ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการขนส่งสินค้าจากสหภาพยุโรปและจีนไปรัสเซีย

รายงานระบุปัญหาสำคัญในกรณี EU และจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญของรัสเซีย และเป็นคู่แข่งสินค้าของไทย รวมทั้งวิธีการลดอุปสรรคและความเสี่ยง


กระบวนการศุลกากร

ยุ่งยาก ซับซ้อน และล่าช้า ซึ่งอาจลดมูลค่าของสินค้าลงมาก และขาดกลไกที่จะเร่งรัดกระบวนการดังกล่าว รวมทั้งกลไกที่จะแก้ไขข้อพิพาทหากเกิดกรณีขัดแย้งกับหน่วยงานรัฐ การแก้ไขปัญหาคือ ใช้บริการบริษัทนายหน้าในเรื่องต่าง ๆ จัดตั้งระบบการยื่นเอกสารที่มีประสิทธิภาพ และหลีกเลี่ยงการนำเข้าที่ไม่ถูกกฎหมาย


การนำเข้าที่ไม่ถูกกฎหมาย

ทางการรัสเซียระบุว่าการนำเข้าจำนวนมากที่ละเมิดกฎระเบียบ โดยเฉพาะจากจีน เช่น สำแดงราคาสินค้านำเข้าต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งการนำเข้าประเภทนี้สร้างปัญหาให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด วิธีการคือ หลีกเลี่ยงการดำเนินการดังกล่าว และคัดเลือกบริษัทที่จะเป็นหุ้นส่วนการนำเข้า (บริษัทนายหน้า) และเลือกเส้นทางการขนส่ง โดยหลีกเลี่ยงด่านศุลกากรที่มีชื่อเสียงไม่ดีในเรื่องนี้


ความขัดแย้งและข้อพิพาทกับทางการรัสเซีย

ส่วนใหญ่จะเกิดจากการนำเข้าไม่ถูกกฎหมาย โดยเฉพาะ การนำเข้าโทรศัพท์ เครื่องหอม ของใช้ในครัวเรือนประเภทผ้า และอิเล็กโทรนิกส์ วิธีการหลีกเลี่ยงคือ หลีกเลี่ยงการนำเข้าลักษณะนี้ และใช้บริการที่ปรึกษาเพื่อประเมินความเสี่ยง


ปัญหาการขนส่ง

ระบบการขนส่งที่ด้อยพัฒนา ต้นทุนการขนถ่ายสินค้าสูง ทำให้สินค้าเน่าเสียง่ายมีปัญหา ขาดแคลนบริษัทโลจิสติกส์และขนส่งขนาดใหญ่ที่ให้บริการอย่างมีคุณภาพ และต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น วิธีการหลีกเลี่ยงคือ คัดเลือกบริษัทหุ้นส่วนรัสเซียในด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง ประเมินการขนส่งในรูปแบบ


ปัญหาด้านโกดังสินค้า

ขาดแคลนโกดังสินค้าที่มีคุณภาพ ราคาและค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ พฤติกรรมการฉวยโอกาสของเจ้าของโกดังที่ขึ้นค่าเช่าตามอำเภอใจ และสัญญาการเช่าในระยะสั้น (ปกติ 6-12 เดือน) วิธีการหลีกเลี่ยงคือ ซื้อโกดังในเขตที่สำคัญ หลีกเลี่ยงเช่าระยะสั้น และใช้บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์



ที่มา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก

11 กุมภาพันธ์ 2558

Back to the list

More Related

  • Innoprom 2017 “Intelligent Production: Global Approach”
  • ประเทศไทยภูมิใจนำเสนอ www.ThailandPresents.com
  • บริษัท ปตท. และ บริษัท Rosneft Trading S.A. ลงนามสัญญาซื้อขายน้ำมันในงาน SPIEF 2017 <br />
    <br />
    เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ในงาน St. Petersburg Economic Forum (SPIEF)  ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก บริษัท ปตท. และ บริษัท Rosneft Trading S.A. สวิตเซอร์แลนด์ บริษัทลูกของบริษัท Rostneft ของรัสเซียได้ลงนามสัญญาซื้อ – ขาย น้ำมัน โดยมีผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก และ สำนักงานการค้าต่างประเทศ ณ กรุงมอสโก เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามด้วย สัญญาดังกล่าวมีผลบังคับใช้จนถึงปี ค.ศ. 2037 และจะทำให้บริษัททั้งสองสามารถซื้อขายน้ำมันระหว่างกันได้ในจำนวนสูงสุดถึง 200 ล้านตัน และทำให้ ปตท. กลายเป็นผู้กระจายน้ำมันคุณภาพดีจากรัสเซียในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย การลงนามสัญญาดังกล่าวถือเป็นการปฏิบัติตาม MOU ครม. ระหว่าง ปตท. และบริษัท Rostneft ของรัสเซียที่ลงนามเมื่อเดือน ก.ย. 2559 ระหว่างงาน Eastern Economic Forum (EEF)<br />
  • เอกอัครราชทูตฯ และ ประธาน Board ของ Eurasian Economic Commission (EEC) หารือลู่ทางกระชับความสัมพันธ์เศรษฐกิจ ไทย – EAEU <br />
    <br />
    เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2560 เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ดร. เกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี ได้เข้าพบหารือกับนาย Tigran Sargsyan ประธาน Board ของ Eurasian Economic Commission (EEC) อดีตนายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาความร่วมมือระหว่างไทยกับ Eurasian Economic Union (EAEU) โดยมีที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์  พรพรรณ ภิรมย์พานิช เข้าร่วมด้วย <br />
    <br />
    ไทยได้รับการสนับสนุน การจัดทำ Joint Feasibility Study (JFS) เพื่อจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่าง EAEU กับ ไทย จาก นาย Sargsyan อย่างไรก็ดี ขณะนี้ EAEU อยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงดังกล่าวกับอีก 7 ประเทศ  ดังนั้น ประธาน Board ของ EEC จึงเสนอให้ไทยอาศัยกลไกบันทึกความร่วมมือระหว่าง EEC กับไทย ในการเตรียมความพร้อมการจัดทำ FTA ในอนาคต <br />
    ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังจัดทำร่างสุดท้ายของบันทึกความร่วมมือที่มีสาระสำคัญเป็นการเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับกฎระเบียบด้านการค้าและการลงทุนของทั้งไทย และ EAEU โดยคาดว่าจะสามารถลงนามได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2560  <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ