
ปัจจุบันชาวส่านซีนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศกลุ่มอาเซียน เนื่องจากใช้เวลาในการเดินทางไม่นานจากมณฑลส่านซี และประเทศกลุ่มอาเซียนมีภูมิทัศน์ทางธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวส่านซีถูกใจ โดยชาวส่านซีนิยมการท่องเที่ยวธรรมชาติทางทะเลและการเล่นกีฬาทางน้ำเป็นพิเศษ
ความนิยมท่องเที่ยวไทยของชาวส่านซี
ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศในฝันที่ชาวส่านซีนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว โดยสถิติจากสำนักงานการท่องเที่ยวมณฑลส่านซีในปี 2015 ระบุว่า มีชาวส่านซีเดินทางไปเที่ยวในประเทศไทย จำนวน 238,682 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 45.11 จากช่วงเวลาเดียวกันของ ปี 2014 แสดงให้เห็นว่าไทยยังคงเป็นประเทศที่ชาวส่านซีนิยมเดินทางไปเที่ยวมากที่สุด (รองลงมาได้แก่ ฮ่องกง,ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และไต้หวัน ตามลำดับ)

ข้อมูลอ้างอิงจาก สนง. การท่องเที่ยวมณฑลส่านซี
โดยนักท่องเที่ยวส่านซีนิยมเดินทางไปเที่ยวประเทศไทยในรูปแบบครอบครัว โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ (ปิดเทอมฤดูหนาว) และเดือนกรกฎาคม – กันยายน (ปิดเทอมฤดูร้อน) นอกจากนี้ สนง. การท่องเที่ยวมณฑลส่านซีได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปริมาณนักท่องเที่ยวของไทยที่เดินทางมายังมณฑลส่านซีก็มีอัตราการเติบโตขึ้นจากปี 2014 ราวร้อยละ 16 เช่นกัน

อย่างไรก็ดี จากสถิติการตรวจลงตราของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน พบว่า มีการตรวจลงตราประเภทท่องเที่ยวทั้งสิ้น รวม 5,570 ราย (สัดส่วนร้อยละ 2.34 ของจำนวนนักท่องเที่ยวมณฑลส่านซีไปไทย) ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากในปี 2013 สนง. ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของประเทศจีนได้เปลี่ยนแปลงระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางออกนอกประเทศ โดยอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจีนสามารถเดินทางออกจากประเทศด้วยตนเองได้โดยไม่ต้องมีวีซ่าประเทศปลายทาง ส่งผลให้ชาวส่านซีจำนวนมากนิยมเดินทางไปไทยโดยไปขอรับการตรวจลงตราแบบ Visa On Arrival ที่สนามบินในไทยทำให้ไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอานและมีความสะดวกในการเดินทางไปท่องเที่ยวไทยมากขึ้น

สถิติผู้มาขอตรวจลงตราที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน ระหว่างปี 2011-2015
ปัจจัยส่งเสริมกระแสความนิยมท่องเที่ยวไทย
1. กระแส Free & Independent Traveler ในส่านซีมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น
ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจากมณฑลส่านซีนิยมการท่องเที่ยวต่างประเทศด้วยตนเองมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก IHG(Intercontinental Hotels Groups) ที่คาดการณ์ว่าความนิยมในการท่องเที่ยวต่างประเทศของนักท่องเที่ยวชาวจีนจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของประชากรชนชั้นกลาง ที่ IHG คาดว่า รายได้ครัวเรือนระหว่าง20,000-35,000 เหรียญสหรัฐต่อปี และ 35,000-70,000 เหรียญสหรัฐต่อปีจะเพิ่มสูงขึ้นราวร้อยละ 18.8 และ 12.8 ในปี 2023 สอดคล้องกับข้อมูลจาก Report of Chinese tourists traveling abroad ของ Hotel.com ที่รายงานว่า ในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวชาวจีนกว่าร้อยละ 70 นิยมท่องเที่ยวในต่างประเทศด้วยตัวเอง [1] ประกอบกับประเทศไทยเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศในเอเชีย ทำให้ค่าใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยวในประเทศไทยไม่สูงนัก (เฉลี่ยคนละ 4,616.49 บาทต่อวัน) ซึ่งเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพื่อท่องเที่ยวภายในประเทศของชาวส่านซีคนละ 753.6 หยวน[2] (ราว 4,000 บาทต่อวัน) จะเห็นได้ว่าส่วนต่างของค่าใช้จ่ายมีจำนวนไม่มากทำให้นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งนิยมเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศมากยิ่งขึ้น
2. การขยายเส้นทางการบินระหว่างส่านซี-ไทย
นอกจากกำลังซื้อที่เพิ่มสูงขึ้นจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวส่านซีนิยมการเดินทางไปเที่ยวยังต่างประเทศมากขึ้นแล้ว ปัจจัยสำคัญอีกหนึ่งด้านได้แก่ เส้นทางการบินตรงนครซีอาน-ประเทศไทยที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจฯ ได้ทำการสำรวจข้อมูลเส้นทางบินจากนครซีอานไปยังประเทศไทยจากสนามบินเสียนหยางสถานะเดือนมีนาคม 2016 พบว่า ปัจจุบันมีเส้นทางบินจากนครซีอานไปยังประเทศไทยทั้งสิ้น 35 เที่ยวบิน ต่อสัปดาห์ (เพิ่มขึ้นจากปี 2014 ร้อยละ 34.28) ได้แก่
|
สายการบิน |
เส้นทาง |
ทำการบิน |
|
1. Shenzhen Airlines |
ซีอาน-กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) |
สัปดาห์ละ 6 วันยกเว้นวันเสาร์ |
|
2. OK Airlines |
ซีอาน-กระบี่ |
สัปดาห์ละ 5 วัน ยกเว้นวันอังคารและวันเสาร์ |
|
3. China Eastern Airlines (Stop Over) |
ซีอาน-เซี่ยงไฮ้-กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) |
ทุกวัน |
|
4. Thai Air Asia |
ซีอาน-กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) |
ทุกวัน |
|
5. Capital Airlines |
ซีอาน-ภูเก็ต |
ทุกวันจันทร์และวันศุกร์ |
|
6. OK Airlines |
ซีอาน-กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) |
ทุกวันจันทร์, อังคารและวันศุกร์ |
|
7. Orient Thai Airlines |
ซีอาน-ภูเก็ต |
สัปดาห์ละ 5 วัน ยกเว้นวันพุธและวันเสาร์ |
3. การใช้สื่ออินเตอร์เน็ตเพื่อการท่องเที่ยว
ปัจจุบัน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์เป็นอย่างมาก และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวได้นำระบบอินเตอร์เน็ตและ e-commerce มาประยุกต์กับธุรกิจของตนเพื่อให้บริการและประชาสัมพันธ์ทางการตลาดโดยมีการนำเสนอการให้บริการท่องเที่ยวในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น บริการสายการบิน การจองโรงแรมที่พัก หรือการซื้อแพ็กเกจทัวร์ ส่งผลให้ชาวจีนซึ่งปัจจุบันเป็นประเทศที่มีประชากรใช้สมาร์ทโฟนมากที่สุดในโลก มีแนวโน้มการใช้บริการ e-commerce เพื่อจับจ่ายใช้สอยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมากขึ้น ดังนั้นจึงทำให้ง่ายต่อการรับข้อมูลข่าวสารรวมไปถึงความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวผ่านบริการชำระเงินออนไลน์ ข้อมูลจาก Union Pay[3] มณฑลส่านซี รายงานว่าในช่วงเดือน ม.ค. – พ.ย. 2015 อัตราการเติบโตการชำระค่าสินค้าและบริการของนักท่องเที่ยวมณฑลส่านซีในประเทศไทยสูงถึงร้อยละ 78 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเป็นการชำระค่าบริการด้านที่พักและการซื้อสินค้าเป็นหลัก
บทสรุป
ประเทศจีนยังคงเป็นตลาดท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่จีนตะวันตกเฉียงเหนือที่ชาวส่านซีนิยมเดินทางไปประเทศไทยเป็นอันดับแรก ๆ ทั้งนี้ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจฯ เห็นว่านอกเหนือจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยรวมไปถึงวิสาหกิจควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวแปลกใหม่ (นอกเหนือจากจังหวัดใหญ่ๆ ที่ชาวจีนนิยมเดินทางไป) รวมถึงการประชาสัมพันธ์ข้อมูลภาษาจีนออนไลน์เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการค้นคว้าข้อมูลการท่องเที่ยวจากสื่อออนไลน์ที่มีมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพจากนักท่องเที่ยวจีนให้แก่ประเทศไทยได้
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
