รัฐบาล สปป. ลาวปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อปฏิรูปวิสาหกิจของรัฐ
ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว กล่าวว่า สปป. ลาวจำเป็น
ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการปฏิรูปวิสาหกิจของรัฐเพื่อให้สามารถสร้างกำไรและเพิ่มบทบาทในระบบเศรษฐกิจ
ดังนั้น จึงควรพิจารณาว่าวิสาหกิจใดสามารถสร้างรายรับให้กับรัฐบาลเพื่อรัฐบาล สปป. ลาวจะยังคงถือครองวิสาหกิจ
ร้อยละ 100 หรือวิสาหกิจใดควรเปลี่ยนเป็นกิจการร่วมค้า (joint venture) หรือควรขายให้กับภาคเอกชน รวมถึงการปรับปรุง
โครงสร้างและบุคลากรในองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่ง โดยเฉพาะการจัดจ้างผู้จัดการที่มีความสามารถและประสบการณ์
เพื่อให้วิสาหกิจสามารถดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ในปี 2561 สปป. ลาวมีวิสาหกิจของรัฐกว่า 100 แห่ง รวมทรัพย์สินกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รัฐวิสาหกิจที่สำคัญ ได้แก่
รัฐวิสาหกิจการบินลาว รัฐวิสาหกิจน้ำมันเชื้อไฟลาว และรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว
นักวิจารณ์หลายท่านเห็นว่า ที่ผ่านมาวิสาหกิจของรัฐยังขาดประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้ง ขาดทักษะการจัดการ
จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้วิสาหกิจขาดทุน สถานประกอบการบางแห่งจ้างคนมากเกินความจำเป็น
อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจในรูปแบบกิจการร่วมค้าจะช่วยให้วิสาหกิจของรัฐได้รับประโยชน์ จากประสบการณ์ของพันธมิตร
ทางธุรกิจทั้งภายในและต่างประเทศ นอกจากนี้ การระบาดของโรคโควิด 19 ยังส่งผลกระทบต่อภาคเอกชน รวมถึงวิสาหกิจของรัฐ
ดังนั้นรัฐบาล สปป. ลาวจำเป็นปฏิรูปเพื่อให้การดำเนินงาน มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ดร. สอนไซฯ ยังได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในภาคการเงินเพื่อให้ประชาชนสามารถจ่ายภาษี
ทำธุรกรรมทางการเงินทางแบบออนไลน์ และยังช่วยให้รัฐบาลอุดช่องโหว่ที่ทำให้เกิดการรั่วไหลทางการเงิน ในขณะเดียวกัน
ยังทำให้วิสาหกิจและบุคคลทั่วไปหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีได้ยากขึ้น
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 4 พ.ค. 2564
ดร. สอนไซฯ ยังได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในภาคการเงินเพื่อให้ประชาชนสามารถจ่ายภาษี
ทำธุรกรรมทางการเงินทางแบบออนไลน์ และยังช่วยให้รัฐบาลอุดช่องโหว่ที่ทำให้เกิดการรั่วไหลทางการเงิน ในขณะเดียวกัน
ยังทำให้วิสาหกิจและบุคคลทั่วไปหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีได้ยากขึ้น
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 4 พ.ค. 2564
14 พฤษภาคม 2564
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
