จีนลงทุนในโครงการสำรวจ ขุดค้น และแปรรูปแร่เหล็กในแขวงไซสมบูน
เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2564 พล.จ. คำมี หล้าบุนทัน หัวหน้ากรมเศรษฐกิจ กระทรวงป้องกันประเทศ สปป. ลาว นายอักคะเดด พิลาพันเดด
ประธานบริษัท อัญมณี อสังหาริมทรัพย์ จำกัดผู้เดียว และนายหลิว อี้ ประธานวิสาหกิจหุ้นส่วนจำกัด ลาวเยินอี ร่วมมือการค้า
ได้ลงนาม MOA โครงการสำรวจ ขุดค้น และแปรรูป แร่เหล็กที่บ้านก่อไฮ เมืองอานุวง และบ้านโพนโฮม เมืองท่าโทม แขวงไซสมบูน
โดยมี พล.ต. อ่อนสี แสนสุก รองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป. ลาว เป็นสักขีพยานและมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจด้านเหมืองแร่ตามแนวทางการพัฒนาสีเขียว และยั่งยืนของ สปป. ลาว
ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับงานป้องกันชาติและรักษาความสงบ และเป็นส่วนหนึ่งใน การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ สปป. ลาว
ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 20 ปี และสามารถต่อได้ครั้งละ 10 ปี มีมูลค่าการลงทุน 6.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทุนจดทะเบียน
6.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีพื้นที่ทั้งหมด 13.28 ตารางเมตร โดยบริษัท อัญมณีฯ และวิสาหกิจหุ้นส่วนจำกัด ลาวเยินอีฯ
เป็นผู้รับผิดชอบร้อยละ 100
ที่มา: เว็บไซต์ นสพ. ประชาชน วันที่ 25 ม.ค. 2564
http://www.pasaxon.org.la/pasaxon-detail.php?p_id=3131&act=economic-detail
ข้อมูลเพิ่มเติม
แขวงไซสมบูนเป็นหนึ่งในแขวงที่มีศักยภาพด้านแร่ธาตุของ สปป. ลาว ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา มีโครงการ ลงทุนระหว่างนักลงทุนจีน
กับลาวในโครงการแปรรูปเหล็กและทองที่เมืองล่องแจ้งและเมืองอานุวง แขวงไซสมบูน รวม 10 โครงการ บนพื้นที่ประมาณ 400 - 500
ตารางเมตร โดยโครงการทั้งหมดได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล สปป. ลาว และอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและสำรวจ เพื่อจัดทำการศึกษา
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ คาดว่า แขวงไซสมบูนจะมีรายได้จากการจ่ายค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ประมาณ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีต่อโครงการ
แขวงไซสมบูนเป็นหนึ่งในแขวงที่มีศักยภาพด้านแร่ธาตุของ สปป. ลาว ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา มีโครงการ ลงทุนระหว่างนักลงทุนจีน
กับลาวในโครงการแปรรูปเหล็กและทองที่เมืองล่องแจ้งและเมืองอานุวง แขวงไซสมบูน รวม 10 โครงการ บนพื้นที่ประมาณ 400 - 500
ตารางเมตร โดยโครงการทั้งหมดได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล สปป. ลาว และอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและสำรวจ เพื่อจัดทำการศึกษา
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ คาดว่า แขวงไซสมบูนจะมีรายได้จากการจ่ายค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ประมาณ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีต่อโครงการ
11 กุมภาพันธ์ 2564
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
