สปป. ลาวเตรียมประกาศใช้นโยบายอุตสาหกรรมสีเขียวช่วงปี 2564 - 2565
เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2564 นายบัววัน วิละวง หัวหน้ากรมอุตสาหกรรมและหัตถกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว
และนาย Christophe Assicot รองหัวหน้าสถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก (Global Green Growth Institute: GGGI)
ประจำ สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมประกาศใช้นโยบายอุตสาหกรรมสีเขียวของ สปป. ลาว โดยมีรองหัวหน้ากรม
ผู้แทนจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม โดยการประชุมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมอุตสาหกรรมและหัตถกรรม
กระทรวงอุตสาหกรรมฯ GGGI และกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund: GCF)
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อปรึกษาหารือและระดมความคิดเพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมประกาศใช้นโยบายสีเขียว ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน
ให้ผู้ประกอบการและเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับอุตสาหกรรมสีเขียว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแปรรูป อีกทั้งหลายประเทศเริ่มมีการพัฒนา
และกำหนดแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมสีเขียวแบบยั่งยืน อย่างไรก็ตาม สปป. ลาวยังจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาสำคัญหลายประการ เช่น
การสร้างกลไกประสานงานเพื่อให้ภาครัฐ สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติ สมาคม และภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย
การเสริมสร้างองค์ความรู้และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสะอาดในภาคอุตสาหกรรม การสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโอกาส
ทางเศรษฐกิจ การสร้างรูปแบบธุรกิจโดยใช้นวัตกรรมใหม่และเทคโนโลยีเพื่อให้เกิด การพัฒนาที่ยั่งยืน การส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน
ภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้นโยบายอุตสาหกรรมสีเขียวสามารถเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคเอกชนอย่างยั่งยืน
โดยจัดทำเป็นแผนงานที่ละเอียดเพื่อให้การดำเนินโยบายดังกล่าวเกิดประสิทธิผล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำผลการประชุมครั้งนี้
ไปเป็นข้อมูลประกอบการร่างนโยบายอุตสาหกรรมสีเขียวของ สปป. ลาว โดยคาดว่านโยบายดังกล่าวจะได้รับการรับรองและ
ประกาศใช้ในช่วงปี 2564 – 2565
ปัจจุบัน สปป. ลาวมีโรงงานปูนซีเมนต์ทั้งหมด 20 แห่ง มีความสามารถในการผลิต 16,835.5 ตันต่อปี สามารถสร้างงานให้ประชาชนกว่า
2,900 คน อย่างไรก็ตาม โรงงานปูนซีเมนต์ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลักใน การผลิตทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกเป็นจำนวนมาก
ในอนาคตอาจพิจารณาทางเลือกอื่นเพื่อลดการใช้ถ่านหินและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การใช้สิ่งเหลือใช้จากชุมชน
และโรงงานประเภทอื่น ๆ เพื่อพัฒนาเป็นเชื้อเพลิง โดยอาจใช้การผสมระหว่างถ่านหินกับสิ่งเหลือใช้ในอัตราส่วนที่เหมาะสม
ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาขยะตกค้าง เนื่องจากปัจจุบัน สปป. ลาวยังไม่มีระบบการกำจัดและบำบัดขยะอันตรายที่เหมาะสม
ทั้งนี้ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางสีเขียวและยั่งยืน
ที่มา: เว็บไซต์ นสพ. เศรษฐกิจการค้า วันที่ 27 ก.ค. 2564
https://laoedaily.com.la/2021/07/27/99831/
6 สิงหาคม 2564
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
