สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดการประชุมวิชาการว่าด้วยการอาชีวศึกษา ครั้งที่ 2

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดการประชุมวิชาการว่าด้วยการอาชีวศึกษา หรือ Dual Excellence ConFerence ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดอุดรธานี

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2557 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นองค์ประธานและมีพระราชดำรัสเปิดการประชุม Dual Excellence Conference ครั้งที่ 2 ที่โรงแรมเซนทารา แอนด์ คอนเวนชัน เซนเตอร์ จังหวัดอุดรธานี ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน และสมาคมคุณวุฒิวิชาชีพเยอรมนี (German Professional Qualifications Association หรือ Q-Verband) โดยมีสถานเอกอัครราชทูตฯ กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานเยอรมนี สหพันธ์ฯ สมาคมคุณวุฒิวิชาชีพเยอรมนี และสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยเป็นผู้จัดร่วม

เยอรมนีเป็น 1 ในประเทศต้นแบบ ของระบบอาชีวศึกษาแบบ dual system ที่เน้นหลักสูตรภาคทฤษฏีและปฏิบัติ ที่สืบเนื่องมาจากการพัฒนาช่างวิชาชีพที่มีความชำนาญ หรือ “Meister” ในภาษาเยอรมัน ตั้งแต่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 ปัจจุบัน ระบบอาชีวศึกษาแบบ dual system ของเยอรมนี ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ในระดับระหว่างประเทศ โดยถือเป็น backbone ของเศรษฐกิจเยอรมนี ที่ทำให้เยอรมนีผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจได้ทุกครั้ง ตลาดแรงงานมีเสถียรภาพสูง โดยเป็นหนึ่งในประเทศ ที่มีตัวเลขการตกงานของประชากรวัยหนุ่มสาว ต่ำที่สุด ในยุโรป เนื่องจากนักศึกษา ที่สำเร็จการศึกษา มีทักษะตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ (perfect match) และมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานและเป็นที่ยอมรับในสังคม จึงเป็นแรงจูงใจที่ดีแก่ผู้ปกครองและเยาวชน

วิทยากรเยอรมันกว่า 12 คน ได้ใช้โอกาสนี้ แลกเปลี่ยนประสบการการณ์การบริหารจัดการระบบ dual system ของเยอรมนี และ update องค์ความรู้และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง แก่หน่วยงานและผู้สนใจฝ่ายไทย โดยหัวใจสำคัญของ dual system คือ ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับภาคเอกชน ซึ่งในกรณีเยอรมนี ภาคเอกชนมีบทบาทที่สำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือ ตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียน จัดหลักสูตร ประเมินผล และรับรองวุฒิกว่า 350 วิชาชีพ

นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้ ยังมีส่วนเสริมสร้างการเป็นหุ้นส่วนและขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านอาชีวศึกษา ไทย-เยอรมนี ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อส่งเสริมให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่องต่อไป นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่มั่นคงและยั่งยืน และรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 ด้วย บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วม เพื่อรองรับกับความต้องการบุคลากรด้านเทคนิคของภาคเอกชนเยอรมนี ที่มีความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยและภูมิภาค เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

24 ตุลาคม 2557

Back to the list

More Related

  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลินประชาสัมพันธ์ฯ งาน Energy Storage Europe 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 13 - 15 มีนาคม 2561 ณ เมืองดึสเซ็ลดอร์ฟ เยอรมนี โดยสมาคมอุตสาหกรรมการเก็บพลังงานเยอรมัน  เพื่อเป็นแสดงสินค้าและนวัตกรรมลักษณะ B2B ด้านการเก็บพลังงาน (energy storage) ที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งโลก
  • เมื่อต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น รัฐบาลเยอรมนีเริ่มออกมาตรการกระตุ้นให้คนซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นตั้งแต่ปี 2559 ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ของเยอรมนีเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์โลกในอนาคต
  •           Adlershof Science Park เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมต้นแบบชั้นนำของประเทศเยอรมนี ที่เป็นศูนย์รวมของหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ที่มีทั้งศูนย์เทคโนโลยีและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (Incubator) กว่า 90 แห่งกระจายไปตามสาขาต่าง ๆ สถาบันวิจัยมากมายทั้งที่ไม่ใช่มหาลัยและสถาบันในระดับมหาวิทยาลัย เช่น Humboldt University รวมแล้วกว่า 20 แห่ง และบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 1,000 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมย่อย ๆ กว่า 16 โครงการ โดยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง 460 แห่ง มีพนักงานทั้งหมด 16,000 คน <br />
              Adlershof เป็นนิคมวิจัยที่มีสิ่งแวดล้อม (eco-system) ที่เหมาะสมสำหรับเอกชนในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทเอกชน สอดคล้องกับหลักการที่ว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ควรประกอบด้วยองค์ประกอบสามส่วนในการสร้างนวัตกรรม (innovation triple helix) ได้แก่ 1. บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นที่มาของแหล่งเงินทุนแอละโจทย์การวิจัย 2. สถาบันวิจัย ซึ่งเป็นแหล่งที่มาขององค์ความรู้และการวิจัยประยุกต์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย เช่น ห้องแล็บ และ 3. สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการวิจัยขั้นพื้นฐานและเป็นผู้สร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพ <br />
              ด้วยเหตุนี้ Adlershof จึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างนวัตกรรมที่เอกชนสามารนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ และสามารถขยายโครงสร้างองค์การอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีส่วนให้บริการมากมาย ศูนย์บริการหลักๆ ได้แก่ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (incubator) ที่ให้บริการผู้ประกอบการ หรือ บริษัทตั้งแต่ ด้านการจัดเตรียมเอกสาร ใบอนุญาต ด้านการตลาด และการส่งต่อเทคโนโลยี ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลในSMEs และ ศูนย์วิจัยข้อมูลทางสถิติ <br />
    หัวใจของ Adlershof คือ ศูนย์วิจัยในสาขาต่าง ๆ ได้แก่  ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัย Photonics and Optics ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและมัลติมีเดีย ศูนย์วิจัย Microsystems and Materials และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)<br />
               การทำงานของ Adlershof  เริ่มตั้งแต่การปูรากฐานการทำวิจัย การทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานวิจัยและบริษัทผู้ผลิต เพื่อปรับปรุง และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และสามารถนำไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ประกอบกับการมีเครือข่ายที่กว้างขวาง Adlershof จึงช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในการพบปะกับบริษัทชั้นนำมากมาย<br />
               ลักษณะสำคัญของ Adlershof  คือ  <br />
               1.    การที่รัฐบาลริเริ่มโครงการแล้วส่งต่อให้ภาคเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการ ด้วยแนวทางการบริหารแบบเอกชนนี้เอง ปัจจุบันมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายใน Adlershof กว่า 70% ของรายได้ต่อปีกว่า 2 พันล้านยูโร จึงมาจากภาคเอกชน<br />
               2.    จุดมุ่งหมายในการทำการวิจัย คือ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ใช้การได้มากกว่าหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ ไม่เน้นการสร้างงานวิจัยเพื่อผลงานทางวิชาการ แต่ไม่นำมาปรับใช้ หรือที่เรียกว่า ขึ้นหิ้ง<br />
               3.     การสร้างเครือข่ายจากจุดแข็งของกรุงเบอร์ลิน ในการเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสำหรับ Start-ups ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของโลก <br />
               4.    มุ่งแสวงหาผู้ประกอบการรายใหม่ (“incubees”) เพื่อนำมาบ่มเพาะกับเทคโนโลยี และร่วมมือกับ บริษัท ขนาดใหญ่ที่อาจมีการแตกหน่อทางธุรกิจใหม่ ๆ<br />
               จากการเยี่ยมศึกษาดูงานที่ Adlershof ของ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 ฝ่ายไทยได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะเรียนรู้ประสบการณ์จาก Adlershof รวมทังขยายความร่วมมือระหว่าง Adlershof กับอุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย ทั้งด้าโดยเฉพาะด้าน การวางระบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้มแข็งและมีการลงทุนด้าน R & D อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลทางธุรกิจมากที่สุด และการศึกษาโครงสร้างเครือข่าย R & D ของ Adlershof ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับผู้ประกอบการระดับ high-tech หรือ mid-tech ได้ <br />
  • สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จ เดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 18 – 24 กันยายน 2560 เพื่อขยายหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างไทยกับเยอรมนี และร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนา Green and Innovative Economy ซึ่งในปีนี้ จัดในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร
  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ Train the Trainer ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 19-24 มีนาคม 2559 ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ แก่คณะผู้บริหารและครูอาชีวะจากวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเทคนิคทั่วประเทศไทย ตามโครงการต่อยอดความร่วมมืออาชีวศึกษาไทย-เยอรมัน ประจำปี 2559 โดยผู้เชี่ยวชาญเยอรมันจากสถาบัน IRATEC เพื่อต่อยอดการถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการพัฒนาทักษะแรงงานคุณภาพและการบริหารจัดการระบบอาชีวศึกษาทวิภาคี โดยชมการสาธิตและลงมือปฏิบัติจริงตามหัวข้อต่างๆ และเยี่ยมชมศูนย์ฝึกงานของบริษัทเยอรมันด้วย<br />
    <br />
    ในโอกาสที่ พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางเยือนกรุงเบอร์ลิน เพื่อเข้าร่วมการประชุม Berlin Energy Transition Dialogue เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 รัฐมนตรีฯ ในฐานะอดีตสมาชิก สนช. คณะกรรมาธิการด้านการศึกษาและการกีฬา จึงได้ให้คณะครูอาชีวะ ที่เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ Train the Trainer ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 19-24 มีนาคม 2559 ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน เข้าพบและให้โอวาทแก่คณะ โดยกล่าวว่า รัฐบาลได้ตั้งเป้าปฏิรูปอาชีวศึกษา เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ มีงานทำ มีศักดิ์ศรีและมีคุณค่าในสังคม อาชีวศึกษาและพลังงานทดแทนเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกหนีกันได้ จึงขอให้ทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง ปัจจุบัน นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ การตั้งนิคมอุตสาหกรรม และส่งเสริมการลงทุนในสาขาต่างๆ ในหลายจังหวัด จะช่วยให้มีการจ้างงานอีกมาก หากไทยมีบุคลากรคุณภาพ จะสามารถพัฒนาเป็นประเทศต้นน้ำและปลายน้ำที่ดีได้ ในช่วงท้าย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้บรรยายสรุปกิจกรรมที่ผ่านมาของสถานเอกอัครราชทูตฯ และแนวทางความร่วมมือไทย-เยอรมันในอนาคต โดยเฉพาะการจัดทำหลักสูตรการฝึกงานของนักศึกษา และหลักสูตรการพัฒนาครูฝึก/ครูช่างในสถานประกอบการ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ