ตั้งแต่ 1 ก.ค. 58 เป็นต้นมาบริษัทขนส่งมวลชนเบอร์ลิน (BVG) เริ่มทดลองนำรถบัสขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า Solaris Urbino 12 Electric 4 คัน วิ่งบริการในบางเส้นทาง ตั้งเป้าทดลองวิ่งใช้งานปีละไม่ต่ำกว่า 200,000 กม. คาดจะช่วยลดปริมาณการปลดปล่อยคาร์บอยไดออกไซด์ได้คันละ 260 ตัน/ปี ซึ่งเทียบได้กับปริมาณฯ จากรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 250 คัน โดยหากรถบัสดังกล่าวแสดงประสิทธิภาพการใช้งานที่ดี จะเพิ่มจำนวนและใช้วิ่งบริการเส้นทางอื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้ BVG มีแนวคิดจะใช้รถบัสขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2020
อย่างไรก็ดี โฆษก BVG ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ต้นทุนรถบัสไฟฟ้ามีราคาประมาณ 700,000 ยูโร/คันเทียบกับรถบัสดีเซลปกติคันละ 320,000 ยูโร การที่ BVG จะนำรถบัสไฟฟ้ามาวิ่งบริการทั้งหมด ซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 150 คัน จึงมีความเป็นไปได้ทางการลงทุนค่อนข้างต่ำ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของปรับตัวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต
รถบัส Solaris Urbino 12 Electric ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่สะสมไว้ในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เครื่องยนต์ออกแบบโดยบริษัท Vossloh แบตเตอรี่และระบบชาร์จออกแบบโดย Primove บริษัทลูกของ Bombardier งบประมาณโครงการนำร่องได้รับการสนับสนุนส่วนหนึ่งจากกระทรวงคมนาคมและสาธารณูปโภคดิจิตัลเยอรมนี จำนวน 4.1 ล้านยูโร สนับสนุนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคนิคเบอร์ลิน (TU-Berlin) ในการสร้างสถานีเติมพลังงานให้แก่รถบัสดังกล่าว
อนึ่ง รัฐบาลเยอรมนีได้ให้ความสำคัญกับนโยบายการปรับตัวด้านพลังงาน (Energiewende) โดยประกาศเป้าหมายการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี ค.ศ. 2050 เพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าที่มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนเป็น 80% ของทั้งประเทศ และยกเลิกโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ภายในปี 2020 โดยที่ผ่านมาปี 2014 ได้ลงทุนเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแล้ว 18,8 พันล้านยูโร และลงทุนด้านการปรับปรุงอาคารแล้ว 44 พันล้านยูโร
ล่าสุดเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เบอร์ลินได้ออกกฎหมาย Energiewendegesetz กำหนดให้ อาคารสาธารณะทุกแห่งต้องเป็นอาคารปลอดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (Klimaneutrales Gebäude) ภายในปี ค.ศ.2030 ซึ่งต้องเริ่มการปรับปรุงบูรณะอาคารตั้งแต่บัดนี้ และห้ามการใช้งานเครื่องทำความร้อนด้วยไฟฟ้า (Nachtspeicheröfen und elektrische Heizung) โดยทั่วไป
นอกจากนี้ พรรคร่วมรัฐบาลเบอร์ลินเห็นชอบเป้าหมายการปรับตัวด้านพลังงานของเบอร์ลิน ที่จะลดปริมาณการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงให้ได้ 40% ภายในปี ค.ศ. 2020 จากนั้นต้องลดลง 60% ภายในปี 2030 และ 85% ภายในปี 2050 โดยยึดสถิติ 30 ล้านตันของปี 1990 เป็นเกณฑ์เทียบ
ที่มา
http://unternehmen.bvg.de/de/index.php?section=downloads&cmd=32&download=1640
http://www.morgenpost.de/berlin/article205552041/Berlins-halbherzige-Energiewende.html
http://www.morgenpost.de/berlin/article141571995/Berlin-muss-seinen-Energieverbrauch-halbieren.html
http://www.morgenpost.de/berlin/article205552035/Neues-Gesetz-soll-Klima-in-Berlin-verbessern.html
สอท. เบอร์ลิน 21 ส.ค. 58
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
