อียูส่งร่างความตกลงการต่อต้านการค้าสินค้าปลอมแปลงให้ศาลยุโรปตีความ

คณะกรรมาธิการยุโรปของอียูตัดสินใจส่งเรื่องการต่อต้านการค้าสินค้าปลอมแปลง
(Anti-Counterfeiting Trade Agreement หรือ ACTA)ให้ศาลยุติธรรมยุโรป (European Court of Justice หรือ ECJ) พิจารณาแล้วว่า ACTA
สอดคล้องหรือขัดแย้งต่อหลักการและสนธิสัญญาและความตกลงอื่นๆ
ของสหภาพยุโรปหรือไม่ อย่างไร

สืบเนื่องจากการที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วนรวมทั้งสมาชิกรัฐสภา
ยุโรปบางกลุ่มว่า ร่างความตกลงว่าด้วยการต่อต้านการค้าสินค้าปลอมแปลง
(Anti-Counterfeiting Trade Agreement หรือ ACTA)
ที่คณะกรรมาธิการยุโรปของอียู ได้เจรจาร่วมกับประเทศอื่นๆ นั้น
มีเนื้อหาที่ขัดต่อหลักการพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชน
เนื่องจากเป็นการปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก
ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงยาและการได้รับการคุ้มครองสุขภาพจากภาครัฐ
และขัดต่อสนธิสัญญาก่อตั้งสหภาพยุโรปในหลายแง่มุม อีกทั้งการเจรจา ACTA
ที่ผ่านมาขาดความโปร่งใส
โดยเฉพาะในแง่การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชน
จึงมีการรณรงค์ให้รัฐสภายุโรปปฏิเสธการให้ความเห็นชอบต่อร่าง ACTA ดังกล่าว
ส่งผลให้รัฐสภายุโรปต้องจัดการสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องนี้และเชิญทุกฝ่ายที่
เกี่ยวข้องมาแสดงความคิดเห็น นั้น  

บัดนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้ตัดสินใจเสนอประเด็นข้อกฎหมายต่างๆ ให้ศาลยุติธรรมยุโรป (European Court of Justice หรือ ECJ) พิจารณาว่า ACTA สอดคล้องหรือขัดแย้งต่อหลักการและสนธิสัญญาและความตกลงอื่นๆ ของสหภาพยุโรปหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนของสิทธิขั้นพื้นฐานที่สหภาพยุโรปให้แก่ประชาชน (Charter of Fundamental Rights of the European Union) ในการนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าเห็นว่า การส่งเรื่องให้ ECJ พิจารณาเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากมีประชาชนนับหมื่นคนจากหลายภาคส่วนแสดงความกังวลในเรื่องดังกล่าว จึงควรที่จะให้องค์กรสูงสุดและมีความเป็นอิสระเป็นผู้ชี้ขาดในเรื่องนี้ และหวังว่ารัฐสภายุโรปจะรอฟังผลคำวินิจฉัยก่อนลงมติรับหรือไม่รับร่าง ACTA 
 

ข้อสังเกต

1.    ที่ผ่านมาองค์กร NGOs ต่างๆ ได้ออกมาวิจารณ์เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสของการเจรจา ACTA ตลอดจนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงยา และสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าก็ได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า การเจรจามีความโปร่งใส เนื่องจากได้มีการแจ้งความคืบหน้าให้รัฐสภายุโรปทราบเป็นระยะๆ และมีการแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างสม่ำเสมอ แต่เนื่องจาก ACTA ส่งผลกระทบในวงกว้างและเกี่ยวเนื่องกับทุกอุตสาหกรรมและประชาชนส่วนใหญ่ จึงทำให้การหารือกับผู้มีส่วนได้เสียไม่สามารถทำได้ครอบคลุมทั้งหมด เป็นเหตุให้เกิดการรณรงค์ต่อต้านการจัดทำ ACTA ดังกล่าว

2.    นอกจากนี้ บทบัญญัติของ ACTA ยังมีความคลุมเครือในหลายประเด็นเช่น การตีความคำว่า commercial scale ซึ่งจะเป็นเส้นแบ่งระหว่างความผิดทางแพ่งและความผิดทางอาญา และการกำหนดให้ ISP ต้องมีหน้าที่เฝ้าระวังการกระทำละเมิด ซึ่ง ACTA ไม่สามารถกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนได้ ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของกฎหมายระหว่างประเทศ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างว่า จะเป็นการเปิดช่องให้มีการตีความและนำไปสู่การบัญญัติกฎหมายภายในประเทศและการปฏิบัติที่แตกต่างกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดความลักหลั่นในการบังคับใช้กฎหมายและเป็นอุปสรรคทางการค้าตามมาในที่สุด

3.    หาก ACTA ได้รับการวินิจฉัยจาก ECJ ว่ามีความสอดคล้องกับหลักการพื้นฐานและสนธิสัญญาต่างๆ ของสหภาพฯ ดังกล่าวมาข้างต้น ก็มีแนวโน้มว่ารัฐสภายุโรปจะให้ความเห็นชอบและประเทศสมาชิกก็จะให้สัตยาบันรับรองในเวลาต่อมา ซึ่งจะมีผลให้คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการค้านำ ACTA มาใช้เป็นแนวทางในการเจรจา FTA กับประเทศต่างๆ รวมทั้งผลักดันต่อในเวที WTO ส่วนประเทศที่เข้าร่วมเจรจา ACTA ด้วย เช่น สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ก็มีแนวโน้มที่จะนำไปผลักดันต่อในเวที APEC ซึ่งจะทำให้ไทยได้รับผลกระทบและถูกกดดันให้ปฏิบัติหรือยอมรับการเข้าเป็นภาคี ACTA ในอนาคต
 

17 เมษายน 2555

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ