การสัมมนาเรื่องการคาดการณ์ผลผลิตของสหภาพยุโรปในปี 2555

องค์กร Bruegel ได้จัดสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการคาดการณ์ผลผลิตของสหภาพยุโรปในปี 2555 เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2555 โดยมีนาย Bart van Ark (Chief Economist of the Conference Board) และนาย Werner Roger (Head of Unit, DG ECFIN) เป็นวิทยากร และมีผู้เข้าร่วมฟังจากรัฐสภายุโรป คณะกรรมาธิการยุโรป ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตต่างๆ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้    

ตามความเห็นของนาย van Ark

                    1.    อัตราการเติบโตต่อปีของความสามารถของแรงงานในการผลิต (labour productivity growth) ของโลก ลดลงจากร้อยละ 3.6 ในปี 2553 เหลือ 2.5 ในปี 2554 เนื่องจากวิกฤตการเงินในประเทศพัฒนาแล้ว และจะยังคงมีแนวโน้มลดลงต่อไปเหลือเพียงร้อยละ 2.3 ในปี 2555 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพราะอัตราการเจริญเติบโตของผลิตภาพ (productivity growth) ของประเทศกำลังพัฒนามีแนวโน้มต่ำลงประกอบกับการเพิ่มผลผลิต/ผลิตภาพ (productivity) ของประเทศพัฒนาแล้วได้ลดต่ำลงในทุกประเทศ และเห็นว่าผลิตภาพยังคงเป็นปัจจัยหลักต่อการเพิ่มระดับรายได้ต่อหัวและต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น

                    2.    การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จะต้องกระตุ้นให้ผลิตภาพการผลิตรวม (Total Factor Productivity) เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะในยุโรป เนื่องจาก productivity เป็นส่วนสำคัญของ output ซึ่งจะต้องมาชดเชยในส่วนของอัตราการจ้างงานที่ลดลง โดยเฉพาะในประเทศที่ประสบปัญหา การเพิ่ม TFP  ดังกล่าวจะต้องเน้นไปที่การพัฒนาเทคโลยีและนวัตกรรมโดย  มุ่งการลงทุนใน intangibles และทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งควรจะครอบคลุมด้านอื่นๆ นอกเหนือ จากเทคโนโลยีสารสนเทศหรือการวิจัยและพัฒนาทั่วไป เช่น การพัฒนาแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะความชำนาญเพิ่มขึ้น และการพัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น เพราะการลงทุนใน intangibles จะส่งผลให้ labour productivity growth และ TFP เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3-0.7

                    3.    การสร้างงานอย่างเดียวยังไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นให้เศรษฐกิจสหภาพฯ ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว จะต้องมุ่งไปที่การเพิ่ม productivity โดยจัดสรรทรัพยากรและการลงทุนใหม่ให้เน้นไปที่สาขาที่มีศักยภาพ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการลดรายจ่าย ทั้งนี้ การลงทุนใน intangibles จะเป็นกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาไปสู่ knowledge-based economy ด้วย     

ตามความเห็นของนาย Roger

                    1.    การถดถอยทางเศรษฐกิจของสหภาพฯ เกิดจากปัญหาวิกฤตหนี้สินภาครัฐซึ่งธนาคารเป็นผู้แบกรับอยู่ในขณะนี้ ซึ่งส่งผลทำให้หุ้นราคาตกต่ำ อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ของ Conference Board ต่ออัตราการเติบโตของ   GDP ซึ่งลดลงจากร้อยละ 1.4 ในปี 2554 เป็น 0.2 ในปี 2555 การจ้างงานจาก 0.4 เป็น  -0.5 และ productivity จาก 1.1 เป็น 0.7 ดูเหมือนจะเลวร้ายกว่าความเป็นจริงที่ DG ECFIN คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 0.5 ร้อยละ 0.0 (ไม่มีการเติบโตแต่ไม่ลดลง) และร้อยละ 0.5 (ต่ำกว่าที่ CB คาดการณ์ไว้) ตามลำดับ   

                    2.    แนวโน้มการเติบโตของ TFP ของสหภาพฯ ยังไม่น่าจะลดลงมากตามที่ CB ได้คาดการณ์ไว้ แต่ถ้าหากสหภาพฯ ไม่เพิ่มการลงทุนและจ้างงานในด้านการวิจัยและพัฒนา ก็อาจจะทำให้การเติบโตของ TFP ลดลงได้ ทั้งนี้   การไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแรงงานอาจเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการเติบโตในลักษณะถดถอยของ TFP ของสหภาพฯ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 เป็นต้นมา

                    3.    นาย Roger เห็นด้วยกับนาย Ark ว่าจำเป็นต้องปรับปรุงการจัดสรรทรัพยากรให้เน้นไปที่การลงทุนในสาขาอุตสาหกรรมที่มีความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเป็นการสร้างงานในสาขาใหม่ๆ และรักษาความสามารถในการแข่งขันของสหภาพฯ ไว้ให้ได้ นอกจากนี้ เชื่อว่าการจัดทำ FTA กับประเทศที่สามโดยเฉพาะประเทศในแถบเอเซีย จะช่วยเพิ่ม productivity ให้แก่ผู้ประกอบการสหภาพฯ เนื่องจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและลดต้นทุนการผลิต ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจให้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปโครงสร้างระบบการเงินการคลังของสหภาพฯ อาจไม่ช่วยให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่จะส่งผลดีในระยะยาว

14 กุมภาพันธ์ 2555

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ