ผู้นำอียูหารืออย่างไม่เป็นทางการประเด็นวิกฤติเศรษฐกิจและการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ผู้นำอียูได้หารือเกี่ยวกับการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในยุโรป รวมทั้งการสร้างเสถียรภาพทางการเงินในกลุ่มยูโรโซน โดยจะเป็นการเตรียมท่าทีเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจร่วมในการประชุมสุดยอดที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 มิ.ย. 55 นี้ โดยย้ำจะปกป้องเสถียรภาพทางการเงิน ติดตามรายละเอียดการประชุมได้ดังนี้

 

                     การกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 3 เสาหลักตามยุทธศาสตร์อียู 2020 ดังนี้

                     1. การระดมนโยบายของอียูเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างเต็มที่ โดยขอให้รัฐสภายุโรปและคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปเร่งออกกฎหมายที่สำคัญต่าง ๆ อาทิ Single Market Act และ Energy Efficiency Directive รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากความตกลงทางการค้าระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่มีอยู่จำนวนมาก

                     2. การให้เงินสนับสนุนด้านเศรษฐกิจผ่านการลงทุนและการให้สินเชื่อแก่ SME ควบคู่ไปกับการปฏิรูป โดยขอให้ผู้บริหารของ EIB (European Investment Bank) พิจารณาเพิ่มทุนในการสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ทั่วอียูภายใน มิ.ย.55

                     3. การส่งเสริมการสร้างงาน โดยการลงทุนในการพัฒนาทักษะและฝึกอบรม และจำเป็นต้องมีการปฏิรูปที่เป็นรูปธรรมและมีมาตรการในการส่งเสริมการจ้างงานเพื่อบรรเทาปัญหาการว่างงานของคนรุ่นใหม่

                    ในการประชุม ผู้นำได้หารืออย่างเข้มข้นเกี่ยวกับพัฒนาการด้านเศรษฐกิจและการเงินล่าสุดของยูโรโซน โดยยืนยันคำมั่นที่จะปกป้องเสถียรภาพทางการเงิน และเห็นพ้องที่จะสร้างความแข็งแกร่งแก่สหภาพทางเศรษฐกิจให้เท่าเทียมกับสหภาพการเงิน โดยจะมีรายงานเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดในเดือน มิ.ย.55 เกี่ยวกับรายละเอียดองค์ประกอบของมาตรการต่าง ๆ ข้างต้น (main building blocks) สำหรับกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจดังกล่าว

                    นอกจากนี้ ผู้นำได้แสดงความเห็นในประเด็นต่าง ๆ อาทิยูโรบอนด์ การบูรณาการด้านการกำกับดูแลภาคธนาคารมากขึ้นและแผนการประกันเงินฝากร่วม (common deposit insurance scheme) รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจในประเทศรีซด้วย

                    ในฐานะประธานกลุ่มยูโร นาย Van Rompuy ยืนยันว่ากลุ่มยังต้องการให้กรีซคงอยู่ในกลุ่มยูโรโซนต่อไป แต่ขณะเดียวกันกรีซจะต้องเคารพคำมั่นในพันธกรณีต่าง ๆ ที่กรีซได้เคยให้ไว้ด้วย โดย ประเทศในยูโรโซนได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการให้ความช่วยเหลือกรีซร่วมกับ IMF ประมาณ 150 พันล้านยูโร ตั้งแต่ปี 2553 และหวังว่าภายหลังการเลือกตั้งในกรีซ รัฐบาลใหม่ของกรีซจะเลือกดำเนินการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ที่สำคัญเพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพหนี้ รวมทั้งส่งเสริมการลงทุนของเอกชนและสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันต่าง ๆ (ดูรายละเอียดเพิ่ทเติมได้ที่ http://www.consilium.europa.eu/press/press-releases/latest-press-releases?id=363&lang=en)

                     ข้อสังเกต

                     1. การเรียกประชุมผู้นำอียูอย่างไม่เป็นทางการในเวลากระชั้นชิดของนาย Van Rompuy น่าจะมีสาเหตุมาจากการที่ค่าเงินยูโรตกมาอยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี เนื่องจากนักลงทุนเกิดความไม่เชื่อมั่นจากการที่มีกระแสข่าวลือว่ากรีซจะถูกขับออกจากกลุ่มยูโรโซน รวมทั้ง ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนใหม่ที่ประกาศนโยบายเน้นการสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงส่งผลให้ผู้บริหารของอียูต้องเรียกความเชื่อมั่นให้กับตลาดการเงินและนักลงทุน โดยย้ำที่จะให้กรีซคงอยู่ในกลุ่มยูโรโซนต่อไป อย่างไรก็ดี การประชุมในครั้งนี้ไม่มีการพิจารณาข้อมติใด ๆ โดยที่ประชุมจะพิจารณามาตรการต่าง ๆ ในการประชุมสุดยอดผู้นำอียูที่จะมีขึ้นในเดือน มิ.ย.ต่อไป

                      2. เรื่องยูโรบอนด์ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้นำอียูต้องหารือกันต่อไป เพราะรายงานข่าวที่ปรากฏหลัง การประชุมสุดยอดครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าฝรั่งเศสและเยอรมนีกำลังมีท่าทีที่ขัดแย้งกัน โดยฝรั่งเศสต้องการให้มีการออกยูโรบอนด์โดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นเครื่องมือระดมทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนเยอรมนีกลับมีท่าทีตรงกันข้ามโดยมองว่ายูโรบอนด์จะเป็นพัฒนาการในขั้นสุดท้าย เพราะก่อนที่จะมีการออกยูโรบอนด์ได้ประเทศสมาชิกอียูทั้งหมดจะต้องมีการจัดตั้งสหภาพการคลัง (Fiscal Union) ให้แล้วเสร็จเสียก่อน ซึ่งท่าทีที่แตกต่างกันของผู้นำประเทศสมาชิกหลักของอียูจะยิ่งส่งผลให้ตลาดขาดความเชื่อมั่นในเงินสกุลยูโรมากขึ้น เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อ Fiscal Compact ที่แต่ละประเทศต้องเสนอให้รัฐสภาเห็นชอบก่อนมีผลบังคับใช้ว่าจะผ่านการเห็นชอบหรือไม่ ภายหลังมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ในบาง ประเทศสมาชิก  

8 มิถุนายน 2555

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ