รัฐบาล สปป. ลาวเร่งส่งเสริมการเลี้ยงโคเพื่อส่งออกไปจีน
เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2564 นางวิไลพอน วอละพิม หัวหน้ากรมเลี้ยงสัตว์และการประมง กระทรวงกสิกรรม และป่าไม้ สปป. ลาว
เป็นประธานการประชุมเผยแพร่และขยายโครงการเลี้ยงโคทั่วประเทศเพื่อการส่งออก ผ่านระบบทางไกล โดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อเผยแพร่โครงการผลิตโคเชิงพาณิชย์ เผยแพร่กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และปรึกษาหารือเกี่ยวกับมาตรการในการวางแผน
ดำเนินโครงงาน โดยมีเจ้าหน้าที่จากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ปัจจุบันรัฐบาล สปป. ลาวส่งเสริมให้เกษตรกรในทั้ง 18 แขวงเลี้ยงโคเพื่อส่งออกเนื่องจากความต้องการ ของจีนที่เพิ่มขึ้น
โดยสามารถใช้ประโยชน์ในการขนส่งปศุสัตว์ทางรถไฟลาว – จีนที่จะเปิดใช้ในเดือน ธ.ค. 2564 โครงการเลี้ยงโคเพื่อการส่งออก
มีระยะเวลาการดำเนินการ 8 ปี ระหว่างปี 2564 – 2571 โดยใช้เงินลงทุน 1,765 พันล้านกีบ ประกอบด้วยทุนคงที่ 90.1 พันล้านกีบ
และทุนหมุนเวียน 1,674 พันล้านกีบ โดยตั้งเป้าจะเลี้ยงโคที่ได้มาตรฐานให้ได้ 50,000 ตัวต่อปีในปีที่ 3 และสร้างฟาร์มพ่อแม่พันธุ์โค
100 แห่ง เพื่อออกลูกให้ได้ประมาณ 500 ตัวต่อรอบ ซึ่งคาดว่า สปป. ลาวจะสามารถเลี้ยงโคได้ 50,000 ตัวต่อปี คิดเป็นมูลค่า
251 พันล้านกีบต่อปี การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวและจีน ซึ่ง สปป. ลาวได้รับโควตา
การส่งออก โคและกระบือ 500,000 ตัวไปจีนจากรัฐบาลจีน
โอกาสและความท้าทายสำหรับผู้เลี้ยงโคและกระบือ คือ ต้องเลี้ยงให้ได้ตามความต้องการของจีนทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ
ทั้งนี้ การส่งออกโคไปจีนสามารถสร้างรายได้มหาศาลไม่เพียงแต่กับผู้ผลิตและเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศชาติอีกด้วย
จีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการส่งออกสินค้าของ สปป. ลาว โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ในปี 2558 - 2562 มูลค่าการส่งออก
ของ สปป. ลาวไปยังจีนเพิ่มขึ้นกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
เมื่อเดือน มิ.ย. 2564 กระทรวงกสิกรรมฯ ได้ออกคำสั่งเกี่ยวกับการส่งเสริมการเลี้ยงโคและกระบือเพื่อส่งออกไปจีนให้มากขึ้น
โดยมอบหมายให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรและผู้เลี้ยงทราบเกี่ยวกับการเปิดตลาดโคอย่างเป็นทางการ
และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเลี้ยงโคให้ได้ตามเงื่อนไขในข้อกำหนด เช่น โคต้องมีอายุไม่เกิน 4 ปี น้ำหนัก 350 กิโลกรัมขึ้นไป
ซึ่งหมายความว่าผู้ประกอบการจะต้องลงทุนเลี้ยงโคให้เป็นไปตามข้อกำหนด ด้านคุณภาพและปริมาณสำหรับการส่งออก
และปลอดโรค นอกจากนี้ ความท้าทายหลักอีกอย่างหนึ่งที่ สปป. ลาว ต้องเผชิญในการส่งเสริมการผลิตโค คือ การระบาด
ของโรคในสัตว์ โดยเฉพาะโรคปากเท้าเปื่อย
อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 10,089 กีบ
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 20 ต.ค. 2564
และทุนหมุนเวียน 1,674 พันล้านกีบ โดยตั้งเป้าจะเลี้ยงโคที่ได้มาตรฐานให้ได้ 50,000 ตัวต่อปีในปีที่ 3 และสร้างฟาร์มพ่อแม่พันธุ์โค
100 แห่ง เพื่อออกลูกให้ได้ประมาณ 500 ตัวต่อรอบ ซึ่งคาดว่า สปป. ลาวจะสามารถเลี้ยงโคได้ 50,000 ตัวต่อปี คิดเป็นมูลค่า
251 พันล้านกีบต่อปี การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวและจีน ซึ่ง สปป. ลาวได้รับโควตา
การส่งออก โคและกระบือ 500,000 ตัวไปจีนจากรัฐบาลจีน
โอกาสและความท้าทายสำหรับผู้เลี้ยงโคและกระบือ คือ ต้องเลี้ยงให้ได้ตามความต้องการของจีนทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ
ทั้งนี้ การส่งออกโคไปจีนสามารถสร้างรายได้มหาศาลไม่เพียงแต่กับผู้ผลิตและเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศชาติอีกด้วย
จีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการส่งออกสินค้าของ สปป. ลาว โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ในปี 2558 - 2562 มูลค่าการส่งออก
ของ สปป. ลาวไปยังจีนเพิ่มขึ้นกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
เมื่อเดือน มิ.ย. 2564 กระทรวงกสิกรรมฯ ได้ออกคำสั่งเกี่ยวกับการส่งเสริมการเลี้ยงโคและกระบือเพื่อส่งออกไปจีนให้มากขึ้น
โดยมอบหมายให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรและผู้เลี้ยงทราบเกี่ยวกับการเปิดตลาดโคอย่างเป็นทางการ
และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเลี้ยงโคให้ได้ตามเงื่อนไขในข้อกำหนด เช่น โคต้องมีอายุไม่เกิน 4 ปี น้ำหนัก 350 กิโลกรัมขึ้นไป
ซึ่งหมายความว่าผู้ประกอบการจะต้องลงทุนเลี้ยงโคให้เป็นไปตามข้อกำหนด ด้านคุณภาพและปริมาณสำหรับการส่งออก
และปลอดโรค นอกจากนี้ ความท้าทายหลักอีกอย่างหนึ่งที่ สปป. ลาว ต้องเผชิญในการส่งเสริมการผลิตโค คือ การระบาด
ของโรคในสัตว์ โดยเฉพาะโรคปากเท้าเปื่อย
อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 10,089 กีบ
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 20 ต.ค. 2564
29 ตุลาคม 2564
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
