ไทยอย่ารอช้า...อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลหนิงเซี่ย อีกหนึ่งฐานเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างจีนกับนานาชาติ
ไทยอย่ารอช้า...อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลหนิงเซี่ย อีกหนึ่งฐานเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างจีนกับนานาชาติ

เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยมีประชากรจีนชนชาติหุยซึ่งเป็นชาวมุสลิมที่อาศัยรวมกันมากที่สุดในประเทศจีน ร้อยละ 36 ของจำนวนประชากรทั้งเขตฯ จากนโยบายการพัฒนาและนำความเจริญมายังจีนตะวันตกของรัฐบาลส่งผลให้หนิงเซี่ยมีการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมารวมไปถึงอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของ หนิงเซี่ย ซึ่งกลายเป็นฐานผลิตสินค้าอาหารฮาลาลที่ใหญ่ที่สุดของจีนที่สามารถส่งออกไปยังตลาดผู้บริโภคในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง

ด้วยจำนวนประชากรมุสลิมทั่วโลกกว่า 1,800 ล้านคนจาก 186 ประเทศ มีการประเมินถึงตลาดและความต้องการสินค้าฮาลาลในอนาคตว่าจะมีมูลค่าต่อปีสูงถึง 547,000 ล้านเหรียญสหรัฐ1 และมูลค่าการค้าของอาหารฮาลาลทั่วโลกต่อปีกว่า 150,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ตลาดสินค้าอาหารฮาลาลได้รับความสนใจจากประเทศมุสลิม รวมไปถึง กระแสความต้องการของประชากรทั่วไปที่เริ่มเห็นว่า สินค้าฮาลาลไม่ใช่สินค้าตลาดเฉพาะ (niche market) อีกต่อไป ยิ่งส่งเสริมให้ตลาดสินค้าอาหารฮาลาลมีขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ โดยส่วนแบ่งทางการตลาดจาก “เค้กชิ้นใหญ่” ชิ้นนี้ต่างเป็นที่สนใจแก่บรรดาประเทศผู้ผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาล รวมไปถึงประเทศจีนที่เร่งผลักดันเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยให้เป็นฐานเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างจีนกับต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาหรับและประเทศมุสลิมด้วยเช่นกัน

ข้อได้เปรียบในการใช้หนิงเซี่ยเป็นฐานรองรับอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของจีน

1.นอกจากจะเป็นฐานที่ตั้งของประชากรจีนชนชาติหุยที่นับถือศาสนาอิสลามมากที่สุดแล้ว ชนชาติหุยที่อาศัยอยู่ในหนิงเซี่ยถือเป็นชนกลุ่มน้อยที่รักษาประเพณีขนบธรรมเนียมมุสลิมท้องถิ่นที่สืบต่อกันมาอย่างเคร่งครัด รัฐบาลจึงให้ความเชื่อมั่นว่าหนิงเซี่ยจะยึดถือหลักปฏิบัติของศาสนาอิสลามและนำมาใช้ในกระบวนการผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาลอย่างถูกต้องครบถ้วน และจะสามารถเป็นสะพานเชื่อมโยงกับชาวมุสลิมในต่างประเทศได้โดยไม่ยากนัก

2. การมีแหล่งทรัพยากรพื้นฐานอันสมบูรณ์ด้านการเกษตรเป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบที่สำคัญของหนิงเซี่ย จากสภาพภูมิศาสตร์บริเวณตอนเหนือของหนิงเซี่ยเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การเพาะปลูกข้าวโพดที่ถือเป็นวัตถุดิบพื้นฐานของการปศุสัตว์ซึ่งสอดคล้องกับอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาลจำพวกเนื้อสัตว์ที่ใช้สำหรับผลิตอาหารฮาลาลได้แก่ แพะ แกะ วัว ที่หนิงเซี่ยสามารถดำเนินการด้วยตนเองได้ทั้งหมด

3. การที่หนิงเซี่ยเป็นมณฑลที่มีพื้นที่ไร้ทางออกสู่ทะเลซึ่งอาจมองว่าเป็นข้อจำกัดในด้านการคมนาคมขนส่งสินค้า แต่รัฐบาลกลางกลับมิได้เล็งเห็นเช่นนั้น ข้อมูลจากหนังสือNingxia Party newspaper ฉบับที่ 11 ปี 2552 ตีพิมพ์ว่า “เป้าหมายการพัฒนาพื้นที่ห่างไกลความเจริญอย่างหนิงเซี่ยซึ่งเป็นพื้นที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลจำเป็นต้องใช้เส้นทางการคมนาคมทางบกและทางอากาศเป็นหลักและเนื่องด้วยหนิงเซี่ยตั้งอยู่ห่างจากประเทศในแถบเอเชียกลางไม่มาก จึงถือเป็นแหล่งการเชื่อมโยงระหว่างประเทศอาทิ อินเดีย ปากีสถาน มองโกเลียที่สำคัญอีกด้วย” ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลกลางยังคงเร่งพัฒนาศักยภาพในพื้นที่อย่างต่อเนื่องอาทิ โครงการก่อสร้างคลังสินค้าทัณฑ์บนนครหยินชวน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยที่ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว

เขตเศรษฐกิจพิเศษนำร่อง(Ningxia inland economic pilot zone) ที่อนุมัติแผนการก่อสร้างในปี 2012 รวมไปถึงความพยายามในการเปิดเที่ยวบินระหว่างประเทศซึ่งปัจจุบันสนามบินนานาชาติเหอตง เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย ได้เริ่มมีเที่ยวบินไปยังเมืองดูไบ กรุงโซลและกรุงเทพมหานครแบบเหมาลำบ้างแล้วเช่นกัน

หนิงเซี่ยกับการยกระดับศักยภาพการเป็นฐานอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลที่ครบวงจร

สืบเนื่องจากการที่เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยเป็นพื้นที่ที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดและรัฐบาลกลางสนับสนุนให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานรองรับการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล รัฐบาลท้องถิ่นจึงขานรับแนวทางการพัฒนาศักยภาพในอุตสาหกรรมดังกล่าวตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมาโดยผลงานหลักที่รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นร่วมกันผลักดันและประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรมได้แก่

1.การก่อตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลเฮ่อหลานเต๋อเซิ่ง (贺兰德胜清真食品工业园)

2.การก่อตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารฮาลาลหย่งหนิงวั่งหยวน (永宁望远食品加工园)

ซึ่งเขตนิคมฯทั้งสองแห่งถือเป็นฐานการผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาลโดยเฉพาะ หลังจากที่พบว่ามีเขตพื้นที่หลายแห่งวางโครงการจัดตั้งพื้นที่ผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาล อาทิ โครงการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องใช้ประจำวันของชาวมุสลิมขนาดพื้นที่รวม 833 ไร่ โดยรัฐบาลท้องถิ่นนครอู๋จง เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย นอกจากนี้มีโครงการก่อสร้างขยายฐานการผลิตเดิมอยู่เป็นระยะๆ

ล่าสุดผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลของนครอู๋จง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากนม น้ำมัน เก๋ากี้ เมล็ดเชีย ผลิตภัณฑ์เนื้อแกะและแพะแปรรูปกว่า 60 รายการ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการเข้าร่วมงานมหกรรมอาหารนานาชาติเอเชียตะวันออกครั้งที่ 10(The 10th East Asia International Food Expo) ณ นครเยียนไถ มณฑลซานตง ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลแปรรูปของหนิงเซี่ยได้รับการยอมรับจากหน่วยงานตรวจสอบมาตรฐานอาหารฮาลาลในหลายๆประเทศ อาทิ มาเลเซีย(IFANCA) สิงคโปร์ (MUIS) ในปี 2013 มูลค่าการผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาลคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 69.67 ของมูลค่าการผลิตสินค้าอิสลามทั้งหมดของหนิงเซี่ยในปี 2014 มูลค่าการผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาลอยู่ที่ 32,123 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 80 ของมูลค่าการผลิตสินค้ามุสลิมทั้งหมด

“อาหารทะเลแปรรูป” โอกาสทางธุรกิจสินค้าฮาลาลในหนิงเซี่ยของไทย

หากพิจารณาในเชิงประชากรศาสตร์จะพบว่า ประชากรชาวจีนมุสลิมมีอัตราการขยายตัวสูงและเร็วกว่าประชากรชาวจีนฮั่น อันเนื่องมาจากชาวจีนมุสลิมได้รับการยกเว้นจากนโยบายลูกคนเดียว(One Child Policy) ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ปริมาณความต้องการสินค้าฮาลาลขยายตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งมิตรประเทศที่มีโครงการแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลกับหนิงเซี่ยในหลายโอกาส แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือในเชิงองค์ความรู้ร่วมกัน แต่เมื่อพิจารณาด้านการค้าและการลงทุน พบว่าจำนวนวิสาหกิจไทยที่ส่งออกสินค้ามายังจีนตะวันตกเฉียงเหนือหรือการเข้าลงทุนของไทยในธุรกิจประเภทดังกล่าวในหนิงเซี่ยยังมีจำนวนน้อยมาก ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการอาทิ ผู้ประกอบการไทยอาจกังวลต่อความมั่นใจในตลาดจีนรวมไปถึงไม่มั่นใจในศักยภาพของหนิงเซี่ยแต่เนื่องจากไทยมีศักยภาพในการผลิตอาหารทะเลซึ่งมีความขาดแคลนในเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยและจีนตะวันตก จึงน่าจะเป็นโอกาสของวิสาหกิจฮาลาลของไทยที่จะเจาะตลาดอาหารทะเลฮาลาลในเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยและตลาดอาหารฮาลาลของจีน

ความต้องการอาหารทะเลในพื้นที่ Landlocked

หากพิจารณาสภาพทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่มณฑลส่านซี กานซู และหนิงเซี่ยแล้ว จะพบว่าเป็นพื้นที่ที่ขาดแคลนแหล่งอาหารทางทะเล โดยต้องอาศัยการบริโภคสัตว์น้ำจืดจากแม่น้ำฮวงโห(แม่น้ำเหลือง) เป็นหลัก ส่วนประเทศไทยมีทะเลขนาบทั้งสองด้าน มีศักยภาพทางด้านการผลิตและแปรรูปอาหารทะเลซึ่งจากสถิติข้อมูลการค้าระหว่างประเทศไทยกับส่านซีในปี 2011 พบว่ามีการนำเข้านำเข้าสัตว์ประเภทหอยทะเลทั้ง ชนิดมีเปลือกและไร้เปลือกมูลค่ากว่า 375,580 เหรียญสหรัฐ รวมไปถึงมีการนำเข้าสัตว์น้ำเปลือกแข็งมูลค่ากว่า 414,240 เหรียญสหรัฐ แต่ไม่ปรากฎข้อมูลการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากไทยอีกหลังจากนั้น เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่ห่างไกลทำให้การนำเข้าสินค้าอาหารทะเลสดจากไทยมายังเขตปกครองหนิงเซี่ยมีข้อจำกัดและใช้ระยะเวลาการขนส่งนาน เพราะฉะนั้นจึงควรส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยที่เป็นผู้ผลิตอาหารทะเลสำเร็จรูปและแปรรูปสัตว์น้ำส่งออกสินค้าประเภทกึ่งสำเร็จรูปหรืออาหารทะเลแช่แข็งมายังมณฑลส่านซี กานซูและหนิงเซี่ยมากขึ้นเพราะนอกจากจะสามารถตอบสนองความต้องการสินค้าอาหารทะเลให้แก่ประชากรในพื้นที่แล้ว อาหารทะเลแปรรูปสามารถจัดเก็บได้นานและขนส่งได้ปริมาณที่มากกว่าการขนส่งสัตว์น้ำ จึงถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสการเข้าทำตลาดอาหารทะเลแปรรูปจากไทยมายังพื้นที่ตอนในของจีนที่ยังคงเปิดกว้างอยู่ในขณะนี้

ข้อมูลอ้างอิง

1. http://www.thaifranchisecenter.com/download_file/files/group12120130102152448.pdf

2. http://www.nx.xinhuanet.com/2015-06/15/c_1115613107.htm

ข้อมูลเพิ่มเติม

1.ไทยอย่ารอช้า! กับโอกาสทางธุรกิจฮาลาลในหนิงเซี่ย http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?SECTION_ID=458&ID=12166

2.หนิงเซี่ยผลักดันอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าจากถั่วเหลืองแบบฮาลาล

http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?SECTION_ID=458&ID=11589

3.หนิงเซี่ย-มาเลเซีย ก้าวไปอีกขั้น จับมือรุกตลาดฮาลาลโลก

http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?SECTION_ID=462&ID=14755

6 กรกฎาคม 2558
แหล่งข้อมูล: www.chinadaily.com.cn (15/06/2015)
โดย: ตรีชฎา ขันตยานุวงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ