พิธีวางศิลาฤกษ์โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เขตนิคมอุตสาหกรรม นครหลวงเวียงจันทน์
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2565 ดร. อาดสะพังทอง สีพันดอน เจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ เข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการพัฒนา
เมืองอัจฉริยะ (Smart City) เขตนิคมอุตสาหกรรม นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมี พลโท ไอ สุลิยะแสง ประธานกลุ่มบริษัทพงสะหวัน
ผู้บริหารกลุ่มบริษัท พงสะหวัน จำกัด เจ้าเมือง รองเจ้าเมือง และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายไพบูน พงสะหวัน คณะผู้ถือหุ้นกลุ่มบริษัทพงสะหวัน จำกัด ผู้อำนวยการใหญ่ธนาคารพงสะหวัน จำกัด กล่าวว่า โครงการนี้
ริเริ่มขึ้นตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 9 (2564-2568) ของนครหลวงเวียงจันทน์ ที่มุ่งส่งเสริมและใช้เศรษฐกิจ
แบบบูรณาการในการพัฒนา เพื่อส่งเสริมการลงทุน การค้า และการท่องเที่ยวให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
รวมทั้งช่วยส่งเสริมการสร้างศักยภาพให้ฐานการผลิตของนครหลวงเวียงจันทน์ มีความเข้มแข็ง ทันสมัย สะอาด และ
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน จึงได้ลงนาม MOU เพื่อศึกษาความเป็นไปได้โครงการ
Smart City ระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์ กับกลุ่มบริษัท พงสะหวัน จำกัด เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2560
ต่อมา เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2560 เจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ ได้แต่งตั้งคณะรับผิดชอบโครงการ เพื่อเป็นผู้ชี้นำ ติดตาม ตรวจสอบ
และผลักดันการดำเนินการตาม MOU และรวบรวมข้อมูล การออกแบบ และการศึกษา ความเป็นไปได้การลงทุนพัฒนาโครงการต่าง ๆ
ในเขตนิคมอุตสาหกรรมนครหลวงเวียงจันทน์ ทั้งนี้ โครงการ Smart City ได้รับการพัฒนาขึ้นตามนโยบายการพัฒนาและขยาย
เมืองใหม่ตามแผนยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งกลุ่มบริษัทพงสะหวัน จำกัด
เมืองใหม่ตามแผนยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งกลุ่มบริษัทพงสะหวัน จำกัด
ได้รับมอบหมาย และการอนุญาตจากพรรคและรัฐบาล นครหลวงเวียงจันทน์ให้พัฒนาโครงการ Smart City บนเนื้อที่ 300 เฮกตาร์
มีมูลค่าการลงทุนทั้งหมด 580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพื้นที่ของโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเขตนิคมอุตสาหกรรม
นครหลวงเวียงจันทน์ 1,552 เฮกตาร์
ในระยะแรกจะเริ่มพัฒนาโครงการฯ บนเนื้อที่ 20 เฮกตาร์ โดยกลุ่มบริษัทพงสะหวันได้มอบหมายให้บริษัท SURBANA JURONG
ของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Temasek Holdings ดำเนินการออกแบบแผนผังการก่อสร้างโครงการฯ โดยแบ่งการพัฒนา
ออกเป็น 6 เขต ได้แก่ (1) เขตที่อยู่อาศัยและการค้า (2) เขตสาธารณะ และการขนส่งผู้โดยสาร (3) เขตการค้า โรงแรม
และการบริการต่าง ๆ (4) เขตการค้าสากล (5) เขตพื้นที่สีเขียว และ (6) เขตอุตสาหกรรมขนาดเบา
โครงการ Smart City จะเป็นโครงการเมืองทันสมัยต้นแบบโครงการแรกของ สปป. ลาว โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาพื้นที่
เป็นศูนย์รวมด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การรักษาสิ่งแวดล้อม โดยสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ถนน ระบบน้ำประปา
ไฟฟ้า โทรคมนาคมและการสื่อสาร โรงพยาบาล โรงเรียน ร้านค้าทันสมัย และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการบริหาร
จัดการพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อการพัฒนาแบบสมดุล และยั่งยืน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนา
ของนครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนลาว และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากภายในประเทศและ
ต่างประเทศให้มากขึ้นในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ลดค่าครองชีพภายใน นครหลวงเวียงจันทน์ และสร้างงานให้ประชาชน
ในนครหลวงเวียงจันทน์
ที่มา: เว็บไซต์ นสพ. เศรษฐกิจการค้า วันที่ 13 ม.ค. 2565
https://laoedaily.com.la/2022/01/13/110779/ และ Facebook Phongsavanh Bank https://fb.watch/aBXGs3RFAj/
มีมูลค่าการลงทุนทั้งหมด 580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพื้นที่ของโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเขตนิคมอุตสาหกรรม
นครหลวงเวียงจันทน์ 1,552 เฮกตาร์
ในระยะแรกจะเริ่มพัฒนาโครงการฯ บนเนื้อที่ 20 เฮกตาร์ โดยกลุ่มบริษัทพงสะหวันได้มอบหมายให้บริษัท SURBANA JURONG
ของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Temasek Holdings ดำเนินการออกแบบแผนผังการก่อสร้างโครงการฯ โดยแบ่งการพัฒนา
ออกเป็น 6 เขต ได้แก่ (1) เขตที่อยู่อาศัยและการค้า (2) เขตสาธารณะ และการขนส่งผู้โดยสาร (3) เขตการค้า โรงแรม
และการบริการต่าง ๆ (4) เขตการค้าสากล (5) เขตพื้นที่สีเขียว และ (6) เขตอุตสาหกรรมขนาดเบา
โครงการ Smart City จะเป็นโครงการเมืองทันสมัยต้นแบบโครงการแรกของ สปป. ลาว โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาพื้นที่
เป็นศูนย์รวมด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การรักษาสิ่งแวดล้อม โดยสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ถนน ระบบน้ำประปา
ไฟฟ้า โทรคมนาคมและการสื่อสาร โรงพยาบาล โรงเรียน ร้านค้าทันสมัย และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการบริหาร
จัดการพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อการพัฒนาแบบสมดุล และยั่งยืน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนา
ของนครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนลาว และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากภายในประเทศและ
ต่างประเทศให้มากขึ้นในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ลดค่าครองชีพภายใน นครหลวงเวียงจันทน์ และสร้างงานให้ประชาชน
ในนครหลวงเวียงจันทน์
ที่มา: เว็บไซต์ นสพ. เศรษฐกิจการค้า วันที่ 13 ม.ค. 2565
https://laoedaily.com.la/2022/01/13/110779/ และ Facebook Phongsavanh Bank https://fb.watch/aBXGs3RFAj/
21 มกราคม 2565
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
