ปี 2564 ลาวส่งออกสินค้าเกษตรกว่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานต่อที่ประชุม
รัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 ว่า ปี 2564 สปป. ลาวมีรายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรกว่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
คิดเป็นร้อยละ 82 ของตัวเลขที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ในปี 2564 โดยแบ่งออกเป็นการส่งออกกล้วย 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ยางพารา 214 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มันสำปะหลัง 196 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แตงโม 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอ้อย
25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ มีการส่งออกโคและกระบือกว่า 8,100 ตัว คิดเป็นมูลค่า 33,900 ล้านกีบ ซึ่งรวมถึงการส่งออก โคและกระบือไปจีน
เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการตามข้อกำหนดเงื่อนไขด้านสุขอนามัย ซึ่งกระทรวงกสิกรรม และป่าไม้ สปป. ลาว และสำนักงาน
ศุลกากรจีน (GACC) ได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2562 และการส่งออกภายใต้โควตาส่งออกสัตว์ใหญ่จาก สปป. ลาว
ไปจีน (จำนวน 500,000 ตัว) จำนวน 2,013 ตัว แบ่งออกเป็นโค 1,992 ตัวและกระบือ 21 ตัว
อย่างไรก็ตาม สปป. ลาว ยังไม่สามารถส่งออกสัตว์ใหญ่ดังกล่าวได้ตามโควตา เนื่องจากผลกระทบจาก การบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ
ในการป้องกันการระบาดใหญ่ของโควิด-19 รวมทั้งเกษตรกรต้องเผชิญกับความท้าทาย ในการเลี้ยงโคและกระบือ โดยเฉพาะ
การเกิดโรคระบาด Lumpy Skin ในโค นับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2564 ส่งผลให้ ฝ่ายจีนห้ามนำเข้าโคและผลิตภัณฑ์จาก สปป. ลาว
ทั้งนี้ ปัจจุบัน สปป. ลาว สามารถควบคุมโรคระบาดในสัตว์ดังกล่าวได้แล้ว และอยู่ระหว่างรายงานองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่าง
ประเทศ (OIE) เพื่อให้ปรับ สปป. ลาว ออกจากบัญชีประเทศที่กำลังมีการระบาดของโรคดังกล่าว และรัฐบาล สปป. ลาวอยู่ระหว่าง
การเจรจากับจีน เพื่อทบทวนการส่งออกโค รวมทั้งการปฏิบัติตามข้อกำหนดเงื่อนไขด้านสุขอนามัยพืชและสัตว์ในการส่งออกไปจีน
ในปี 2564 รัฐบาล สปป. ลาวและแขวงต่าง ๆ ได้ผลักดันให้เกษตรกรเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการจัดหาตลาด
ภายในประเทศและโรงงานแปรรูป โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการปศุสัตว์เพื่อการส่งออก และเพิ่มการผลิตสินค้าเกษตร
เพื่อลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการแก้ไขปัญหาตามวาระแห่งชาติว่าด้วย
การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเปิดใช้รถไฟลาว-จีนจะช่วยเร่งให้การส่งออกสินค้าเกษตร
และช่วยกระตุ้นมูลค่าการค้าระหว่างลาวและจีนมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ สินค้าประเภทผักและผลไม้ต่าง ๆ ที่ปลูกใน สปป. ลาวได้รับการจัดลำดับความสำคัญเพื่อส่งออก ให้กับจีน โดยที่จีน
เป็นประเทศนำเข้าสินค้าเกษตรรายใหญ่จาก สปป. ลาว คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 80 ของการส่งออกของ สปป. ลาว
โดยพืชส่งออกสำคัญให้กับจีน ได้แก่ มันสำปะหลัง กล้วย แตงโม อ้อย และยาง
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 6 ม.ค. 2565 เว็บไซต์ นสพ. ประชาชน วันที่ 5 ม.ค. 2565
http://www.pasaxon.org.la/pdfs/977305-01-2022
ไปจีน (จำนวน 500,000 ตัว) จำนวน 2,013 ตัว แบ่งออกเป็นโค 1,992 ตัวและกระบือ 21 ตัว
อย่างไรก็ตาม สปป. ลาว ยังไม่สามารถส่งออกสัตว์ใหญ่ดังกล่าวได้ตามโควตา เนื่องจากผลกระทบจาก การบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ
ในการป้องกันการระบาดใหญ่ของโควิด-19 รวมทั้งเกษตรกรต้องเผชิญกับความท้าทาย ในการเลี้ยงโคและกระบือ โดยเฉพาะ
การเกิดโรคระบาด Lumpy Skin ในโค นับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2564 ส่งผลให้ ฝ่ายจีนห้ามนำเข้าโคและผลิตภัณฑ์จาก สปป. ลาว
ทั้งนี้ ปัจจุบัน สปป. ลาว สามารถควบคุมโรคระบาดในสัตว์ดังกล่าวได้แล้ว และอยู่ระหว่างรายงานองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่าง
ประเทศ (OIE) เพื่อให้ปรับ สปป. ลาว ออกจากบัญชีประเทศที่กำลังมีการระบาดของโรคดังกล่าว และรัฐบาล สปป. ลาวอยู่ระหว่าง
การเจรจากับจีน เพื่อทบทวนการส่งออกโค รวมทั้งการปฏิบัติตามข้อกำหนดเงื่อนไขด้านสุขอนามัยพืชและสัตว์ในการส่งออกไปจีน
ในปี 2564 รัฐบาล สปป. ลาวและแขวงต่าง ๆ ได้ผลักดันให้เกษตรกรเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการจัดหาตลาด
ภายในประเทศและโรงงานแปรรูป โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการปศุสัตว์เพื่อการส่งออก และเพิ่มการผลิตสินค้าเกษตร
เพื่อลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการแก้ไขปัญหาตามวาระแห่งชาติว่าด้วย
การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเปิดใช้รถไฟลาว-จีนจะช่วยเร่งให้การส่งออกสินค้าเกษตร
และช่วยกระตุ้นมูลค่าการค้าระหว่างลาวและจีนมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ สินค้าประเภทผักและผลไม้ต่าง ๆ ที่ปลูกใน สปป. ลาวได้รับการจัดลำดับความสำคัญเพื่อส่งออก ให้กับจีน โดยที่จีน
เป็นประเทศนำเข้าสินค้าเกษตรรายใหญ่จาก สปป. ลาว คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 80 ของการส่งออกของ สปป. ลาว
โดยพืชส่งออกสำคัญให้กับจีน ได้แก่ มันสำปะหลัง กล้วย แตงโม อ้อย และยาง
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 6 ม.ค. 2565 เว็บไซต์ นสพ. ประชาชน วันที่ 5 ม.ค. 2565
http://www.pasaxon.org.la/pdfs/977305-01-2022
14 มกราคม 2565
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
