กล้วยยังคงเป็นสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญของ สปป. ลาว
ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว ระบุว่า มูลค่าการส่งออกกล้วยของ สปป. ลาวไปยังจีน และไทยปี 2562
อยู่ที่ 198 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากมูลค่าส่งออกปี 2560 และ 2561 ซึ่งอยู่ที่ 167.9 และ 112 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ
การเพิ่มขึ้นของมูลค่าการส่งออกกล้วยของ สปป. ลาวสืบเนื่องจากการปลูกกล้วยผ่านระบบ contract farming
สินค้าเกษตรส่งออกสำคัญอื่น ๆ ของ สปป. ลาว ได้แก่ มันสำปะหลัง กาแฟดิบ ยางพารา ข้าวโพด และข้าว
แม้ว่าการส่งออกกล้วยจะทำรายได้สูงให้ สปป. ลาว และสามารถสร้างงานและรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น แต่ในขณะเดียวกัน
ก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากรัฐบาลขาดการจัดการที่ดิน การควบคุมการจดทะเบียนธุรกิจ และการส่งเสริมการลงทุน
การจัดการสารเคมี การป้องกันพืช การคุ้มครองผู้บริโภค และการรักษาสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ในปี 2557 รัฐบาล สปป. ลาวได้สั่งการ
ให้เจ้าแขวงทางภาคเหนือสั่งห้ามไม่ให้บุคคลหรือบริษัทเช่า/ขอสัมปทานทุ่งนา ในพื้นที่ชลประทานเพื่อทำสวนกล้วย ในปี 2558
รัฐบาล สปป. ลาวได้ออกประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้สารกำจัดวัชพืช สารกำจัดศัตรูพืช และสารเคมีอื่น ๆ ในสวนกล้วย
และในปี 2559 รัฐบาล สปป. ลาวได้ออกประกาศเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบของสวนกล้วย
โดยกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว ได้แต่งตั้งทีมงานด้านเทคนิคและผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยการเกษตรและ
ป่าไม้แห่งชาติเพื่อดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกกล้วยในแขวงพงสาลี หลวงน้ำทา บ่อแก้ว อุดมไซ หลวงพระบาง
และไซยะบูลี สืบเนื่องจากประกาศทั้งสามฉบับของรัฐบาล นอกจากนี้ รัฐบาล สปป. ลาวส่งเสริมให้ชาวสวนกล้วยทำการเกษตร
ที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและ ยาฆ่าแมลงที่ได้มาตรฐาน งดใช้สารเคมีที่รัฐบาลสั่งห้าม
โดยเฉพาะ Paraquat และ DDT
การประกาศยุติการจัดสรรที่ดินใหม่สำหรับการทำสวนกล้วยและสั่งปิดบริษัทที่ละเมิดกฎระเบียบของรัฐบาล สปป. ลาว
ส่งผลให้จำนวนนักลงทุนในสวนกล้วยลดลงหลังจาก 117 บริษัท บนพื้นที่ 26,177 เฮกตาร์ ในปี 2559 - 2560
เหลือ 90 บริษัท บนพื้นที่ 20,408 เฮกตาร์
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 27 ก.พ. 2563
ข้อมูลเพิ่มเติม
ในปี 2562 กล้วยเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของ สปป. ลาว จัดอยู่อันดับที่ 11 (รวมไฟฟ้า) มูลค่า 197,842,324 ดอลลาร์สหรัฐ
และจัดเป็นอันดับ 1 ของสินค้าเกษตรส่งออก โดยส่งออกไปจีนมากที่สุด มูลค่า 185,630,768 ดอลลาร์สหรัฐ รองลงมา
คือ ไทย มูลค่า 7,005,250 ดอลลาร์สหรัฐ และเวียดนาม มูลค่า 5,206,306 ดอลลาร์สหรัฐ
6 มีนาคม 2563
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
