รัฐบาล สปป. ลาวตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนมูลค่า 43.95 ล้านล้านกีบในปี 2565
เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและ การลงทุน สปป. ลาว
เป็นประธานการประชุมสรุปแผนการ การลงทุน และการเงิน ประจำปี 2564 และแนวโน้ม ปี 2565 โดยมี นายพันคำ วิพาวัน
นายกรัฐมนตรี รองรัฐมนตรี หัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม และเจ้าหน้าที่ ของกระทรวงแผนการฯ เข้าร่วม
ดร. สอนไซฯ กล่าวรายงานว่า ในปี 2565 รัฐบาลจะร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อดึงดูดการลงทุน มูลค่าทั้งหมด 43.95 ล้าน
ล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 22.87 ของ GDP ประกอบด้วย การลงทุนของรัฐมีมูลค่าทั้งหมด 3.95 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 8.99
ของโครงการที่รัฐบาลลงทุนทั้งหมด โครงการช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา (ODA) มูลค่า 6.75 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 15.36
ของโครงการที่รัฐบาลลงทุนทั้งหมด โครงการลงทุนของภาคเอกชนภายในและต่างประเทศมูลค่า 29.42 ล้านล้านกีบ
คิดเป็นร้อยละ 66.93 ของโครงการที่รัฐบาลลงทุนทั้งหมด และ การลงทุนจากแหล่งอื่นมูลค่า 3.83 ล้านล้านกีบคิดเป็น
ร้อยละ 8.71 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด
แม้ว่าการดำเนินตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของ สปป. ลาวยังเผชิญกับความท้าทาย หลายด้านเนื่องจาก
ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายในต่าง ๆ แต่ก็มีความคืบหน้าในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่สำคัญหลายฉบับ
โดยเฉพาะกฎหมายว่าด้วยการจัดเก็บภาษี กฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กฎหมายสรรพสามิต กฎหมายว่าด้วยงบประมาณ
และกฎหมายอื่น ๆ ที่ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการจัดเก็บรายได้
สำหรับปี 2565 รัฐบาล สปป. ลาว คาดว่า GDP จะขยายตัวอย่างน้อยร้อยละ 4.5 โดยแบ่งเป็นภาคการเกษตร ร้อยละ 2.7
(คิดเป็นร้อยละ 16.7 ของ GDP) ภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 5.3 (คิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP) ภาคการบริการร้อยละ 4.5
(คิดเป็นร้อยละ 38.9 ของ GDP) และการเก็บภาษีอากรร้อยละ 4 (คิดเป็นร้อยละ 10.4 ของ GDP) โดยจะมุ่งเน้นที่การดำเนินการ
ตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และงบประมาณการคลังสำหรับปี 2565
ในโอกาสนี้ นายพันคำฯ นายกรัฐมนตรี ยังได้เน้นย้ำต่อที่ประชุมว่า หากภาควิสาหกิจหรือธุรกิจใด ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
แต่ไม่มีผลกำไรหรือก่อหนี้เพิ่มเติม ควรที่จะพิจารณายุติการดำเนินการ หรือหาทางแก้ไขเพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มหนี้ให้กับภาครัฐ
และยังได้เรียกร้องให้มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อม ในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้ภาคเอกชนได้รับประโยชน์จากการเชื่อมโยง
ทางรถไฟลาว-จีนและเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ
อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 10,985 กีบ
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 16 ธ.ค. 2564
24 ธันวาคม 2564
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
