
หากย้อนไปสามทศวรรษก่อน บราซิลมีสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน ร้อยละ 12 และพึ่งพาพลังงานสิ้นเปลืองร้อยละ 88 แต่ในปัจจุบันบราซิลใช้พลังงานทดแทนร้อยละ 47 และใช้พลังงานสิ้นเปลืองร้อยละ 52 ในขณะที่สัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนของโลกอยู่ที่ ร้อยละ 13 – 14 ดังนั้น บราซิลจึงมีขุมทรัพย์ด้านพลังงานมากมายเป็นอันดับหนึ่งของภูมิภาคลาตินอเมริกา โดยมีรายละเอียดของปริมาณพลังงานต่าง ๆ ดังนี้
พลังงานน้ำมันปิโตรเลียม
ในปี 2556 กระทรวงพลังงานบราซิลได้ประมาณปริมาณแหล่งน้ำมันใต้ชั้นหินเกลือ (Pre- salt layer) ซึ่งอยู่นอกชายฝั่งนครเซาเปาลู รีโอ เด จาเนโร และเอสปีรีตูซันตู โดยประมาณว่ามีมากถึง 40 พันล้านบาร์เรล และบราซิลเริ่มเปิดประมูลแหล่งน้ำมัน Lula เป็นแห่งแรก โดยมีบริษัทเข้าร่วมจำนวนมากในการประมูลดังกล่าว ทั้งนี้ กฎหมายบราซิลกำหนดให้ PETROBRAS (State-owned oli company)หรือบริษัทพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในบราซิลเป็นผู้ถือสัมปทานในแหล่งน้ำมันส่วนใหญ่ในประเทศ โดยจะดำเนินกิจกรรมตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
พลังงานก๊าซ
บราซิลผลิตก๊าซได้ประมาณปีละ 24.1 พันล้านลูกบาศก์เมตร แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ จึงต้องนำเข้าก๊าซจากโบลิเวียอีกประมาณร้อยละ 35 การค้นพบแหล่งน้ำมันใต้ชั้นหินเกลือซึ่งมีทั้งน้ำมันและก๊าซน่าจะทำให้บราซิลไม่ต้องนำเข้าก๊าซจากต่างประเทศได้ในอนาคต นอกจากนี้ บราซิลยังมี Shale Gas หรือ ก๊าซธรรมชาติที่ถูกกักเก็บไว้ในชั้นหินดินดานมากเป็นอันดับ 10 ของโลก
พลังงานไฟฟ้า
บราซิลมีศักยภาพที่จะเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำได้อีกมาก แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะหลายพื้นที่ในบริเวณป่าอเมซอน (ซึ่งถือเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติน้ำจืดขนาดใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก) ติดปัญหาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ
พลังงานลม
ฟาร์มลม (Wind Farms) ของบราซิลส่วนใหญ่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและใต้ของประเทศ โดยอุปสรรคของการใช้พลังงานลมของบราซิลคือการขนส่งไฟฟ้าให้กระจายไปถึงประชาชน บราซิลสามารถผลิตพลังงานจากลมได้ 1.7 GW ในปี 2556 และคาดว่าจะสามารถเพิ่มศักยภาพในการผลิตได้เป็น 16 GW ในปี 2564
พลังงานนิวเคลียร์
บราซิลมีแหล่งแร่ยูเรเนียม ใหญ่เป็นลำดับ 6 ของโลก โดยบราซิลได้เริ่มสำรวจพื้นที่ที่คาดว่าจะมีแหล่งแร่ยูเรเนียมไปเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น แน่นอนว่าหากสำรวจเพิ่มเติมน่าจะมีแหล่งแร่ยูเรเนียมมากกว่านี้ บราซิลมีโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์อยู่ 2 แห่งที่นครรีโอ เด จาเนโร และจะสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่สาม ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จจะทำให้บราซิลสามารถผลิตไฟฟ้าเพิ่มจาก 1,990 เม็กกะวัต เป็น 3,340 เม็กกะวัต
ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา นายพิชยพันธุ์ ชาญภูมิดล เอกอัครราชทูตไทยประจำบราซิลได้นำคณะจากกระทรวงพลังงาน และ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) พร้อมเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตเดินทางเยือนนครรีโอ เดจาเนโร เพื่อเข้าพบและหารือความร่วมมือด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
การเยือนบราซิลครั้งนี้ นับว่าประสบผลสำเร็จอย่างสูง โดยคณะได้มีโอกาสพบกับผู้บริหารหน่วยงาน National Agency of Petroleum, Natural Gas and Biofuels (ANP) ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัด กระทรวงพลังงานและเหมืองแร่บราซิล ทำหน้าที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติและเชื้อเพลิงชีวภาพ รวมทั้งออกกฎระเบียบและกำกับดูแลกิจกรรมต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้ได้มาตรฐาน ตลอดจนให้สัมปทานและการทำสัญญาต่าง ๆ ในการพัฒนา สำรวจ ขุดเจาะ ผลิต ขนส่งและเก็บรักษาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเรื่องระบบการบริหารจัดการปิโตรเลียมของประเทศบราซิล และโอกาสในการลงทุนด้านสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของไทยในบราซิล ซึ่งบราซิลเปิดให้สัมปทานมาแล้ว 12 รอบ
ปัจจุบันบราซิลกำลังดำเนินการเปิดรอบที่ 13 โดยกำหนดเปิดสมัครเพื่อยื่นขอรายละเอียดต่าง ๆ ระหว่าง 12 มิถุนายน – 11 สิงหาคม 2558 และยื่นขอสัมปทานในวันที่ 7 ตุลาคม 2558
นอกจากนี้ คณะยังได้พบปะกับผู้บริหารบริษัท PETROBRAS โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกันในมิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสาขาทรัพยากรพลังงานและเชื้อเพลิงธรรมชาติ
เป็นที่น่ายินดียิ่งที่ปัจจุบันบริษัท ปตท. สผ. ได้เข้ามา “ปักหมุด” เปิดสำนักงานประจำภูมิภาคลาตินอเมริกาที่นครรีโอ เด จาเนโร โดยได้ร่วมทุนกับบริษัทชั้นนำต่างชาติเพื่อสำรวจและขุดเจาะน้ำมันใต้ชั้นหินเกลือบริเวณชายฝั่งรีโอ เด จาเนโร และทางตอนเหนือของบราซิล ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทสัญชาติไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ก้าวข้ามผ่านอุปสรรคระยะทางอันไกลจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่ลาตินอเมริกา
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
