กฎระเบียบการนาเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องสาอางในเยอรมนี
กฎระเบียบการนาเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องสาอางในเยอรมนี

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอำงเป็นสินค้ำที่ถูกควบคุมโดยกฎหมำยในแต่ละประเทศทั่วโลก เพื่อควบคุมสินค้ำให้มี ควำมปลอดภัย มีคุณภำพ และมีสรรพคุณตำมที่กล่ำวอ้ำง ฉะนั้นกำรนำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอำงเข้ำมำในเยอรมนีจึงจำเป็นต้องผ่ำนขั้นตอนตำมกฎระเบียบกำรนำเข้ำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอำงของสหภำพยุโรป (อียู) เช่นเดียวกับประเทศสมำชิกอียูอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อควมปลอดภัยสูงสุดของผู้บริโภคในทุกด้ำน

สหภำพยุโรปภำยใต้กำรกำกับดูแลของคณะกรรมำธิกำรยุโรป ได้ออกกฎหมำย Derective 2003/15/EC ตั้งแต่วันที่ 11 มีนำคม 2556 เพื่อแก้ไขกฎหมำยเครื่องสำอำงเดิม (Directive 76/768/EEC) แต่ปัจจุบันกฎหมำย Derective 2003/15/EC ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น EU Cosmetics Regulations ซึ่งทุกประเทศสมำชิกอียูจะต้องปฏิบัติตำมภำยใต้มำตรฐำนเดียวกันตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎำคม 2556 เป็นต้นไป โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้มั่นใจว่ำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอำงที่วำงจำหน่ำยในอียูนั้นมีควำมปลอดภัยต่อผู้บริโภคของสหภำพยุโรป

นิยำมควำมหมำยของคำว่ำ “เครื่องสำอำง” (Cosmetics) หมำยถึง ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสำรที่นำไปใช้สัมผัสกับ อวัยวะภำยนอกของมนุษย์เช่น ผิวหนัง เส้นผม เล็บ ริมฝีปำก เป็นต้น หรือใช้กับฟัน เยื่อบุช่องปำก มีจุดประสงค์เพื่อทำควำมสะอำด ให้กลิ่นหอม ระงับกลิ่นกำย เสริมควำมงำมให้ดูดียิ่งขึ้น ป้องกัน รักษำให้อยู่ในสภำพที่ดี

กฎระเบียบพื้นฐานผลิตภัณฑ์เครื่องสาอางใน EU
1. กำรปฏิบัติตำมกฎระเบียบระหว่ำงประเทศว่ำด้วยควำมปลอดภัยจำกกำรใช้ผลิตภัณฑ์
2. กรรมวิธีกำรผลิตต้องเป็นไปตำมหลักเกณฑ์วิธีกำรที่ดีในกำรผลิตเครื่องสำอำง (Good Manufacturing Practice: GMP) ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับกำรจัดเก็บเอกสำร กำรควบคุมกำรผลิต กำรควบคุมกำรจัดเก็บ กำรขนส่งผลิตภัณฑ์ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อคุณภำดสินค้ำ เป็นต้น
3. กำรกำหนดแนวทำงกำรจัดทำข้อมูลทำงด้ำนวิชำกำรและรำยละเอียดผลิตภัณฑ์ (Product Information File: PIF) ภำยหลังกำรวำงจำหน่ำยผลิตภัณฑ์รอบสุดท้ำย และพร้อมให้หน่วยงำนที่กำกับดูแลตรวจสอบได้
4. กำรประเมินควำมปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นข้อมูลในภำคผนวก 1 (Annex I) ของ EU Cosmetics Regulations โดยสำมำรถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์
http://ec.europa.eu/consumers/cosmetics/cosing/index.cfm?fuseaction=ref_data.annexes_v2
5. กำรควบคุมสำรจำเพำะ
- มีกำรระบุรำยชื่อสำรต้องห้ำมในภำคผนวก (Annex II) สำรที่กำหนดเงื่อนไขและปริมำณกำรใช้ (Annex III) สำรย้อมสี (Annex IV) สำรกันเสีย (Annex V) และสำรกรองแสง UV หรือ UV-filters (Annex VI)
- มีกำรห้ำมใช้สำรหรือส่วนประกอบที่ถูกจัดอยู่ในประเภทมีฤทธิ์ก่อมะเร็ง มีฤทธิ์ทำงพันธุกรรม และก่อให้เกิดพิษ (CMR: Carcinogenic, Mutagenic, Reprotoxic)
6. กำรห้ำมวำงจำหน่ำยผลิตภัณฑ์เครื่องสำอำงที่ผ่ำนกำรทดลองด้วยสัตว์ หรือมีส่วนประกอบที่ผ่ำน กำรทดลองด้วยสัตว์ และห้ำมกำรทดลองผลิตภัณฑ์เครื่องสำอำงหรือส่วนประกอบเครื่องสำอำงด้วยสัตว์
7. ข้อกำหนดกำรแสดงฉลำก โดยข้อควำมบนฉลำก บรรจุภัณฑ์หรือหีบห่อต้องระบุข้อมูลของผลิตภัณฑ์ด้วยตัวอักษรที่ชัดเจน ง่ำยต่อกำรอ่ำน ภำษำที่ใช้บนฉลำกควรเข้ำใจง่ำยและเหมำะสม บนผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องระบุข้อมูลดังนี้
- ชื่อและที่อยู่ของผู้รับผิดชอบสินค้ำในอียู
- ประเทศต้นกำเนิดของสินค้ำที่นำเข้ำ
- ขนำดบรรจุ/ปริมำณสุทธิ
- ระยะเวลำและวันหมดอำยุสินค้ำ
สัญลักษณ์นำฬิกำทรำยจะใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีอำยุกำรใช้งำนน้อยกว่ำ 30 เดือน และจะต้องระบุเดือนปี หรือวันเดือนปีที่หมดอำยุ หรือระบุด้วยข้อควำม Mindestens haltbar bis และตำมด้วยวันเดือนปีที่หมดอำยุ
สัญลักษณ์กระปุกเปิดฝำจะใช้สำหรับผลิตภัณฑ์มีอำยุมำกกว่ำ 30 เดือน และจะต้องกำหนดวันหมดอำยุหลังจำกกำรเปิดใช้งำนครั้งแรก
- คำเตือน วิธีใช้หรือข้อแนะนำในกำรใช้สินค้ำ
- หมำยเลขรุ่นกำรผลิต (batch number) ของผู้ผลิตหรือตัวเลขอ้ำงอิงระบุประเภทสินค้ำ
- รำยชื่อส่วนประกอบตำมมำตรฐำนสำกล (International Nomenclature for Cosmetic Ingredients: INCI เพื่อให้ผู้บริโภคสำมำรถระวังส่วนประกอบบำงอย่ำงที่ตนเองแพ้ได้
- หำกมีกำรใช้วัสดุนำโน (Nanomaterials) เป็นส่วนประกอบ ต้องแสดงชื่อวัสดุนำโนและระบุคำว่ำ“nano” ต่อท้ำย ตัวอย่ำงเช่น Titanium Dioxide [nano]
ตัวอย่างฉลากผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง
8. แนวทำงกำรกล่ำวอ้ำงสรรพคุณ
9. กำรให้เปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์แก่สำธำรณะ
10. กำรแจ้งให้ทรำบถึงผลข้ำงเคียงจำกกำรใช้ผลิตภัณฑ์ต่อคณะกรรมำธิกำรยุโรป และมำตรกำรแก้ไข

การจัดจาหน่ายเครื่องสาอางในเยอรมนี
หำกมีกำรนำเข้ำเครื่องสำอำงจำกประเทศไทยและจำกนอกประเทศสหภำพยุโรปเพื่อใช้บริกำรลูกค้ำ หรือจัดจำหน่ำย “ผู้แทนจำหน่ำย หรือ ผู้นำเข้ำ” ที่มีถิ่นฐำนอยู่ในเยอรมนีจะต้องเป็น “ผู้รับผิดชอบ” ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอำงนั้นโดยตรงตำมกฎระเบียบฉบับใหม่นี้ ในกรณีที่เกิดควำมเสียหำยต่อผู้บริโภค รวมถึงจะต้องเป็นผู้ดำเนินกำรนำสินค้ำไปขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้อง โดยผู้ส่งออกหรือผู้ผลิตจะต้องส่งมอบเอกสำรข้อมูลทำงด้ำนวิชำกำรและควำมปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ (PIF) ให้แก่ “ผู้แทนจำหน่ำย หรือ ผู้นำเข้ำ”

หมำยเลขรุ่นกำรผลิต
วันหมดอำยุสินค้ำที่มีอำยุมำกกว่ำ 30 เดือน
วันหมดอำยุสินค้ำที่มีอำยุน้อยกว่ำ 30 เดือน
รำยชื่อส่วนประกอบตำมมำตรฐำน INCI
คำเตือน วิธีใช้หรือข้อแนะนำในกำรใช้สินค้ำ
ประเทศต้นกำเนิดของสินค้ำที่นำเข้ำ
ชื่อและที่อยู่ของผู้รับผิดชอบสินค้ำในอียู
ข้อมูลของผลิตภัณฑ์
ขนำดบรรจุ

ตำม EU Cosmetics Regulations นี้ “ผู้รับผิดชอบ” สำมำรถแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่จะวำงจำหน่ำยในอียูต่อคณะกรรมำธิกำรยุโรปผ่ำนทำงระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำงลิ้งค์ https://webgate.ec.europa.eu/ cpnp/public/tutorial.cfm โดยมีขั้นตอนผ่ำนดังต่อไปนี้

หลังจำกนั้นอำจมีหน่วยงำนที่รับผิดชอบมำตรวจสอบผลิตภัณฑ์ว่ำตรงตำมที่ได้ลงทะเบียบไว้หรือไม่ ซึ่งจะเห็นได้ว่ำ สหภำพยุโรปมีกฎเกณฑ์กำรนำเข้ำและระเบียบว่ำด้วยศุลกำกรที่ค่อนข้ำงซับซ้อน ผู้ผลิต ผู้จำหน่ำย และผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอำงและส่วนประกอบเครื่องสำอำงไทยไปสหภำพยุโรป ควรเตรียมควำมพร้อม ติดตำมควำมเคลื่อนไหวกำรเปลี่ยนแปลง และศึกษำกฎระเบียบใหม่นี้อย่ำงละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยงกำรสูญเสียโอกำสด้ำนกำรค้ำ

เรียบเรียงจาก :
- บทความเรื่องตลาดธุรกิจสปาไทยในเยอรมนีของสานักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต และกรุงเบอร์ลิน
- http://europa.eu/legislation_summaries/consumers/product_labelling_and_packaging/co0013_en.htm
- http://export.gov/newhampshire/build/groups/public/@eg_us_nh/documents/webcontent/eg_us_nh_050058.pdf
- http://app.tisi.go.th/EU/pdf/Cosmetic_Mar13.pdf
- http://nanotec.or.th/nanomarks/?page_id=50
-----------------------------------------

จัดทำโดย ฝ่ายแรงงาน สอท. เบอร์ลิน  25 ม.ค. 58

Back to the list

More Related

  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลินประชาสัมพันธ์ฯ งาน Energy Storage Europe 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 13 - 15 มีนาคม 2561 ณ เมืองดึสเซ็ลดอร์ฟ เยอรมนี โดยสมาคมอุตสาหกรรมการเก็บพลังงานเยอรมัน  เพื่อเป็นแสดงสินค้าและนวัตกรรมลักษณะ B2B ด้านการเก็บพลังงาน (energy storage) ที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งโลก
  • เมื่อต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น รัฐบาลเยอรมนีเริ่มออกมาตรการกระตุ้นให้คนซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นตั้งแต่ปี 2559 ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ของเยอรมนีเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์โลกในอนาคต
  •           Adlershof Science Park เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมต้นแบบชั้นนำของประเทศเยอรมนี ที่เป็นศูนย์รวมของหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ที่มีทั้งศูนย์เทคโนโลยีและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (Incubator) กว่า 90 แห่งกระจายไปตามสาขาต่าง ๆ สถาบันวิจัยมากมายทั้งที่ไม่ใช่มหาลัยและสถาบันในระดับมหาวิทยาลัย เช่น Humboldt University รวมแล้วกว่า 20 แห่ง และบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 1,000 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมย่อย ๆ กว่า 16 โครงการ โดยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง 460 แห่ง มีพนักงานทั้งหมด 16,000 คน <br />
              Adlershof เป็นนิคมวิจัยที่มีสิ่งแวดล้อม (eco-system) ที่เหมาะสมสำหรับเอกชนในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทเอกชน สอดคล้องกับหลักการที่ว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ควรประกอบด้วยองค์ประกอบสามส่วนในการสร้างนวัตกรรม (innovation triple helix) ได้แก่ 1. บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นที่มาของแหล่งเงินทุนแอละโจทย์การวิจัย 2. สถาบันวิจัย ซึ่งเป็นแหล่งที่มาขององค์ความรู้และการวิจัยประยุกต์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย เช่น ห้องแล็บ และ 3. สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการวิจัยขั้นพื้นฐานและเป็นผู้สร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพ <br />
              ด้วยเหตุนี้ Adlershof จึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างนวัตกรรมที่เอกชนสามารนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ และสามารถขยายโครงสร้างองค์การอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีส่วนให้บริการมากมาย ศูนย์บริการหลักๆ ได้แก่ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (incubator) ที่ให้บริการผู้ประกอบการ หรือ บริษัทตั้งแต่ ด้านการจัดเตรียมเอกสาร ใบอนุญาต ด้านการตลาด และการส่งต่อเทคโนโลยี ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลในSMEs และ ศูนย์วิจัยข้อมูลทางสถิติ <br />
    หัวใจของ Adlershof คือ ศูนย์วิจัยในสาขาต่าง ๆ ได้แก่  ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัย Photonics and Optics ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและมัลติมีเดีย ศูนย์วิจัย Microsystems and Materials และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)<br />
               การทำงานของ Adlershof  เริ่มตั้งแต่การปูรากฐานการทำวิจัย การทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานวิจัยและบริษัทผู้ผลิต เพื่อปรับปรุง และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และสามารถนำไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ประกอบกับการมีเครือข่ายที่กว้างขวาง Adlershof จึงช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในการพบปะกับบริษัทชั้นนำมากมาย<br />
               ลักษณะสำคัญของ Adlershof  คือ  <br />
               1.    การที่รัฐบาลริเริ่มโครงการแล้วส่งต่อให้ภาคเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการ ด้วยแนวทางการบริหารแบบเอกชนนี้เอง ปัจจุบันมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายใน Adlershof กว่า 70% ของรายได้ต่อปีกว่า 2 พันล้านยูโร จึงมาจากภาคเอกชน<br />
               2.    จุดมุ่งหมายในการทำการวิจัย คือ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ใช้การได้มากกว่าหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ ไม่เน้นการสร้างงานวิจัยเพื่อผลงานทางวิชาการ แต่ไม่นำมาปรับใช้ หรือที่เรียกว่า ขึ้นหิ้ง<br />
               3.     การสร้างเครือข่ายจากจุดแข็งของกรุงเบอร์ลิน ในการเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสำหรับ Start-ups ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของโลก <br />
               4.    มุ่งแสวงหาผู้ประกอบการรายใหม่ (“incubees”) เพื่อนำมาบ่มเพาะกับเทคโนโลยี และร่วมมือกับ บริษัท ขนาดใหญ่ที่อาจมีการแตกหน่อทางธุรกิจใหม่ ๆ<br />
               จากการเยี่ยมศึกษาดูงานที่ Adlershof ของ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 ฝ่ายไทยได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะเรียนรู้ประสบการณ์จาก Adlershof รวมทังขยายความร่วมมือระหว่าง Adlershof กับอุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย ทั้งด้าโดยเฉพาะด้าน การวางระบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้มแข็งและมีการลงทุนด้าน R & D อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลทางธุรกิจมากที่สุด และการศึกษาโครงสร้างเครือข่าย R & D ของ Adlershof ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับผู้ประกอบการระดับ high-tech หรือ mid-tech ได้ <br />
  • สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จ เดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 18 – 24 กันยายน 2560 เพื่อขยายหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างไทยกับเยอรมนี และร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนา Green and Innovative Economy ซึ่งในปีนี้ จัดในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร
  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ Train the Trainer ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 19-24 มีนาคม 2559 ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ แก่คณะผู้บริหารและครูอาชีวะจากวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเทคนิคทั่วประเทศไทย ตามโครงการต่อยอดความร่วมมืออาชีวศึกษาไทย-เยอรมัน ประจำปี 2559 โดยผู้เชี่ยวชาญเยอรมันจากสถาบัน IRATEC เพื่อต่อยอดการถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการพัฒนาทักษะแรงงานคุณภาพและการบริหารจัดการระบบอาชีวศึกษาทวิภาคี โดยชมการสาธิตและลงมือปฏิบัติจริงตามหัวข้อต่างๆ และเยี่ยมชมศูนย์ฝึกงานของบริษัทเยอรมันด้วย<br />
    <br />
    ในโอกาสที่ พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางเยือนกรุงเบอร์ลิน เพื่อเข้าร่วมการประชุม Berlin Energy Transition Dialogue เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 รัฐมนตรีฯ ในฐานะอดีตสมาชิก สนช. คณะกรรมาธิการด้านการศึกษาและการกีฬา จึงได้ให้คณะครูอาชีวะ ที่เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ Train the Trainer ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 19-24 มีนาคม 2559 ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน เข้าพบและให้โอวาทแก่คณะ โดยกล่าวว่า รัฐบาลได้ตั้งเป้าปฏิรูปอาชีวศึกษา เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ มีงานทำ มีศักดิ์ศรีและมีคุณค่าในสังคม อาชีวศึกษาและพลังงานทดแทนเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกหนีกันได้ จึงขอให้ทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง ปัจจุบัน นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ การตั้งนิคมอุตสาหกรรม และส่งเสริมการลงทุนในสาขาต่างๆ ในหลายจังหวัด จะช่วยให้มีการจ้างงานอีกมาก หากไทยมีบุคลากรคุณภาพ จะสามารถพัฒนาเป็นประเทศต้นน้ำและปลายน้ำที่ดีได้ ในช่วงท้าย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้บรรยายสรุปกิจกรรมที่ผ่านมาของสถานเอกอัครราชทูตฯ และแนวทางความร่วมมือไทย-เยอรมันในอนาคต โดยเฉพาะการจัดทำหลักสูตรการฝึกงานของนักศึกษา และหลักสูตรการพัฒนาครูฝึก/ครูช่างในสถานประกอบการ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ