EU ขยายเวลาการอนุญาตให้ใช้สารเสริมในอาหารสัตว์
EU ขยายเวลาการอนุญาตให้ใช้สารเสริมในอาหารสัตว์

ในช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน ๒๕๕๘ EU ได้ประกาศกฎระเบียบว่าด้วยการขยายเวลาการอนุญาตสารเสริมที่ใช้ในอาหารสัตว์ จำนวน ๓ ฉบับ เนื่องจากหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหาร ประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA) ประเมินแล้วพบว่า สารเสริมดังกล่าวมีความปลอดภัยต่อสุขภาพสัตว์ สุขภาพผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม สรุปสาระสำคัญของกฎระเบียบที่แก้ไขใหม่ ดังนี้

๑. Commission Implementing Regulation (EU) No 2015/723 of 5 May 2015 concerning the authorisation of biotin as a feed additive for all animal species ใน EU Official Journal L 115/22
ว่าด้วยการขยายเวลาการอนุญาตให้ใช้สาร biotin เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ในกลุ่มสารบำรุงร่างกาย (nutritional additives) และวิตามิน สำหรับสัตว์ทุกชนิด เป็นเวลา ๑๐ ปี คือ ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบนี้มีผลบังคับตามกฎหมายไปจนถึงวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๘ โดยสามารถใช้ผสมในน้ำดื่มให้สัตว์ได้ด้วย (กฎระเบียบฉบับนี้จะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันหลังวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นวันที่ลงประกาศใน EU Official Journal)

กฎระเบียบดังกล่าวได้อนุโลมช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้

  • สาร biotin หรือสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของสาร biotin ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

  • อาหารสัตว์ผสม และวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารซึ่งมีส่วนผสมของสารดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่า สินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

  • อาหารสัตว์ผสม วัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับสัตว์ที่ไม่ใช้เป็นอาหารที่มีส่วนผสมของสารดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่า สินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ดังนี้
http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:32015R0723&from=EN

๒. Commission Implementing Regulation (EU) 2015/724 of 5 May 2015 concerning the authorisation of retinyl acetate, retinyl palmitate and retinyl propionate as feed additives for all animal species ใน EU Official Journal L 115/25
ว่าด้วยการขยายเวลาการ อนุญาตให้ใช้ retinyl acetate, retinyl palmitate และ retinyl propionate เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ในกลุ่มสารบำรุงร่างกาย (nutritional additives) และวิตามิน สำหรับสัตว์ทุกชนิด เป็นเวลา ๑๐ ปี คือ ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบนี้มีผลบังคับตามกฎหมายไปจนถึงวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๘ (กฎระเบียบฉบับนี้จะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันหลังวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นวันที่ลงประกาศใน EU Official Journal)

กฎระเบียบดังกล่าวได้อนุโลมช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้

  • สาร retinyl acetate, retinyl palmitate และ retinyl propionate หรือสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของสารทั้ง ๓ รายการที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

  • อาหารสัตว์ผสม และวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารซึ่งมีส่วนผสมของสารดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่า สินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

  • อาหารสัตว์ผสมวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับสัตว์ที่ไม่ใช้เป็นอาหารซึ่งมีส่วนผสมของ สารดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จน กว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ดังนี้
http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:32015R0724&from=EN

๓. Commission Implementing Regulation (EU) 2015/861 of 3 June 2015 concerning the authorisation of potassium iodide, calcium iodate anhydrous and coated granulated calcium iodate anhydrous as feed additives for all animal species ใน EU Official Journal L 137/1
ว่าด้วยการขยายเวลาการอนุญาตให้ใช้ potassium iodide, calcium iodate anhydrous และ coated granulated calcium iodate anhydrous เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ในกลุ่มสารบำรุงร่างกาย (nutritional additives) และกลุ่มสารประกอบแร่ธาตุ (compound of trace element) สำหรับสัตว์ทุกชนิด เป็นเวลา ๑๐ ปี คือ ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบนี้มีผลบังคับตามกฎหมายไป จนถึงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๘ (กฎระเบียบฉบับนี้จะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันหลังวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นวันที่ลงประกาศใน EU Official Journal)

กฎระเบียบดังกล่าวได้อนุโลมช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้

  • สาร potassium iodide, calcium iodate anhydrous และ coated granulated calcium iodate anhydrous หรือสารผสมล่วงหน้า (premixture) ซึ่งมีส่วนประกอบของสาร ทั้ง ๓ รายการที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๘ สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

  • อาหารสัตว์ผสม และวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารซึ่งมีส่วนผสมของสารดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๙ สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่า สินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

  • อาหารสัตว์สำหรับสัตว์ที่ไม่ใช้เป็นอาหารซึ่งมีส่วนผสมของสารดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนถึงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๐

สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ดังนี้
http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:32015R0861&from=EN

26 มิถุนายน 2558
แหล่งข้อมูล: สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ