รัฐกำหนด 7 แผนงานการขับเคลื่อนเศษฐกิจแห่งชาติ 5 ปี
แผนพัฒนาเศษฐกิจ-สังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 (2559-2563) ของรัฐบาลได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าจะต้องส่งเสริมด้านกสิกรรม ป่าไม้ อุตสาหกรรมและการบริการ โดยให้ภาคกสิกรรมเป็นพื้นฐานในการค้ำประกันด้านอาหารให้มีอย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัวเฉลี่ยไม่ให้ต่ำกว่าร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยรัฐบาลได้กำหนด 7 แผนงานสำคัญเพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแห่งชาติให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง มั่นคงและสมดุล
- ต้องเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจให้เป็นภาคอุตสาหกรรมที่ทันสมัย โดยเน้นพัฒนาเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ ให้ผลตอบแทนเร็ว สร้างมูลค่าเพิ่ม ฐานการผลิตมั่นคง หลากหลายและปรับปรุงการบริการให้มีคุณภาพ
- พัฒนานโยบายการเงิน โดยให้เงินทุนสำรองมีสภาพคล่องและสมดุลเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการที่เร่งด่วนและเพื่อความสมดุลของกลไกเศรษฐกิจ
- การให้ทุนต้องสอดคล้องกับความต้องการพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมของแต่ละแผนก ท้องถิ่น แขวง และ ความสามารถในการใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิผลเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างหนี้สินที่ไม่ชัดเจน
- พิจารณาศักยภาพของแต่ละท้องถิ่นเพื่อให้เศรษฐกิจระหว่างบ้าน เมืองและแขวงต่างๆพัฒนาไปอย่างสัมพันธ์กัน จัดสรรเขตพัฒนาที่เป็นต้นแบบ กำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตเศรษฐกิจเฉพาะให้มากขื้น ส่งเสริมการใช้เครื่องจักรเทคโนโลยีที่เป็นวิทยาศาสตร์สมัยใหม่กับการผลิตกสิกรรมในชนบท ส่งเสริมให้ประชาชนไปทำงานในภาคอุตสาหกรรมและการบริการให้มากขื้น
- พัฒนาหลักสูตรฝีมือแรงงานให้หลากหลายและมีคุณภาพ กำหนดนโยบายที่เอื้ออำนวยให้ตลาดแรงงานมีแรงงานเพิ่มขึ้น พัฒนาแรงงานให้มีระเบียบวินัย ขยัน อดทน กระตือรือร้นต่อการพัฒนาตนเอง ส่งเสริมให้แรงงานมีงานทำที่มั่นคง ได้รับการคุ้มครองและปกป้องสิทธิผลประโยชน์ตามกฎหมาย
- การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญในยุควิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีและการเชื่อมโยง เพราะฉะนั้น ต้องเอาใจใส่พัฒนาระบบอาชีวะ สร้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผู้ชำนานงานและสร้างผู้ประกอบการธุรกิจที่เก่งสามารถแข่งขันภายในประเทศและระหว่างประเทศ
- การระดมทุนและขอความช่วยเหลือด้านทุน ด้านวิชาการต่างๆ ให้สอดคล้องเหมาะสมกับแผนก่อนหน้า โดยให้ผู้ที่จะเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ปฏิบัติตามแนวทางของพรรคให้จริงจังมากขึ้น
ที่มา: หนังสือพิมพ์ลาวพัฒนา
ฉบับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559
11 กุมภาพันธ์ 2559
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
