สปป. ลาวศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบ smart card สำหรับแรงงานต่างประเทศใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2563 นางอานุสอน คำสิงสะหวัด หัวหน้ากรมพัฒนาฝีมือแรงงานและจัดหางาน กระทรวงแรงงานและ
สวัสดิการสังคม สปป. ลาว และนายสุกสาคอน ใสทิลาด ประธานบริษัท Epapa Investment Sole จำกัด ได้ร่วมลงนาม MOU
ว่าด้วยการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบโปรแกรมฐานข้อมูลการ ออกใบอนุญาตทำงานให้แรงงานต่างประเทศ
ใน สปป. ลาว (smart card) โดยมี ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานฯ และผู้แทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน
ในแต่ละปีกระทรวงแรงงานฯ ลาวได้อนุญาตให้แรงงานต่างประเทศเข้ามาทำงานใน สปป. ลาว ในภาคการผลิตและการบริการ
ตามความต้องการของผู้ประกอบการภายในประเทศเพื่อให้ภาคธุรกิจขยายตัว โดยในปี 2562 กระทรวงแรงงานฯ ลาวได้อนุมัติ
โควต้านำเข้าแรงงานต่างประเทศ 65,000 คน และ 60,000 คน ในปี 2563 หน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่นสามารถอนุมัติ
ให้แรงงานต่างประเทศเข้ามาทำงานใน สปป. ลาว โดยที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานฯ จะเป็นผู้อนุมัติโควต้าการนำเข้าแรงงาน
ต่างประเทศตามการเสนอของหน่วยงานด้านแรงงาน ซึ่งจำนวนโควต้าทั้งหมดจะได้รับการอนุมัติจากฝ่ายบริหารของกระทรวงแรงงานฯ
จากนั้นแผนกแรงงานและสวัสดิการสังคมแขวงและนครหลวงเวียงจันทน์ และศูนย์บริการจัดหางานจะเป็นผู้อนุญาตการนำเข้าแรงงาน
รวมทั้งการออกใบอนุญาตและต่อใบอนุญาตทำงานให้แรงงานต่างประเทศที่อยู่ภายใต้ขอบเขตความรับผิดชอบของตน ปัจจุบัน
ระบบโปรแกรมการอนุญาตนำเข้าแรงงานและออกใบอนุญาตทำงานยังไม่สามารถใช้งานในรูปแบบออนไลน์เพื่อเชื่อมโยง
ฐานข้อมูลระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่นได้ จึงไม่สะดวกในการติดตามและตรวจสอบ
ดังนั้น การพัฒนาระบบโปรแกรมฐานข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการอนุมัติโควตาการใช้และ ออกใบอนุญาตทำงาน
ให้แรงงานต่างประเทศใน สปป. ลาวในรูปแบบทันสมัย โดยจะสามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถ
ติดตามและตรวจสอบได้ ช่วยให้การอนุญาตให้แรงงานต่างประเทศเข้ามาทำงานใน สปป. ลาว มีความสะดวก รวดเร็ว
โปร่งใส และตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจยิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถนำข้อมูลจากระบบมาวิเคราะห์หรือวิจัย
ด้านแรงงาน การศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนพัฒนาระบบดังกล่าวจะใช้เวลา 1 ปี โดยทั้งสองฝ่ายจะแต่งตั้ง
เจ้าหน้าที่เพื่อประสานงาน และเก็บข้อมูลกับแผนกแรงงานฯ แขวง นครหลวงเวียงจันทน์ และศูนย์บริการจัดหางาน
ด้านแรงงาน การศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนพัฒนาระบบดังกล่าวจะใช้เวลา 1 ปี โดยทั้งสองฝ่ายจะแต่งตั้ง
เจ้าหน้าที่เพื่อประสานงาน และเก็บข้อมูลกับแผนกแรงงานฯ แขวง นครหลวงเวียงจันทน์ และศูนย์บริการจัดหางาน
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะนำข้อมูลที่ได้รับมาใช้กำหนดรูปแบบการพัฒนาโปรแกรมฐานข้อมูลต่อไป
ที่มา: นสพ. เวียงจันทน์ใหม่ วันที่ 19 ต.ค. 2563
ที่มา: นสพ. เวียงจันทน์ใหม่ วันที่ 19 ต.ค. 2563
30 ตุลาคม 2563
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
