แผนพัฒนาฯ นครเซี่ยงไฮ้เดินหน้าสู่เป้าหมายศูนย์กลางมหาอำนาจทางเศรษฐกิจระดับโลก
แผนพัฒนาฯ นครเซี่ยงไฮ้เดินหน้าสู่เป้าหมายศูนย์กลางมหาอำนาจทางเศรษฐกิจระดับโลก
        สภาผู้แทนประชาชนนครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Municipal People’s Congress) รายงานผลกาดำเนินงานที่สำคัญในปี 2558 และแถลงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี ฉบับที่ 13 ซึ่งเริ่มต้นปีนี้ จึงเป็นประโยชน์สำหรับภาคธุรกิจไทยที่สนใจลงทุนในนครเซี่ยงไฮ้ใช้ประกอบการวางแผนรุกตลาดอย่างแยบยล

        ในปี 2558 นครเซี่ยงไฮ้ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจอย่างน่าทึ่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เช่น สร้าง GDP ได้ถึง 2.5 ล้านล้านหยวน (13.2 ล้านล้านบาท) เพิ่มจากปี 2557 ถึง 6.9% เห็นตัวเลขนี้แล้วก็เชื่อว่า ไทยซึ่งมีความชำนาญในธุรกิจบริการหลายประเภท น่าจะมีโอกาสทำธุรกิจใน นครเซี่ยงไฮ้ได้ดี เพราะรายได้จากภาคบริการมีสัดส่วนสูงมากถึง 68% ของ GDP และ 30.3% ของมูลค่าการส่งออกและ นำเข้า ในปีนี้และปีต่อไป นักธุรกิจต่างชาติน่าจะทำธุรกิจในนครเซี่ยงไฮ้ได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะรัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้มีมาตรการอำนวยความสะดวกสำหรับการประกอบธุรกิจ อาทิ การผ่อนปรนด้านภาษีสำหรับ SMEs และการจดทะเบียนธุรกิจแบบ Three-In-One (คือ บูรณาการการขอใบอนุญาตจัดตั้งบริษัท หนังสือรับรองรหัสองค์กร และหนังสือรับรองการลงทะเบียนผู้เสียภาษี) ทำให้มีบริษัทจดทะเบียนใหม่ถึง 245,000 แห่ง อีกทั้งมีนโยบายส่งเสริมการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคของธุรกิจต่างชาติ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนถึง 535 แห่ง ในเขตทดลองการค้าเสรีนครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Free-Trade Zone: SFTZ) รัฐบาลได้เปิดกว้างทางการเงินและขยายการใช้ระบบ “Single Window” ซึ่งเป็น การบูรณาการระหว่างหน่วยงานนครเซี่ยงไฮ้ 3 แห่ง คือ สำนักงานตรวจสอบ ควบคุม และกักกันโรค (CIQ) กรมศุลกากร และสำนักงานตรวจ คนเข้าเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านศุลกากรและลดระยะเวลาตรวจสอบมาตรฐานสินค้าสำหรับบริษัทที่เข้ามาลงทุน

สำหรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมนครเซี่ยงไฮ้ 5 ปี ฉบับที่ 13 (2559 – 2563) มีเป้าหมายหลักดังนี้

1. บรรลุแผนการพัฒนานครเซี่ยงไฮ้ให้เป็น 4 ศูนย์กลางระดับโลกในปี 2563 ได้แก่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจ ศูนย์กลางการค้า ศูนย์กลางการเงิน และศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำ และพัฒนาเป็นมหานครนานาชาติที่ทันสมัยตามแนวทางสังคมนิยม

2. เร่งให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจที่ใช้นวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน โดยรักษาอัตราการเติบโตของ GDP ให้สูงกว่า 6.5% ต่อปี และเพิ่มงบประมาณ R&D ให้สูงกว่า 3.5% ของ GDP

3. เสริมสร้าง Soft Power ด้านวัฒนธรรมอย่างมีนัยสำคัญ โดยพัฒนานครเซี่ยงไฮ้ให้เป็นมหานครนานาชาติทางวัฒนธรรมซึ่งมีความเปิดกว้างและทุกคนสามารถมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง

4. ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น โดยลดค่ามาตรฐานความเข้มข้นของ PM 2.5 ในอากาศเหลือ 42 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ปี 2558 อยู่ที่ระดับ 53 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และขจัดน้ำเสีย

        ในปี 2559 นี้ รัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้ตั้งเป้าการเติบโตของ GDP ระหว่าง 6.5 – 7% และมุ่งพัฒนา SFTZ ให้เป็นเขตการค้าเสรีที่มีระดับการเปิดเสรีสูงสุด โดยใช้นวัตกรรมการจัดการแบบ Negative List และ Pre-Establishment National Treatment (โดยบริษัทต่างชาติได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่าบริษัทสัญชาติจีน) เพิ่มหน่วยงานใน “Single Window” เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนยิ่งขึ้น อนุญาตให้แลกเปลี่ยนเงินหยวน และขยายการใช้บัญชี Free Trade Account ซึ่งช่วยให้ภาคธุรกิจกู้ยืมเงินหยวนจากสถาบันการเงินในอัตราต้นทุนที่ต่ำกว่าการกู้ยืมเงินหยวนภายในจีน อีกทั้งให้ความสำคัญกับการปกป้องนักลงทุนและทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากด้านเศรษฐกิจแล้ว รัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้ยังเน้น การพัฒนานวัตกรรม การส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านวัฒนธรรม เช่น เกมส์แอนิเมชั่นและการออกแบบที่สร้างสรรค์ การพัฒนาระบบสาธารณูปโภค การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสวัสดิการประชาชน ตลอดจนเพิ่มการรักษาความปลอดภัยในเขตเมืองและควบคุมความปลอดภัยด้านอาหาร

        เห็นได้ชัดว่า ข้อได้เปรียบของนครเซี่ยงไฮ้คือเป็นเมืองนำร่องในการปฏิรูปที่เปิดกว้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับภาคเอกชนไทยที่สนใจมาลงทุน แต่ต้องแลกกับค่าครองชีพและต้นทุนการดำเนินธุรกิจสูง โดยภาคเอกชนไทยอาจต้องปรับตัวโดยใช้นวัตกรรมมาช่วยสร้างสินค้าและบริการที่เพิ่มมูลค่า เพื่อตอบโจทย์นครเซี่ยงไฮ้ซึ่งจัดเป็นตลาดระดับพรีเมียมของจีน
17 มีนาคม 2559
แหล่งข้อมูล: ข้อมูลจากการประชุมสภาผู้แทนประชาชนนครเซี่ยงไฮ้ ครั้งที่ 4 สมัยที่ 14
โดย: นางสาวชนิกานต์ การวิวัฒน์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ