF ได้อนุญาตให้กรีซสามารถเลื่อนกำหนดชำระหนี้จำนวน 300 ล้านยูโร ในวันที่ 5 มิถุนายน และกำหนดชำระหนี้สินงวดอื่นๆ แก่ IMF ในช่วงเดือนมิถุนายน เป็นจำนวนทั้งหมด 1.5 พันล้านยูโรเป็นวันที่ 30 มิถุนายน 2558 ซึ่งเป็นไปตามกฎระเบียบของ IMF ที่อนุญาตให้ประเทศลูกหนี้สามารถเลื่อนและควบรวมกำหนดชำระหนี้ในเวลาที่ใกล้เคียงกันในกรณีที่ประเทศลูกหนี้มีปัญหาด้านปฏิบัติการณ์ในการดำเนินการชำระหนี้ได้ ซึ่ง นาย George Stathakis รัฐมนตรีเศรษฐกิจของกรีซก็ได้ให้สัมภาษณ์แก่ สำนักข่าว BBC ว่า รัฐบาลกรีซมีกระแสเงินสดเพียงพอที่จะชำระหนี้ตามกำหนดการได้แต่ได้ตัดสินใจขอเลื่อนชำระหนี้ เพื่อความคล่องตัวในการจัดการกระแสเงินสดของรัฐบาล

            อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ Financial Times รายงานว่า แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่อาวุโสของ IMF เชื่อว่าการตัดสินใจขอเลื่อนกำหนดการดังกล่าวเป็นการตัดสินใจทางการเมืองของรัฐบาลกรีซ เนื่องจากจำนวนเงิน 300 ล้านยูโร ไม่ได้เป็นจำนวนเงินที่มากสำหรับเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างกรีซ และนาย Alexis Tsipras ยังได้ยกเลิกการเดินทางเพื่อไปเข้าการประชุมเจรจาหนี้สินกับเจ้าหนี้ 3 ฝ่ายของกรีซ ที่นาย Jean-Claude Jucker ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้อาสาจัดขึ้นที่กรุงบรัสเซลส์ในวันที่ 5 มิถุนายน เพื่อไปแถลงว่า ตนยังไม่สามารถยอมรับผลการเจรจาหนี้สินระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้ 3 ฝ่ายได้ต่อรัฐสภาของกรีซแทน

            นอกจากนี้ เว็บไซต์ Euractiv ยังได้รายงานด้วยว่า นาย Dimitris Stratoulis รัฐมนตรีช่วยด้านประกันสังคม ได้กล่าวต่อสื่อมวลชนว่า หากเจ้าหนี้ 3 ฝ่ายไม่ยอมผ่อนปรนเงื่อนไขในการเบิกจ่ายเงินกู้ให้แก่กรีซ รัฐบาลกรีซอาจจะกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้ง ซึ่ง ถึงแม้ว่า รัฐบาลกรีซสามารถเจรจาและได้ข้อตกลงสำหรับการเบิกจ่ายเงินกู้ที่มีมาตรการที่สมาชิกพรรค Syriza ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลไม่สามารถยอมรับได้ นายกรัฐมนตรีของกรีซก็อาจจะต้องทำการยุบสภาเช่นกัน ดังนั้น ความคืบหน้าของการเจรจาหนี้สินของกรีซ ยังต้องเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิดต่อไป
17 มิถุนายน 2558
แหล่งข้อมูล: คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ