รัฐบาล สปป. ลาวคาด GDP ลาวปี 2563 จะขยายตัวร้อยละ 3.3
ตามรายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาลในช่วงเดือน ม.ค. – ก.ย. 2563 ของนายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว
ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 10 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 8 เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2563 มีประเด็นการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ ดังนี้
รัฐบาล สปป. ลาว คาดว่าปี 2563 GDP ของ สปป. ลาวจะอยู่ที่ร้อยละ 3.3 (แผนปรับแก้ลดลงเหลือ ร้อยละ 3.3 – 3.6 จากเดิมคาดว่า
ร้อยละ 6.5) หรือประมาณ 173,138 พันล้านกีบ (18,721 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยภาคเกษตรกรรมขยายตัวตามแผนปรับแก้ร้อยละ 2.3
คิดเป็นร้อยละ 16.6 ของ GDP ภาคอุตสาหกรรมขยายตัว ร้อยละ 9.8 คิดเป็นร้อยละ 39.5 ของ GDP (ขยายตัวมากกว่าแผนปรับแก้
ที่กำหนดร้อยละ 1.7) เนื่องจาก สปป. ลาวประสบความท้าทายด้านเศรษฐกิจมหภาคมายาวนาน ประกอบกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น
อย่างต่อเนื่อง และการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินการตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคม และ อาจทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
ด้านการนำเข้าและส่งออก สปป. ลาวมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้า 75,267 พันล้านกีบ (8,138 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
คิดเป็นร้อยละ 67.79 ของแผนปรับแก้ (ลดลงร้อยละ 5.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา) ประกอบด้วยมูลค่าการส่งออก
4,278 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 70.84 ของแผนปรับแก้ (6,039 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมูลค่าการนำเข้า 3,824 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
คิดเป็นร้อยละ 64.68 ของแผนปรับแก้ (5,912 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยได้ดุลการค้า 454 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (แผนระบุให้ได้ดุลการค้า
127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และคาดว่าทั้งปีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกจะสามารถบรรลุตามแผนปรับแก้ที่ 11,951 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้านการหมุนเวียนของสินค้าภายในประเทศ มีมูลค่า 45,967 พันล้านกีบ (4,970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 70.34 ของแผนปรับแก้
เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.73 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และคาดว่าทั้งปีจะสามารถบรรลุได้ตามแผนปรับแก้ 65,347.02 พันล้านกีบ
(7,066 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) นอกจากนี้ รัฐบาลได้ติดตามและแก้ไขอุปสรรคในช่วงปิดด่านพรมแดนเพื่อช่วยให้การขนส่งสินค้าสามารถ
ดำเนินไปได้ตามปกติ รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และควบคุมราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการ
ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19
ด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า สปป. ลาวสามารถผลิตได้ 29,787 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง มูลค่า15,395 พันล้านกีบ (1,664 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
คิดเป็นร้อยละ 71.85 ของแผนปรับแก้ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 34 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ของปีที่ผ่านมา) และคาดว่าทั้งปีจะสามารถผลิตได้
40,621 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง มูลค่าประมาณ 20,964 พันล้านกีบ (2,266 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ด้านเหมืองแร่สามารถผลิตได้ 10,851 พันล้านกีบ
(1,173 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยคาดว่าจะสามารถปฏิบัติได้ตามแผนปรับแก้
ด้านงบประมาณรายรับเมื่อเดือน ก.ย. 2563 มีรายรับ 14,674 พันล้านกีบ (1,586 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 64.57 ของแผนปรับแก้
ด้านการนำเข้าและส่งออก สปป. ลาวมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้า 75,267 พันล้านกีบ (8,138 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
คิดเป็นร้อยละ 67.79 ของแผนปรับแก้ (ลดลงร้อยละ 5.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา) ประกอบด้วยมูลค่าการส่งออก
4,278 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 70.84 ของแผนปรับแก้ (6,039 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมูลค่าการนำเข้า 3,824 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
คิดเป็นร้อยละ 64.68 ของแผนปรับแก้ (5,912 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยได้ดุลการค้า 454 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (แผนระบุให้ได้ดุลการค้า
127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และคาดว่าทั้งปีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกจะสามารถบรรลุตามแผนปรับแก้ที่ 11,951 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้านการหมุนเวียนของสินค้าภายในประเทศ มีมูลค่า 45,967 พันล้านกีบ (4,970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 70.34 ของแผนปรับแก้
เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.73 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และคาดว่าทั้งปีจะสามารถบรรลุได้ตามแผนปรับแก้ 65,347.02 พันล้านกีบ
(7,066 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) นอกจากนี้ รัฐบาลได้ติดตามและแก้ไขอุปสรรคในช่วงปิดด่านพรมแดนเพื่อช่วยให้การขนส่งสินค้าสามารถ
ดำเนินไปได้ตามปกติ รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และควบคุมราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการ
ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19
ด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า สปป. ลาวสามารถผลิตได้ 29,787 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง มูลค่า15,395 พันล้านกีบ (1,664 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
คิดเป็นร้อยละ 71.85 ของแผนปรับแก้ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 34 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ของปีที่ผ่านมา) และคาดว่าทั้งปีจะสามารถผลิตได้
40,621 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง มูลค่าประมาณ 20,964 พันล้านกีบ (2,266 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ด้านเหมืองแร่สามารถผลิตได้ 10,851 พันล้านกีบ
(1,173 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยคาดว่าจะสามารถปฏิบัติได้ตามแผนปรับแก้
ด้านงบประมาณรายรับเมื่อเดือน ก.ย. 2563 มีรายรับ 14,674 พันล้านกีบ (1,586 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 64.57 ของแผนปรับแก้
และคาดว่าทั้งปีจะมีตัวเลขรายรับตามแผนปรับแก้ ทั้งนี้ สปป. ลาวขาดดุล 3,228 พันล้านกีบ (349 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยคาดว่า
จะระดมทุนให้สร้างดุลและชำระหนี้ต่างประเทศให้ทันตามกำหนดเวลา
ที่มา: เว็บไซต์ นสพ. เวียงจันทน์ใหม่ วันที่ 27 ต.ค. 2563
https://v2.vientianemai.net/archives/11068
จะระดมทุนให้สร้างดุลและชำระหนี้ต่างประเทศให้ทันตามกำหนดเวลา
ที่มา: เว็บไซต์ นสพ. เวียงจันทน์ใหม่ วันที่ 27 ต.ค. 2563
https://v2.vientianemai.net/archives/11068
6 พฤศจิกายน 2563
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
